ไลฟ์สไตล์

ทุ่ม8พันล้านลงทุนสร้างมูลค่าวัฒนธรรมฟื้นเศรษฐกิจ

ทุ่ม8พันล้านลงทุนสร้างมูลค่าวัฒนธรรมฟื้นเศรษฐกิจ

18 ส.ค. 2552

รัฐบาลไทยทุ่ม 8 พันล้านลงทุนสร้างมูลค่าวัฒนธรรมฟื้นเศรษฐกิจ ชงเวทีรัฐมนตรีอาเซียนนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2552 นายวีระ     โรจน์พจนรัตน์   ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)ในฐานะผู้แทนนายธีระ สลักเพชร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) กล่าวในการประชุมระดับรัฐมนตรีวัฒนธรรมแห่งเอเซีย (Asia Cultural  Ministerial Round-table Meeting) ซึ่งมีประเทศต่างๆเข้าร่วม 22 ประเทศ  ณ โรงแรมฮอลิเดอินน์ เมืองเออร์ดอส เขตปกครองตนเองมองโกเลียในสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า  ภายใต้วิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้นทั่วโลกและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทางรัฐบาลได้ส่งเสริมให้ประชาชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแนวทางการแก้ไขเศรษฐกิจและแนวทางการใช้ชีวิตแบบยั่งยืนในกระแสโลกาภิวัตน์ 

 "หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีทั้งหมด   3  แนวทางคือ ความพอประมาณ รู้จักผลิตและการบริโภคให้อยู่ในระดับพอประมาณความมีเหตุผล รู้จักตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล รอบคอบ และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่ง 3  หลักนี้ได้รับการยอมรับจากองค์การสหประชาชาติว่า เป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศและสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน" ปลัดวธ. กล่าว

  นายวีระ กล่าวอีกว่า  นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังพัฒนาประเทศโดยใช้มิติทางวัฒนธรรมจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่ห้องสมุด โรงละคร พิพิธภัณฑ์ วัด  ศูนย์ทางศาสนา สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม และโบราณสถานรวมถึงอุทยานวัฒนธรรมอุทยานประวัติศาสตร์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชมมากยิ่งขึ้น โดยนักท่องเที่ยวรวมถึงคนไทย เด็กนักเรียน นักศึกษาด้วยโดยมีกิจกรรมต่างๆครอบคลุมถึงการทำอาหารไทย การสอนเด็กเล่นดนตรี
การเรียนภาษาใหม่ๆ หรือภาษาท้องถิ่น การฝึกความรู้ด้านช่าง นวดแผนโบราณ ฯลฯ ทั้งนี้ กำลังมีการพิจารณาจะเปิดให้บริการแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวข้างต้นให้ยาวนานมากขึ้นเพื่อให้บริการประชาชนที่อยู่ในภาวะความเครียดจากวิกฤตการเงินและเศรษฐกิจ ซึ่งจากการดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ผลงานของกระทรวงวัฒนธรรมเป็นที่พอใจของประชาชนอยู่ในลำดับที่ 4 จาก 19
กระทรวง

   "ในสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลของประเทศต่าง ๆในเอเชียต่างตระหนักว่าวัฒนธรรมสามารถสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นมรดกวัฒนธรรม"หรือ เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์" (Creative Economy) ซึ่งรัฐบาลไทยก็ได้ให้ความสำคัญ โดยได้จัดสรรงบประมาณให้กระทรวงวัฒนธรรมเป็นเงิน 8,000 ล้านบาท
ในระหว่างปี 2552-2555 เพื่อดำเนินการโครงการพิเศษจำนวน 14 โครงการ อาทิ โครงการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ
โครงการพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  โครงการเทศกาลวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ โครงการฟื้นฟูแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตและเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้แก่ชุมชน โครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมเพื่อสร้างรายได้สู่ประชาชน และโครงการมรดกวัฒนธรรมไทยในโลกดิจิตอล" ปลัดวธ. กล่าว