
"ดาว์พงษ์"ขอศอตช.เจ้าภาพประสานเร่งรัดคดีทุจริตในสกสค.
“ดาว์พงษ์” แจงคืบหน้าและแนวทางจัดการทุจริตสกสค.กรณีบ.บิลเลียนฯ เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบขรก.เพิ่มเติม 1 ชุด ประสาน ศอตช.เป็นเจ้าภาพหลักประสานเร่งรัดคดี
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเสียหายที่เกิดขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กรณีซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินบริษัท บิลเลียนอินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด เพื่อลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท ว่า จากมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 3,000 ล้านบาทนั้น ที่ผ่านมา สกสค.ได้รับเงินมาแล้ว 500 ล้านบาท แต่ยังเหลืออีก 2,500 ล้านบาท ที่บริษัท บิลเลียนฯไม่ได้คืนเงินและหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน เมื่อตรวจสอบมูลค่าและความถูกต้องก็พบว่าเป็นเอกสารปลอม ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ดำเนินการใน 2 ส่วน คือ 1.การลงโทษผู้กระทำความผิด และ2.การติดตามเงินคืน
สำหรับผู้กระทำความผิด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้บริหารบริษัท บิลเลียนฯ จำนวน 6 คน ในฐานความผิดฉ้อโกง หรือปลอมและใช้เอกสารปลอม สนับสนุนเจ้าพนักงาน และฟอกเงิน โดยสกสค.ได้แจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ดุสิต และได้มีการออกหมายจับและสามารถจับกุมได้ 2 คนเจ้าพนักงานได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการสั่งฟ้อง 1 รายส่วนอีก 1 รายอยู่ระหว่างการสอบส่วน ที่เหลืออีก 4 รายยังหลบหนีอยู่
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อไปว่า 2.กลุ่มอดีตผู้บริหารสกสค.และคณะ
และ3.กลุ่มธนาคาร ที่ปิดบัญชีและถอนเงินโดยไม่มีอำนาจ ซึ่งเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จึงได้มีการฟ้องแพ่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย อย่างไรก็ตาม ส่วนผู้กล่าวหากลุ่มที่ 1 และ 2 ได้มีการส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวน ขณะเดียวกัน ได้ส่งเรื่องกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษแล้ว
“ศธ.จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งทางแพ่งและอาญา โดยทางแพ่งจะเป็นในส่วนมูลค่าความเสียหาย 2,500 ล้านบาท ส่วนที่เกี่ยวเนื่องคดีอาญา มูลค่าความเสียหาย 3,000 ล้านบาท จึงมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า ผมยอมรับว่าการดำเนินการ 2 ปีที่ผ่านมาล่าช้า ไม่ทันใจ เพราะมีช่องโหว่ที่ต้องหาทางอุดทำให้ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการต่อจากนี้ ตนจะเร่งประสานกับหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายเพื่อขยายผลการดำเนินคดี การติดตามเงินคืน สนับสนุนและบูรณาการพยานหลักฐานในการกระทำความผิด อาทิ การอายัติทรัพย์สินเพิ่มเติม การดำเนินการคดีฟอกเงินทางอาญา และการดำเนินคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา รวมถึงประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ช่วยเร่งคดีเพราะเป็นคดีที่มีผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหาย พร้อมทั้งขอให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เป็นเจ้าภาพหลักในการประสานและติดตามผลการดำเนินคดี เพื่อให้การดำเนินงานมีเอกภาพและประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ ศธ.จะส่งแผนผังเส้นทางการเงินที่ได้จัดทำขึ้นให้กับ ศอตช.ด้วย



