ไลฟ์สไตล์

จรัสศรี”ขายสินค้าโชห่วย
คติอยู่แบบพึ่งพา-พอเพียง

จรัสศรี”ขายสินค้าโชห่วย คติอยู่แบบพึ่งพา-พอเพียง

20 ส.ค. 2552

ความเหนื่อยล้าจากการเป็นลูกจ้างบวกกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น แถมสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ น.ส.จรัสศรี วงษ์ราษฎร์ สาวใหญ่วัย 46 ปี ตัดสินใจลาออกจากงานหันมาทำกิจการของตัวเอง ด้วยการเปิดร้านค้าเล็กๆ ขายของชำในหมู่บ้าน ยึดหลักการบริหารจัดการแบบ

   ก่อนจะมาเป็นแม่ค้าโชห่วย จรัสศรี ย้อนเรื่องราวชีวิตของเขาให้ฟังว่าเป็นคนร้อยเอ็ดมาแต่กำเนิด เติบโตมาในครอบครัวแม่ค้าขายของชำ มีพี่น้อง 10 คน เขาเป็นคนที่ 7 สมัยเด็กๆ ฐานะทางบ้านค่อนข้างลำบาก แต่พ่อแม่เป็นคนมองการณ์ไกล ให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาของลูกๆ จึงทุ่มเททำงานหนักหวังให้ลูกได้เรียนหนังสือสูง เพื่อจะได้มีความรู้ติดตัว มีงานมีการดีๆ ทำ ความเหน็ดเหนื่อยของพ่อแม่ ผลักดันให้เขามานะพยายามจนเรียนจบการศึกษาขั้นสูงสุดระดับปวช.จากวิทยาลัยอาชีวศึกษา จ.ร้อยเอ็ด จากนั้นก็หางานทำ เริ่มจากตำแหน่งเสมียนในโรงแรม มาเป็นพนักงานบริษัทเอกชน จนลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวเปิดร้านขายของชำเล็กๆ ในหมู่บ้านเมื่อปี 2546 จนปัจจุบัน

 “ชีวิตลูกจ้างไม่แน่นอน ไม่มีสวัสดิการ หาความมั่นคงไม่ได้ รายได้ก็น้อย แถมส่งผลต่อปัญหาสุขภาพที่เกิดจากความเครียดและแรงกดต่างๆ ยิ่งอายุมากขึ้นปัญญาก็มากตาม โดยเฉพาะทางด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว ทำให้ต้องตัดสินใจเลือกที่จะเสี่ยงในการทำร้านขายของชำ” จรัสศรี เล่าให้ฟังถึงจุดพลิกผันที่ก้าวมาสู่อาชีพแม่ค้า

 แม้เจ้าของกิจการโชห่วยหลายรายพากันปิดกิจการ เพื่อหนีปัญหาขาดทุนจากการขายของในระบบเงินเชื่อ  และราคาต้นทุนสินค้าที่แพงขึ้น แต่จรัสศรี กลับเอาข้อมูลเหล่านี้มาคิดทบทวน ศึกษา วิเคราะห์ หาสาเหตุของปัญหา แล้วนำมาปรับใช้กับกิจการของเขาจนสามารถยืนได้ด้วยตัวเองมานานถึง 7 ปี ซึ่งเขาบอกว่า ...

 “การค้าขายต้องพึ่งพาอาศัยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะชุมชนเล็กๆ ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่หาเช้ากินค่ำ มีรายได้ไม่มากมายนัก การหวังจะขายเงินสดมันเป็นไปไม่ได้เลย เราจึงต้องปรับวิธีการขายไปตามสภาพแวดล้อม มีเงินเชื่อก็ต้องมีวิธีการจัดการที่เข้มงวด ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้เรามีเงินทุนหมุนเวียนทุกเดือน ขณะเดียวกันเราก็หาสินค้าต้นทุนต่ำคุณภาพดีช่วงโปรโมชั่น จากห้างโลตัส เช่น น้ำยาปรับผ้านุ่ม ขนม เครื่องดื่มต่างๆ มาไว้บริการในราคาที่ไม่แพง ซึ่งทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย” 

 บริเวณคุ้มวัดเวฬุวันแห่งนี้ มีร้านค้าเล็กๆ ของ จรัสศรี เพียงร้านเดียว ที่อยู่เคียงคู่กับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำกว่า 20 ครัวเรือนมายาวนานถึง 7 ปี เพราะพวกเขาอยู่กันแบบพี่น้อง พึ่งพาอาศัยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แม้รายได้จากการขายเมื่อหักต้นทุนแล้วเหลือเพียงวันละ 200 กว่าบาท แต่ถ้ารู้จักใช้จ่ายและอยู่อย่างพอเพียง ชีวิตก็มีความสุขได้เช่นกัน

"ธานี กุลแพทย์"