ไลฟ์สไตล์

การออกแบบแปลนและตกแต่งภายใน

การออกแบบแปลนและตกแต่งภายใน

12 พ.ย. 2559

คอลัมน์ ตึกแถว+อพาร์ตเมนต์ไม่บาน กับ อาจารย์เชี่ยว : การออกแบบแปลนและตกแต่งภายใน ที่ ‘ประโยชน์สูงประหยัดสุด’ แบบ ‘พอเพียง’

 

          สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้เป็นรายละเอียดในการจัดวางแปลนบ้านและการตกแต่งภายในแบบ “พอเพียง” สำหรับ “บ้านเก้าพอเพียง” โครงการรังสิตคลอง 7 ซึ่งผมได้ตั้ง “โจทย์” อันเป็นที่มาของ “สมมติฐาน” ที่เป็นไปได้ยาก คือ บ้าน 2 ชั้น บนเนื้อที่ 50 ตารางวา 5 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องเตรียมอาหารและรับประทานอาหาร จะเห็นได้ว่ามีพื้นที่ใช้สอยครบถ้วน สามารถตอบโจทย์การดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ผมตั้งใจจะให้บ้านหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอยถึง 5 ห้อง เพราะโดยพื้นเพเดิมของผมเป็นคนต่างจังหวัด เติบโตมาลืมตามองโลกก็เห็นปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา และบรรดาพี่น้องที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในบริเวณร่มไม้ชายคาของบ้านเดียวกัน ถือเป็นความทรงจำที่มิรู้ลืมในช่วงเยาว์วัยอันแสนสุข จัดได้ว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีเยี่ยม ถึงจะไม่ร่ำรวยเงินทองทรัพย์สินอะไรมากมายแต่ชีวิตก็มีความสุข มีเรื่องสนุกสนานให้ทำทุกวัน

 

การออกแบบแปลนและตกแต่งภายใน

 

          แต่พอพักหลังๆ สังคมไทยไปยึดเอาเงินเป็นที่ตั้ง พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศภายใต้ระบอบ “ทุนนิยม” ที่นำมาซึ่ง “วัตถุนิยม” ดังที่เคยมีคำขวัญที่ว่า “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” เป็นผลให้คนไทยส่วนใหญ่เลยละทิ้ง “ของดีมีอยู่” เกิดสภาวะบ้านแตกสาแหรกขาด มีการอพยพย้ายถิ่นฐานละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนสู่เมืองใหญ่ (ดังคำโบราณที่ว่า “ทิ้งผืนดินที่ฝังรก”) จะเห็นได้ว่าในสภาวะปัจจุบันเกิดปรากฏการณ์ “รวยกระจุก จนกระจาย” เห็นได้จากบรรดาเศรษฐีผู้ดีมีเงินกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ คนส่วนใหญ่ของประเทศหลายสิบล้านคนที่อยู่ต่างจังหวัด ตกอยู่ในสภาพยากจนข้นแค้นในหลายหมู่บ้านที่ห่างไกล ทิ้งไว้แต่พ่อแก่แม่แก่ เพราะลูกหลานได้อพยพย้ายถิ่นฐาน จะกลับไปเยี่ยมบ้านกันปีละ 1 ถึง 2 ครั้ง เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการเยียวยาแก้ไข มิฉะนั้นเราจะอยู่ในสังคมที่พัฒนาก็ยิ่ง “ไร้เสถียรภาพ” ช่องว่างระหว่างความร่ำรวยและความยากจนก็จะกว้างขึ้นๆ เมื่อคนส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาพลำบากยากแค้น ขาดแคลนไปทุกด้าน แล้วเราจะอยู่กันอย่างสุข สงบ, สันติกันได้อย่างไร

 

การออกแบบแปลนและตกแต่งภายใน

 

          นับว่าเป็นบุญวาสนาอย่างยิ่งแล้วของชาวไทยที่พอการพัฒนาประเทศเข้าสู่หนทางที่ตีบตัน ยิ่งพัฒนาก็ยิ่งยากจน ยิ่งทำลายทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์แต่ “ในหลวง” ท่านมองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ด้วยพระปรีชาสามารถ อันเกิดมาจากการที่พระองค์ท่านได้ทรงงานลองลงมือปฏิบัติจริงจนเกิดสัมฤทธิ์ผลแล้วจึงนำมาเผยแพร่ คือ “แนวคิดทฤษฎีใหม่” และ “แนวคิดแห่งความพอเพียง” ครับ ซึ่งในการออกแบบจัดวางแปลนบ้านและตกแต่งภายในของ “บ้านเก้าพอเพียง” คือ ความพยายามที่ผมและคณะทำงานที่มุ่งมั่นเดินตาม “รอยพระบาท” 

