ไลฟ์สไตล์

ไม่อยากเปลี่ยนแปลง

ไม่อยากเปลี่ยนแปลง

19 ส.ค. 2552

ชาวตลาดรถไฟมักกะสันเคยร้องเรียนเรื่อง ไม่ต้องการเต็นท์เพราะมืดและสกปรก อีกทั้ง ยังมีการเรียกเก็บเงินค่าเช่าพื้นที่ และค่าเช่าเต็นท์ ได้ลงในคอลัมน์ "ฟ้องด้วยภาพ" ฉบับวันที่ 3 กรกฎาคม 2552 และหลังจากนั้นก็มีหนังสือจากนายสถานีรถไฟมักกะสัน ลงวันที่ 21 มิถุนาย

  แต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 เต็นท์ก็ยังคงกางอยู่เหมือนเดิม ทั้งๆ ที่ฝนก็ไม่ตกแล้ว และมีตัวแทนจากเจ้าของเต็นท์มาเดินเก็บค่าเต็นท์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของการรถไฟ ถ้าร้านไหนไม่จ่ายค่าเช่าเต็นท์ก็จะถูกข่มขู่ต่างๆ นานา

 จนกระทั่งวันที่ 7 สิงหาคม 2552 นายสถานีรถไฟมักกะสันได้เรียกชาวตลาดมาประชุม โดยมีคนเก็บค่าเต็นท์ และค่าทำความสะอาดมาร่วมประชุมด้วย ผลการประชุมสรุปได้ว่า ชาวตลาดส่วนใหญ่ไม่ต้องการเต็นท์ และการเก็บค่าเช่าพื้นที่ที่แพงขึ้นกว่าเดิม คนเก็บค่าเต็นท์บอกว่า ได้ประมูลมาจากการรถไฟจะมาทำแผงและจัดระเบียบใหม่ ทำให้ชาวตลาดไม่พอใจและไม่ยินยอม เหตุเพราะได้รับเอกสารจากทางการรถไฟว่าจะไม่มีการอนุมัติให้กางเต็นท์

 ชาวตลาดคิดว่าเป็นการประชุมที่ต้องการจะหาผลประโยชน์จากทางการรถไฟโดยไม่ถูกต้อง จึงต้องขอความเป็นธรรมด้วย
"ชาวตลาดรถไฟมักกะสัน"

ตอบ
 นายสมคิด ไกรสังข์ นายสถานีรถไฟมักกะสัน ชี้แจง ปัจจุบันตลาดรถไฟมักกะสันไม่ได้เป็นตลาดแบบถาวร ผู้ค้าขายของแล้วก็ต้องเก็บอุปกรณ์กลับบ้านให้หมด แต่ทุกวันนี้ผู้ค้าไม่มีความเป็นระเบียบทิ้งอุปกรณ์เอาไว้ในพื้นที่ ทำให้สถานีรถไฟดูไม่สวยงาม จนต้องมีการใช้มาตรการต่างๆ ในการบังคับให้เก็บของ จึงทำให้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบไม่พอใจ

 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้เรียกประชุมผู้ค้าเพื่อหาข้อยุติเรื่องตลาด โดยเสนอแนวทางว่ายังต้องกางเต็นท์เอาไว้ก่อนเพราะช่วงนี้เป็นฤดูฝน ฝนยังตกอยู่ ซึ่งเต็นท์ที่กางอยู่นี้ก็เป็นของตัวแทนในตลาดไปจัดหากันมา แล้วเก็บเงินค่าเช่าเต็นท์จากแม่ค้าล็อกละ 10 บาท เพื่อนำไปจ่ายค่าเช่า ซึ่งในเรื่องนี้มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ผู้ที่เห็นด้วยจะมีมากกว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่การรถไฟจะเก็บเพียงค่าทำความสะอาดแค่ 10 บาทเท่านั้น

 ขณะนี้มีการประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการแล้ว ตอนนี้ต้องดำเนินการกันไปแบบนี้ชั่วคราวก่อนสักระยะ จนกว่าผู้ที่ประมูลได้จะเข้ามาบริหารจัดการ ซึ่งในอนาคตผู้ประมูลจะต้องเข้ามาดำเนินการจัดระเบียบจัดโซนให้เป็นตลาดจริงๆ ผู้ค้าก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของผู้ดูแลตลาด ซึ่งถึงตอนนั้นทางการรถไฟก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

 นายสถานีรถไฟมักกะสัน บอกว่า ปัญหาเรื่องนี้มีมานานแล้ว และมีการต่อต้านหลายครั้ง เพราะมีผู้ค้าบางกลุ่มไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง   
"ลุงแจ่ม"