
ลดอัตราผู้ป่วยหลอดเลือดเสียชีวิต
สปสช.เผยผลสำเร็จการรักษา “ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน” ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาเพิ่ม ลดอัตราการเสียชีวิต ปี60ยกคุณภาพบริการหัตถการสายสวนหัวใจ
นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือ โรคหัวใจขาดเลือดเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกรวมถึงประเทศไทย ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากข้อมูลสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ปี2557ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด จำนวน18,079คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ2คน คิดเป็นอัตราการตายของโรคหัวใจขาดเลือดเท่ากับ27.83ต่อแสนประชากร โดยปี2558(ตั้งแต่เดือน ต.ค.57-มิ.ย.58) พบอัตราการตายเท่ากับ20.32ต่อแสนประชากร
ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่มีภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจจำเป็นต้องได้รับการรักษา ซึ่งการทำหัตถการรักษาโรคหลอดเลือดโคโรนารีผ่านสายสวน (Percutaneous Coronary Intervention, PCI)เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิผลและได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ ซึ่ง สปสช.ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้และบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พร้อมพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนหน่วยบริการในการรักษาผู้ป่วย ทั้งการจ่ายค่าบริการตามDRGsอุปกรณ์ และขดลวดขยายหลอดเลือด (Stent) ในระบบVMIส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจได้รับการทำหัตถการผ่านสายสวนหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ4.51ในปี2548เป็นร้อยละ26.25ในปี2558(ข้อมูลรายงานการสร้างหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ2558) ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้
นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวอีกว่า ผลสำเร็จการเข้าถึงหัตถการผ่านสายสวนหัวใจเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปัจจัยสำคัญมาจากความร่วมมือหน่วยบริการทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้ร่วมให้การรักษาผู้ป่วย และเพื่อเป็นการสนับสนุนการพัฒนาหน่วยบริการให้มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ตามความจำเป็นด้านสุขภาพ ตลอดจนการพัฒนาระบบกลไกและเครือข่าย ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี2555-2560สปสช.ได้มีการจัดทำ “เกณฑ์การตรวจประเมินเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านบริการหัตถการผ่านสายสวนให้กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ” ทั้งด้านบริการ อุปกรณ์ รังสี การจัดการ แพทย์ และผู้ช่วยแพทย์ โดยประกาศเมื่อวันที่2พฤศจิกายน2558โดยมีคณะทำงานพัฒนาระบบบริการรักษาโรคหลอดเลือดโคโรนารีผ่านสายสวนทำหน้าที่ประเมินและได้ดำเนินการในปี2559ที่ผ่านมา
ด้าน นพ.ปานเทพ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการแผนงานสนับสนุนระบบบริการโรคเรื้อรังและโรคเฉพาะ สปสช. กล่าวว่า จากประกาศเกณฑ์การตรวจประเมินเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านบริการหัตถการผ่านสายสวนหัวใจ ขณะนี้ได้มีหน่วยบริการที่ขอขึ้นทะเบียนและมีผลการตรวจผ่านเกณฑ์ประเมิน58แห่ง เป็นหน่วยบริการของรัฐ43แห่ง และหน่วยบริการเอกชน15แห่ง โดยหน่วยบริการที่ไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินต้องทำการปรับปรุงเพื่อให้การบริการหัตถการผ่านสายสวนหัวใจเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้เพื่อให้การบริการหัตถการผ่านสายสวนหัวใจในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจมีคุณภาพและมาตรฐานเพิ่มขึ้น
"จากการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจที่ผ่านมานี้ ยังส่งผลให้ในปี2560สปสช.กำหนดให้หน่วยบริการที่ให้บริการหัตถการผ่านสายสวนหัวใจภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านหัตถการสายสวนหัวใจ พร้อมกันนี้ยังได้ให้มีการบริหารจัดการส่งต่อผู้ป่วยที่รับบริการหัตถการสายสวนหัวใจภายในเขต และให้มีการติดตามคุณภาพการให้บริการ โดยจัดทำเป็นแผนระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ดียิ่งขึ้นต่อไป"นพ.ปานเทพกล่าว



