ไลฟ์สไตล์

การศึกษา"สร้างคน"คน"สร้างชาติ"(4)

การศึกษา"สร้างคน"คน"สร้างชาติ"(4)

18 ส.ค. 2552

ดุลยภาพของการผลิตคนสายวิทยาศาสตร์กับสังคม ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการเปิดหลักสูตรสายสังคม มากกว่าสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีไม่ถึง 40% ของการจัดการศึกษา ทั้งๆ ที่ประเทศไทยจะพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วยอุตสาหกรรมข้ามชาติสาขา

หรือเกษตรอุตสาหกรรม หรืออุตสาหกรรมบริการที่ต้องใช้เทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์ การเปิดหลักสูตรสายสังคมออกจะง่ายต่อการสรรหาอาจารย์ผู้สอน ลงทุนต่อหัวน้อยกว่าสายวิทย์มาก จึงเร่งระดมการตลาดด้วยหลักสูตรสายสังคม ตามกระแส แต่ผลผลิตไม่เกิดผลลัพธ์ที่เหมาะสม เพราะล้นตลาด เป็นการสูญเสียทรัพยากรที่ลงทุนแต่ไม่คุ้มค่า

 การที่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ คาดหวังจะปรับสัดส่วนของการจัดการศึกษา "สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" ให้มีดุลยภาพเท่ากับ "สายสังคม" หรือสายละ 50% จึงเป็นเรื่องที่ขอสนับสนุน แต่ขอให้ฝ่ายนโยบาย โดยเฉพาะภาครัฐได้ตระหนักว่า งบลงทุนจะสะดุดไม่ได้ จำเป็นต้องลงทุนทั้งอาจารย์ที่ต้องการวุฒิเพิ่มขึ้น ต้องการประสบการณ์วิชาชีพเพิ่มเติมนอกเหนือจากวิชาการ รวมถึง ครุภัณฑ์พื้นฐานที่ไม่ล้าสมัย การบริหารงบประมาณของรัฐ พึงต้องให้ความสำคัญกับงบลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อมิให้การจัดการศึกษาต้องสะดุด

 “นวัตกรรมหลักสูตร" หลักสูตรในระดับอุดมศึกษา ทั้งในระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก คงต้องทบทวนในบริบทของ ความต้องการ ความก้าวหน้าของโลก และ ของประเทศ อย่างน้อยที่สุดหลักสูตรที่จัดอยู่ผู้เรียนสำเร็จการศึกษาออกไปแล้ว หางานทำได้หรือไม่ หากเป็นเพราะความไม่ทันสมัยของหลักสูตร ก็พึง ปรับปรุง หรือ ยุบเลิก หานวัตกรรมหลักสูตรใหม่หรือแม้แต่ ยุบคณะ ที่ไม่สนองตอบความต้องการ หรือพัฒนาประเทศก็ตาม เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยพึงตัดสินใจให้ได้สิ่งที่ดีกว่า หลักสูตรที่อนาคตเขามุ่งหวังและมีแนวโน้มที่จะให้มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสในมิติของ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” จะเป็นบริบทที่สำคัญยิ่งต่อพัฒนาการของมหาวิทยาลัย ดังเช่น

 หลักสูตรสหกิจศึกษา ที่ให้นักศึกษาไปทำงานในสถานประกอบการด้วยงานจริง 1 ภาคการศึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยก็เริ่มปรับในส่วนนี้แล้ว

 หลักสูตรที่เน้นการผลิตบุคลากรให้แก่ชุมชน หรือในเขตพื้นที่มีความต้องการไปพัฒนาโดยเฉพาะเกษตรอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มหรือคุณค่าเพิ่มจากผลผลิตของอุตสาหกรรม ทั้งนอกระบบและตามอัธยาศัย ให้พนักงานสามารถเทียบโอนประสบการณ์และเปิดภาคพิเศษนอกเวลา ให้สถานประกอบการได้พัฒนาคนที่มีทักษะอยู่แล้วได้เข้าถึงการศึกษา ซึ่งจะทำให้เกิดศักยภาพทั้ง วิชาการ และ วิชาชีพ ได้ในอนาคต ทั้งนี้ควรร่วมมือกับสถานประกอบการเอกชนในแต่ละสาขาที่ต้องการ เชื่อได้ว่าตลาดส่วนนี้จะเป็นตลาดเปิดกว้าง มาทดแทนตลาดนักเรียน ม.6 ในระบบ ที่มีแนวโน้มลดลงด้วยถูกจำกัดโดยประชากร

