ไลฟ์สไตล์

‘ทฤษฎีใหม่ + ความพอเพียง’ กับ ‘บ้านเก้าพอเพียง’

‘ทฤษฎีใหม่ + ความพอเพียง’ กับ ‘บ้านเก้าพอเพียง’

12 พ.ย. 2559

คอลัมน์ บ้านไม่บาน กับ อาจารย์เชี่ยว

 

         สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ผมมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ การนำเอาแนวคิดทั้ง “ทฤษฎีใหม่” และ “ความพอเพียง” ที่ผมได้นำมาปรับประยุกต์ใช้ในการออกแบบและก่อสร้างบ้านพักอาศัยในโครงการ “บ้านเก้าพอเพียง” ซึ่งในความคิดของผมแนวคิดทั้ง “ทฤษฎีใหม่” และ “ความพอเพียง” แท้จริงแล้วคือ ความลงตัวอย่าง “สมดุล” ของปัจจัยจำเป็นต่างๆ ที่ต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งครบถ้วนแบบ 360 องศาใน ทุก “มิติ”  ครับ

         โครงการ “บ้านเก้าพอเพียง” เป็นโครงการบ้านจัดสรรนำร่องที่ผมได้ริเริ่มทำขึ้น เป็นการเรียนรู้ “ศาสตร์พระราชา” จากการลงมือทำจริง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์จริง โดยการตั้ง “สมมติฐาน” เบื้องต้นว่า เป็นไปได้หรือไม่ หากจะลงมือทำหมู่บ้านจัดสรรขนาด 200 หลังคาเรือน ในทำเลที่เหมาะสม บนถนนสายหลัก “รังสิต – นครนายก” บริเวณ “คลอง 7” ซึ่งจะว่าไปแล้วเป็นย่านที่มีความสะดวกสบายถึงพร้อม และแวดล้อมไปด้วย ห้างสรรพสินค้า, โรงเรียน, ตลาด, สถานที่ราชการ ฯลฯ นอกจากนั้น ยังถือว่าเป็นย่านที่เดินทางสะดวกสบายเหมาะกับการอยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่งครับ เรียกว่าพอลงป้ายรถโดยสารประจำทางก็เดินข้ามสะพานสาธารณะ สามารถเข้าหมู่บ้านอย่างสะดวกสบายได้ โดยไม่ต้องไปเสียค่ามอเตอร์ไซค์หรือรถรับจ้างแต่ประการใด

         ตอนเริ่มต้นผมได้ตั้ง “โจทย์” เพื่อนำไปสู่การสร้าง “สมมุติฐาน” (Hypothesis) ไว้ยากมากครับ โดยกำหนดให้สร้าง “บ้านเก้าพอเพียง” บนพื้นที่ดิน 50 ตารางวา เป็นบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 5 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และผมยังออกแบบเอาไว้ให้สามารถจอดรถถึง 5 คัน เหตุผลที่จำเป็นต้องมีถึง 5 ห้องนอน เพราะผมต้องการให้คน 5 รุ่น 5 วัย สามารถใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน คือ รุ่นปู่ย่า ตายาย รุ่นพี่ป้าน้าอา รุ่นพ่อแม่ รุ่นลูกและรุ่นหลาน เพราะผมเชื่อว่าการที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้ จะทำให้ครอบครัวอบอุ่น ไม่ตกอยู่ในสภาพบ้านแตกสาแหรกขาด ดังเช่นในปัจจุบันที่ ปู่ย่า ตายาย อยู่ทาง พี่ป้าน้าอา อยู่ทาง พ่อแม่ อยู่ทาง ลูกหลาน อยู่ทาง 

 

‘ทฤษฎีใหม่ + ความพอเพียง’ กับ ‘บ้านเก้าพอเพียง’

 

         ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสังคมต่างๆ เกิดขึ้นตามมามากมายครับ และเหตุผลอีกประการหนึ่งที่ผมออกแบบให้มีที่จอดรถได้ถึง 5 คัน เพราะจะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องแย่งพื้นที่จอดรถกันระหว่างคนที่อยู่ในหมู่บ้าน ที่ในปัจจุบันจัดได้ว่าเป็นปัญหาโลกแตกที่หลายหมู่บ้านแก้กันไม่ตก เป็นการเริ่มโครงการจากการตั้ง “โจทย์” ที่นำไปสู่ “สมมติฐาน” ในการออกแบบบ้านและชุมชนเพื่อการอยู่อาศัย โดยมีเงื่อนไขของปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจากการอยู่อาศัยจริงในโครงการอื่น ๆ ในย่าน “รังสิตคลอง 7” ที่กำลังประสบกันอยู่ครับ

