ไลฟ์สไตล์

ส่วนป่าไม้มงคล ๗๗ จังหวัด

ส่วนป่าไม้มงคล ๗๗ จังหวัด

08 พ.ย. 2559

หนึ่งเดียว ณ พุทธมณฑลประจำ จ.พระนครศรีอยุธยา

พุทธมณฑลประจำ จ.พระนครศรีอยุธยา อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการจัดสร้างโดยพระครูปลัดสุวัฒนมงคลวรคุณ หรือที่รู้จักว่า “หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย” เจ้าตำรับ “ตะกรุดมหาบารมี ๓๐ ทัศ” เจ้าอาวาสวัดสุทธาวาสวิปัสสนา เป็นประธานในการสร้าง เพื่อให้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่เผยแผ่หลักธรรมและเป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่น มีความสงบ มีความสุข เป็นแหล่งเรียนรู้ของจังหวัด ปัจจุบันพุทธมณฑลอยุธยา มีเนื้อทั้งหมด ๑๔๔ ไร่ โดยแบ่งเป็นสถานที่เขตพุทธมณฑลอยุธยา จำนวน ๘๐ ไร่ ภายในเขตพุทธมณฑลแบ่งเป็นสถานที่ปลูกสวนป่าปฏิบัติธรรม นำพาพุทธศาสนาสนิกชน เข้าพุทธมณฑล ปฏิบัติธรรม ถือศีล ๕ ศีล ๘ นุ่งขาวห่มขาว ตลอดทุกเดือนทั้งปี

ส่วนป่าไม้มงคล ๗๗ จังหวัด

โครงการหนึ่งที่หลวงพ่อรักษ์ดำเนินการควบคู่กับการก่อสร้างศาสนสถาน คือปลูกต้นไม้เพื่อให้พุทธมณฑลอยุธยาสัปปายะของผู้แสวงหาแห่งกรุงเก่า โดยการปลูกต้นไม้ประจำจังหวัดซึ่งเป็นการรวบรวมรายชื่อและรายละเอียดต้นไม้มงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกล้าไม้มงคลให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อนำไปปลูกเป็นสิริมงคล ในงานรณรงค์ตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ ๕๐ ปี ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๓๗ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในงาน

หลวงพ่อรักษ์ บอกว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทั้งสองพระองค์ทรงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา พระวิริยอุตสาหะ โดยเฉพาะในด้านดิน น้ำ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม ได้ช่วยนำความอุดมสมบูรณ์มาสู่ผืนแผ่นดินไทย ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงคิดทฤษฎีต่างๆ ในการแก้ปัญหาดิน น้ำ และป่าไม้ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้หน่วยราชการต่างๆ นำไปปฏิบัติ พระราชทานแนวพระราชดำริในการจัดการอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อมไว้ ๓ แนวทาง คือ ๑.การอนุรักษ์ต้นไม้และสิ่งแวดล้อม ๒.การฟื้นฟูสภาพป่าและการปลูกป่า และ ๓.การพัฒนาเพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้บริเวณพุทธมณฑลประจำ จ.พระนครศรีอยุธยา ยังปลูกต้นไม่ที่เกี่ยวกับพุทธประวัติ เช่น ๑.ต้นสาละ เป็นต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันประสูติและปรินิพพาน ๒. ต้นพระศรีมหาโพธิ์ (อัสสัตถพฤกษ์) เป็นที่พระพุทธเจ้าทรงประทับภายใต้ร่มเงา ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ ในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ภายใต้ร่มเงาของต้นพระศรีมหาโพธิ์แห่งนี้

ส่วนป่าไม้มงคล ๗๗ จังหวัด

๓.ต้นอปชาลนิโครธ ต้นไทรที่พระพุทธเจ้าทรงประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขในสัปดาห์ที่ ๕ ภายหลังทรงตรัสรู้ พระพุทธองค์ประทับนั่งภายใต้ร่มเงาของอปชาลนิโครธเป็นเวลา ๗ วัน ๔.ต้นมุจลินทร์ หรือต้นจิก ภายหลังจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้วถึงสัปดาห์ที่ ๖ ทรงประทับภายใต้ร่มเงาของต้นไม้จิกอันมีชื่อว่ามุจลินทร์ ๕.ต้นราชยตนะ หรือต้นไม้เกต ภายหลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วถึง สัปดาห์ที่ ๗ ทรงประทับภายใต้ร่มเงาของต้นไม้เกตอันมีชื่อว่า ราชายตนะ

๖.ต้นพหุปุตตนิโครธ ต้นไทรที่อยู่ระหว่างกรุงราชคฤห์กับเมืองนาลันทา ๗.ต้นปาริฉัตตก์ คือต้นทองหลาง และ ๘.ต้นอานันทมหาโพธิ์ เป็นต้นโพธิ์ตรัสรู้ที่เป็นหน่อของต้นเดิมที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งใต้ร่มเงาได้ตรัสรู้ ได้นำเมล็ดไปปลูกเป็นต้นแรกในสมัยพุทธกาลโดยพระอานนท์เป็นผู้ดำเนินการปลูกที่ประตูวัดพระเชตวันมหาวิหาร พระนครสาวัตถี แคว้นโกศล ต้นโพธิ์นั้นเรียกว่า อานันทมหาโพธิ์ ทุกวันนี้ยังปรากฏอยู่

