
วิศวะสจล. จัดตั้งศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ ใช้ไอทีบริหารจัดการเมือง
วิศวะ สจล.จัดตั้งศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ หรือ Smart Cities Research Center เป็นแห่งแรกในประเทศไทย แจงปรับใช้ระบบ IT เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเมือง
รศ.ดร. เอกชัย สุมาลี ผู้อำนวยการศูนย์ Smart City Research Center (SCRC) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)กล่าวว่าการเติบโตของเมืองใหญ่แต่ละประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ความหนาแน่นของการพักอาศัยและสัดส่วนของการอยู่อาศัยในพื้นที่เมืองเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ในการบริหารจัดการเมืองตามมา ปัญหาในเมืองใหญ่ทั่วโลกจะมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกันประกอบไปด้วย ปัญหาจราจรแออัด มลภาวะ ความสิ้นเปลืองด้านพลังงาน การจัดการของเสีย และปัญหาสังคม ในยุคทศวรรษที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก และ สถาบันการศึกษาชั้นนำต่างๆได้เพ่งเล็งถึงความสำคัญปัญหาการจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐาน และ ระบบต่างๆของเมือง หนึ่งในไอเดียสำคัญที่ได้มีการพูดถึง และ ได้รับความสนใจมากคือการพัฒนาเมืองแบบ Smart Cities หรือแบบ นครอัจฉริยะ หัวใจหลักของการพัฒนาเมืองแบบ Smart Cities คือการปรับใช้ระบบ IT เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเมือง โดยที่จะครอบคลุมในด้านการจัดการระบบขนส่ง การสร้างข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจวางแผน การให้ข้อมูลกับประชากร การจัดการระบบพลังงาน การจัดการระบบน้ำ และ การจัดการโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆของเมือง
“การปรับใช้ระบบ IT ประกอบไปด้วยการใช้ระบบเก็บข้อมูล (sensor) ในหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริโภค การดำรงชีวิต และ สถานภาพของโครงสร้างพื้นฐานในเมือง โดยที่ระบบเก็บข้อมูลอาจจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างโดยเฉพาะในการเก็บข้อมูล เช่น ระบบ smart meter สำหรับเก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในรายละเอียดของแต่ละครัวเรือน หรือ ระบบตรวจจับสภาพจราจรแบบอัตโนมัติผ่านทางกล้อง cctv หรือ เรดาร์ชนิดต่างๆ อีกรูปแบบหนึ่งในการเก็บข้อมูลคือการใช้ระบบ Crowd-source คือเก็บข้อมูลโดยตรงผ่านจากการรายงานของประชากรทั้งในรูปแบบการรายงานโดยตรงจากผู้ใช้ หรือ การเก็บข้อมูลของผู้ใช้แบบอัตโนมัติ โดยที่ฐานข้อมูลแบบ Crowd-source นั้นอาจรวมไปถึงข้อมูลจากระบบ Social Network ต่างๆ หรือ การตรวจจับการเคลื่อนที่ของประชากรผ่านทางสัญญาณในรูปแบบต่างๆที่ส่งออกมาจาก Smart Phone ข้อมูลจากรูปแบบดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เรียกว่า Big Data”รศ.ดร. เอกชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเมืองแบบ Smart Cities ถือว่าเป็นภาคอุตสาหกรรมใหม่ที่ภาคเอกชนที่มีชื่อเสียงจากประเทศต่างๆได้ให้ความสำคัญ จากข้อมูลเบื้องต้นบริษัทด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์จากทั้งในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือ ยุโรปได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการสร้างสินค้า และ โอกาสทางธุรกิจในด้าน Smart Cities อย่างดุเดือด โดยบริษัทเหล่านี้เล็งเห็นถึงโอกาสได้การก้าวข้ามภาคธุรกิจเดิมในภาคผู้อุปโภคบริโภครายย่อยไปสู่การให้บริการในด้านการจัดการโครงสร้างพื้นฐานในกับภาครัฐ ซึ่งเป็นการสร้างฐานธุรกิจ และชื่อเสียงบริษัทช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง
ทั้งนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.ได้มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ หรือ Smart Cities Research Center ซึ่งถือว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกับพัฒนาในแบบ Smart Cities ว่าการพัฒนาช่วยลดความต้องการในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเพิ่มความจุในการให้บริการในด้านต่างๆของเมือง แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบให้ตอบสนองกับความต้องการในการใช้โครงสร้างพื้นฐานของประชากรให้มากขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือการเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการเมือง และการวางนโยบายโครงสร้างพื้นฐานจากฐานข้อมูลที่ได้จากระบบต่างๆ เช่น ระบบแท็กซี่ที่พัฒนามีหัวใจสำคัญที่เรียกว่า Smart Taxi Control System ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยผ่านระบบบริหารจัดการที่ศูนย์ควบคุมกลาง เพื่อใช้ในการรับ-ส่งข้อมูล สื่อสารระหว่างผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการรถแท็กซี่ และส่วนกลาง โดยรถแท็กซี่ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ภายในอย่างทันสมัยสูงสุด รวมทั้งมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นไว้บน Tablet สำหรับพนักงานขับรถแท็กซี่ และแอพลิเคชั่นบนมือถือสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ที่พัฒนาโดยฝีมือคนไทย
/////////////////////////////////////////////////////////////