         นอกจากนี้ “บ้านเก้าพอเพียง” ยังตั้งใจตั้งโจทย์ให้ยากมากไปอีก ซึ่งโครงการหมู่บ้านอื่นๆ ที่เป็นบ้าน 2 ชั้น บนพื้นที่ดิน 50 ตารางวาทั่วไปโดยรอบเสนอขายกันประมาณหลังละ 3 ล้านบาท ถือว่าเป็นราคามาตรฐานไม่ถูกไม่แพงครับ เพราะโดยทั่วไปบ้านจัดสรรในย่านนี้ขายกันได้ในราคานี้ ผมเลยตั้งราคาขายไว้ที่ 1,100,000 บาท ถูกกว่าชาวบ้านร้านตลาดเกือบ 2,00,000 บาท ซึ่งในทางปฏิบัติก็ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ลองก็ไม่รู้หรอกครับว่าจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ หากมีความรู้, ความมุ่งมั่น ประกอบกับความเพียรอันบริสุทธิ์ ตลอดจนมีความ “พอเพียง” ในทุก “มิติ” ไม่ว่าจะเป็นความรู้และความเข้าใจในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม และในด้านการออกแบบทางวิศวกรรม รวมไปถึงความรู้และความเข้าใจในกระบวนการก่อสร้างใน “ระบบสำเร็จรูป” (Prefabrication) ที่สามารถก่อสร้างได้รวดเร็ว มีราคาประหยัด ทั้งในด้านเวลาและทรัพยากรที่ใช้ รวมถึงความรู้ความเข้าใจในการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง สิ่งที่เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ก็สามารถเป็นไปได้ครับ

         นอกจากนี้ แนวคิด “ทฤษฎีใหม่” และ “ความพอเพียง” กำลังจะพิสูจน์ว่า บ้านเดี่ยว 2 ชั้นบนเนื้อที่ขนาด 50 ตารางวา ไม่จำเป็นต้องขายกันในราคาหลังละ 3 ล้านบาท แต่สามารถขายได้ในราคา 1 ใน 3 หรือถูกกว่าท้องตลาด 3 เท่า คือ หลังละล้านบาท จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งในตอนเริ่มต้นของการทำงานก็ดูว่าจะเป็นไปไม่ได้ พอผมได้มีโอกาสอ่านบทพระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” นั่นแหละครับถึงเข้าใจว่าแม้เรือจะล่มจมลงแล้ว ถึงยังไม่เห็นฝั่ง แต่หากมีความเพียรอันบริสุทธิ์มุ่งมั่นที่จะว่ายไปให้ถึงฝั่งจนได้ ทำให้เกิดกำลังใจและเกิดแรงบันดาลใจ

 

‘ทฤษฎีใหม่ + ความพอเพียง’ กับ ‘บ้านเก้าพอเพียง’

 

         ผมมักจะบอกกับบรรดาลูกศิษย์และคณะทำงานว่าหากมีปัญหาอุปสรรคอันใดก็ให้เงยหน้ามองไปที่ “รูปภาพที่มีทุกบ้าน” คือ “พระบรมสาทิสลักษณ์”ของ “พ่อหลวง” จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่ปี พ.ศ.2489 ที่เสด็จขึ้นครองราชย์กว่า 70 ปี ท่านอุทิศพระวรกายทุ่มเท ยังไม่เคยได้หยุดพักเลย ทรงทำเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรของพระองค์มาโดยตลอด แล้วพวกเราบรรดาสถาปนิกและวิศวกรจะมาลองร่วมแรงร่วมใจกันทำในสิ่งที่ใครหลายคนสบประมาทว่าทำไม่ได้ หรือทำได้ยาก จะว่าไปแล้วผมและคณะทำงานก็ใช้เวลานับปีครับ กว่าจะค้นพบและประสบความสำเร็จ

         สาระน่ารู้ของ “บ้านเก้าพอเพียง” ที่นำเอาแนวคิด “ทฤษฎีใหม่” และ “ความพอเพียง” นั้น มีหลาย “มิติ” ยิ่งศึกษาก็ยิ่งได้เรียนรู้ยิ่งลงมือปฏิบัติก็ยิ่งค้นพบ ยิ่งสะท้อนให้เห็นพระอัจฉริยภาพของ “พ่อหลวง” ที่ทรงเป็น “มหาธรรมราชา รามาธิบดีที่ 9” แห่ง  “กรุงรัตนโกสินทร์” พระองค์นี้ “สิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็น” ครับ สำหรับสัปดาห์นี้ก็เป็นภาพของ “บ้านเก้าพอเพียง” ที่เริ่มจากตั้งแต่แนวคิดเป็นภาพ “Perspective” ของบ้าน 2 ชั้นบนเนื้อที่ 50 ตารางวา 5 ห้องนอน ที่จอดรถ 5 คัน ที่ใคร ๆ ก็ขายกัน 3,000,000 บาท++ แต่ที่ “บ้านเก้าพอเพียง” ขายแค่ 1,100,000 บาท ลองเปรียบเทียบกันดูสำหรับบ้านในจินตนาการกับบ้านที่สร้างแล้วเสร็จ 

         ท่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็ปไซต์ www.chivagroup.com เอาไว้อีก 2 สัปดาห์หน้าค่อยมาต่อรายละเอียดในเบื้องลึกกันครับ จะว่าไปแล้ว “บ้านเก้าพอเพียง” นอกจากจะเป็นบ้านที่ถึงพร้อมทั้ง “ประโยชน์” และ “ความสุข” แล้วยังเป็นความพยายามของผมที่จะ “เดินตามรอยเท้าพ่อ” โดยการทำ “หน้าที่ทางจริยธรรม” ให้สมกับที่ได้เกิดมาเป็นหนึ่งใน 70 ล้านคน ที่เป็น “ลูกของพ่อ” ตั้งใจทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ส่งเสด็จ “พ่อหลวง” สู่สวรรคาลัยครับ