 

ส่วนป่าไม้ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

 

พระครูปลัดสุรินทร์ ภทฺทมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทธาวาส บอกว่า ภายในพุทธมณฑล จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อรักษ์ ได้ปลูก “สวนป่าสาละ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์” โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานในพิธีเปิดสวนป่าสาละ นอกจากนี้ด้านหน้าอุโบสถทิศเหนือยังมี "สวนพฤกษา พระพรหมดิลก" และวนป่าไม้มงคล ๗๗ จังหวัด พระพรหมสุธี"

ส่วนป่าไม้มงคล ๗๗ จังหวัด

สวนป่าของพุทธมณฑลอยุธยาแห่งนี้เป็นสถานที่แหล่งการศึกษาเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาและเยาวชนอีกที่หนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยาด้วย คือมีต้นไม้พรรณไม้ต่างๆ มากมาย อาทิ ต้นตะโกดัด ที่มีอายุหลายร้อยปี เป็นจำนวนกว่า ๓๐๐ ต้น และพรรณไม้โบราณที่มีกลิ่นหอม หรือเป็นพรรณไม้อนุรักษ์ที่หายากในประเทศ นับเป็นที่เดียวในโลกที่มีต้นไม้ประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดมาปลูก เป็นอุทยานการศึกษาเรียนรู้ภายในพุทธมณฑลพระนครศรีอยุธยาแห่งนี้อีกด้วย

สวนป่าสาละ ซึ่งเป็นไม้ที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าโดยตรง ทั้งตอนประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน มีความสำคัญในพุทธประวัติดังนี้ ตอนพระพุทธเจ้าประสูติ พระนางสิริมหามายาประทับยืนชูพระหัตถ์ขึ้นเหนี่ยวกิ่งสาละ และขณะนั้นเองก็รู้สึกประชวรพระครรภ์ และประสูติพระสิทธัตถะกุมาร ซึ่งตรงกับวันศุกร์เพ็ญเดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี คำว่า “สิทธัตถะ” แปลว่า “สมปรารถนา”

อีกตอนหนึ่งก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะตรัสรู้ เมื่อพระองค์เสวยข้าวมธุปายาสที่บรรจุอยู่ในถาดทองคำของนางสุชาดาแล้ว ได้ทรงอธิษฐานว่าถ้าพระองค์ได้สำเร็จพระโพธิญาณ ขอให้การลอยถาดทองคำนี้สามารถทวนกระแสน้ำแห่งแม่น้ำเนรัญชราได้ เมื่อทรงอธิษฐานแล้วได้ทรงลอยถาด ปรากฏว่าถาดทองคำนั้นได้ลอยทวนกระแสน้ำ จากนั้นพระองค์เสด็จไปประทับยังควงไม้สาละตลอดเวลากลางวัน และตอนสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน

 

บุญสร้างพุทธมณฑลแห่งกรุงเก่า

 

ในแต่ละปีระหว่างช่วงวันเข้าพรรษาถึงวันออกพรรษา เป็นระยะเวลา ๓ เดือน ในสมัยโบราณครูบาอาจารย์พระเกจิคณาจารย์ มักนิยมจัดสร้างพระเครื่องและนำเข้าประกอบพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสก ในแต่ละวัน ช่วงเวลาเช้า เวลาเย็น และเวลากลางคืน ตลอดไตรมาสนานถึง ๓ เดือนเต็ม เพื่อความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคลไตรมาสนั้นมักจะเป็นตำนานสุดยอดวัตถุมงคลเสมอ

ซึ่งในปีนี้ “หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย” ได้ให้พระครูปลัดสุรินทร์ ดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลที่ระลึกไตรมาส พ.ศ.๒๕๕๙ เพื่อสมทบทุนสร้างพุทธมณฑล จ.พระนครศรีอยุธยา ดังต่อไปนี้

ส่วนป่าไม้มงคล ๗๗ จังหวัด

๑.พระพิมพ์ทรงหนุมาน ตำรับหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค จัดสร้างบูชาพระคุณครูบาอาจารย์สายอยุธยา “หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค” จัดสร้างด้วยเนื้อโลหะ และเนื้อผงดินขุยปู ดินมหามงคลจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ๒.เหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่นแรก และ ๓. กุมารทองเทพเทวฤทธิ์ ขนาดบูชา ๓ นิ้ว

วัตถุมงคลทั้งหมดนี้จะประกอบพิธีพุทธาภิเษก-เทวาภิเษก สมโภชครั้งใหญ่ ณ อุโบสถมหาอุตม์วัดสุทธาวาสวิปัสสนา วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๙ เวลา ๑๕.๓๙ น. ประกอบพิธีจุดเทียนชัย เริ่มพิธีปลุกเสก ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญ สอบถามรายละเอียด โทร.๐๘-๑๙๔๙-๕๔๕๗ และ ๐๘-๑๑๙๐-๕๗๕๗ หรือเข้าชมได้ที่ www.watsuthawasvi.com และ www.luangporrak.com