 หลักสูตรเรียนไปกับงานจริงหรือ Work Integrated Learning น่าจะเป็นมิติใหม่ให้นักศึกษาได้ประสบการณ์ ได้งานจริงมาวิจัย วิเคราะห์ หรือเกิดทักษะ เพราะโลกยุคใหม่ต้องการ Research Based Learning ควบคู่ไปกับ Project  หรือ Problem Based Learning ด้วย

 หลักสูตรระยะสั้นเพื่อการประกอบอาชีพ ลักษณะคล้ายกับโครงการ “ต้นกล้าอาชีพ” ของรัฐบาลขณะนี้ แต่เน้นให้แก่ชุมชนในท้องถิ่น ครอบคลุมการให้บริการของมหาวิทยาลัย ให้สามารถออกไปประกอบอาชีพได้จริง หรือเพิ่มทักษะให้ผู้ประกอบการในการพัฒนาอาชีพ น่าจะเป็นส่วนช่วยพัฒนา SMEs ให้อยู่ได้และเติบโต ดีกว่าการใช้งบประมาณบริการวิชาการที่ให้ฟรีโดยขาดกลุ่มเป้าหมาย

 หลักสูตรบ่มเพาะระดับสูง ที่เน้นนักบริหาร นักวิจัยต่อยอด โดยการนำเอาปัญหา อุปสรรคมาร่วมวิเคราะห์ วิจัย เพื่อให้ได้ข้อสรุปหรือแนวทางที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดได้

 หลักสูตรนานาชาติ ทั้งภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นที่ตลาดเปิดกว้าง ต้องการเรียนรู้ภาษาไทย เช่น ประเทศจีนที่ตลาดของผู้จบระดับมัธยมปลายมีถึง 40 ล้านคน แต่มหาวิทยาลัยรับได้เพียงครึ่งหนึ่ง ที่เหลือต้องหางานทำที่ยาก ลำบาก และรายได้น้อย ส่วนที่เหลือ 20 ล้านคนมุ่งหวังเรียนต่อเพื่ออนาคต เช่น บุคลากรที่อยู่ทางใต้ของจีน กระหายจะได้เรียนรู้ภาษาไทย มาเรียนภาษาไทยในมหาวิทยาลัยไทยกันเพิ่มมากขึ้น

 หากจัดหลักสูตร 2+2 หรือ 3+1 ด้วยหลักสูตรภาษาไทยและเรียน 2 ปี หรือ 1 ปีที่เมืองไทย เรียนวิชาชีพควบคู่กันไป โดยรับปริญญาของไทย คาดว่าน่าจะสร้างตลาดในภูมิภาคได้มากกับทั้งยังเผยแพร่ภาษาไทย วัฒนธรรมไทย ควบคู่ไปกับวิชาชีพได้อีก แทนที่จะเปิดให้เขารุกเปิดภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่นในบ้านเราแต่ฝ่ายเดียว เรื่องนี้เป็นที่น่ายินดีที่ จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ ได้ลงนามความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการจีนด้านการศึกษา ทำให้ความหวังการเป็นฮับมีมากขึ้น

 หลักสูตรพิเศษ ที่เป็นความต้องการของประเทศที่ขาดแคลน เป็นหลักสูตรที่จะสร้างความยั่งยืนได้ ทั้งตลาดแรงงานและมหาวิทยาลัย จากข้อมูลความต้องการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรดังกล่าว คงพัฒนากันมาบ้างแล้ว เป็นเพียงตัวอย่างที่มุ่งหวังให้มหาวิทยาลัยและผู้เกี่ยวข้องได้ตระหนักว่า หลักสูตรที่มีอยู่นั้น พึงได้ มองอนาคตและยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ที่กำลังแข่งขันด้วย ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ ทั้งสิ้น
 
 0 ดร.วิชัย  พยัคฆโส 0
 คณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน
 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
   [email protected]