          เราฝันถึง “บ้านพอเพียง” ที่คนหลายรุ่นหลายวัยอยู่ร่วมกัน ถึงแม้ลูกหลานมีความจำเป็นที่จะต้องอพยพย้ายถิ่นฐานทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนไปหางานทำต่างถิ่น ก็ยังสามารถหอบพ่อแม่ปู่ย่าตายาย พี่ป้าน้าอา ลูกหลานไปอยู่ร่วมชายคากันได้ ผมจึงจัดได้ถึง 5 ห้องนอน เวลาพ่อแม่ไปทำงานนอกบ้านไปประกอบสัมมาอาชีวะก็สามารถทิ้งลูกหลานให้ปู่ย่าตายายดูแลไม่ต้องไปฝากไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็ก ตอนเย็นกลับบ้านทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตากัน

 

การออกแบบแปลนและตกแต่งภายใน

 

          ข้อสำคัญจะต้องเป็นการออกแบบจัดวางแปลนบ้านและตกแต่งภายในแบบประหยัด เพราะคนเหล่านี้จัดได้ว่าเป็น “ชาวบางสตางค์น้อย” กว่าจะหาเงินได้มาแต่ละบาทต้อง “อาบเหงื่อต่างน้ำ” จะต้องเป็นการออกแบบในสไตล์ “อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอส” อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการ “เดินตามคำพ่อสอน” ในเรื่องของความประหยัด, มัธยัสถ์ และอดออม สิ่งใดควรใช้ก็ใช้ สิ่งใดไม่ควรใช้หรือไม่จำเป็นต้องใช้ก็ไม่ควรใช้ เพราะผิดจากแนวทางแห่งความ “พอเพียง” ที่ได้ทรงพระราชทานเอาไว้ บางครั้งความอยากอวดมั่งอวดมี อวดร่ำอวดรวย ก็มักจะทำให้เราลืมความ “พอเพียง” อาคารบ้านเรือนหลายหลังดูไปดูมากลายเป็นโชว์รูม อวดแข่งขันกันทางด้านวัตถุ หากแข่งขันกันในลักษณะนี้ก็จะไม่มีจบไม่มีสิ้นหรอกครับ เพราะพอทำเสร็จก็จะมีคนที่ใช้ของหรูหรากว่า มีราคาแพงกว่า ดังนั้นจงอย่าแปลกใจที่คนไทยบางคนส่วนใหญ่ของประเทศตกอยู่ในสภาพยากจน สามารถซื้อกระเป๋าถือใบละ 4-5 แสนบาท บางรายมากกว่านั้นอีก ถือกระเป๋าใบละเป็นล้านบาท มีราคามากกว่าบ้านทั้งหลังของ “บ้านเก้าพอเพียง” อีกครับ

 

การออกแบบแปลนและตกแต่งภายใน

 

          การออกแบบที่ผมนำเสนอในสัปดาห์นี้ที่สำคัญ คือ “แนวคิดทฤษฎีใหม่” ที่ตอกย้ำความ “พอเพียง” ในการดำรงชีวิต บ้าน 50 ตารางวา 2 ชั้นหลังนี้ สามารถให้คนหลายรุ่นหลายวัยตั้งแต่วัยชรา , วัยกลางคน,วัยทำงานและวัยเด็กสามารถอยู่ร่วมกันได้ถึง 10 ชีวิตเลยทีเดียว เพราะผมออกแบบให้มีถึง 4 ห้องนอนเล็ก และ 1 ห้องนอนใหญ่ รวมเป็น 5 ห้องนอน มี 2 ห้องน้ำ มีส่วนรับแขก นั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหารและเตรียมอาหาร สำหรับครอบครัวที่ชอบการทำอาหาร เพราะสามารถต่อขยายออกไปด้านหลังเป็นครัวไทย และนอกจากนั้น ยังจัดให้มีพื้นที่จอดรถได้ถึง 5 คัน

          คงไม่มีคำบรรยายอะไรมากไปกว่านี้แล้วครับ นอกจากการลงมือปฏิบัติจริง สร้างจริงให้เกิดสัมฤทธิ์ผลจริง รูปแบบที่ผมได้นำเสนอต่อไปนี้ก็อยากให้แฟน ๆ ชาว “คนรักบ้าน” นำไปต่อยอดกันดู เพราะเป็นการออกแบบที่ใช้แนวคิด “ทฤษฎีใหม่” และความ “พอเพียง” นำมาปรับประยุกต์ใช้ ก็สารภาพตามตรงครับว่า ดีใจ ภูมิใจ ที่มีวาสนาได้เกิดมาในแผ่นดินของพระองค์ท่าน ได้ดำเนินชีวิตตาม “รอยพระบาท” จนเกิดความสำเร็จ สำหรับท่านที่สนใจในรายละเอียดก็สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ www.homeloverthai.com และ www.chivagroup.com แล้วพบกับสาระน่ารู้กันได้ใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