ไลฟ์สไตล์

วิศวะสจล. จัดตั้งศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ ใช้ไอทีบริหารจัดการเมือง

วิศวะสจล. จัดตั้งศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ ใช้ไอทีบริหารจัดการเมือง

31 ต.ค. 2559

วิศวะ สจล.จัดตั้งศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ หรือ Smart Cities Research Center เป็นแห่งแรกในประเทศไทย แจงปรับใช้ระบบ IT เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเมือง

รศ.ดร. เอกชัย สุมาลี ผู้อำนวยการศูนย์ Smart City Research Center (SCRC) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)กล่าวว่าการเติบโตของเมืองใหญ่แต่ละประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ความหนาแน่นของการพักอาศัยและสัดส่วนของการอยู่อาศัยในพื้นที่เมืองเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ในการบริหารจัดการเมืองตามมา ปัญหาในเมืองใหญ่ทั่วโลกจะมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกันประกอบไปด้วย ปัญหาจราจรแออัด มลภาวะ ความสิ้นเปลืองด้านพลังงาน การจัดการของเสีย และปัญหาสังคม ในยุคทศวรรษที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก และ สถาบันการศึกษาชั้นนำต่างๆได้เพ่งเล็งถึงความสำคัญปัญหาการจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐาน และ ระบบต่างๆของเมือง หนึ่งในไอเดียสำคัญที่ได้มีการพูดถึง และ ได้รับความสนใจมากคือการพัฒนาเมืองแบบ Smart Cities หรือแบบ นครอัจฉริยะ หัวใจหลักของการพัฒนาเมืองแบบ Smart Cities คือการปรับใช้ระบบ IT เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเมือง โดยที่จะครอบคลุมในด้านการจัดการระบบขนส่ง การสร้างข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจวางแผน การให้ข้อมูลกับประชากร การจัดการระบบพลังงาน การจัดการระบบน้ำ และ การจัดการโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆของเมือง


 “การปรับใช้ระบบ IT ประกอบไปด้วยการใช้ระบบเก็บข้อมูล (sensor) ในหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริโภค การดำรงชีวิต และ สถานภาพของโครงสร้างพื้นฐานในเมือง โดยที่ระบบเก็บข้อมูลอาจจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างโดยเฉพาะในการเก็บข้อมูล เช่น ระบบ smart meter สำหรับเก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในรายละเอียดของแต่ละครัวเรือน หรือ ระบบตรวจจับสภาพจราจรแบบอัตโนมัติผ่านทางกล้อง cctv หรือ เรดาร์ชนิดต่างๆ อีกรูปแบบหนึ่งในการเก็บข้อมูลคือการใช้ระบบ Crowd-source คือเก็บข้อมูลโดยตรงผ่านจากการรายงานของประชากรทั้งในรูปแบบการรายงานโดยตรงจากผู้ใช้ หรือ การเก็บข้อมูลของผู้ใช้แบบอัตโนมัติ โดยที่ฐานข้อมูลแบบ Crowd-source นั้นอาจรวมไปถึงข้อมูลจากระบบ Social Network ต่างๆ หรือ การตรวจจับการเคลื่อนที่ของประชากรผ่านทางสัญญาณในรูปแบบต่างๆที่ส่งออกมาจาก Smart Phone ข้อมูลจากรูปแบบดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เรียกว่า Big Data”รศ.ดร. เอกชัยกล่าว


อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเมืองแบบ Smart Cities ถือว่าเป็นภาคอุตสาหกรรมใหม่ที่ภาคเอกชนที่มีชื่อเสียงจากประเทศต่างๆได้ให้ความสำคัญ จากข้อมูลเบื้องต้นบริษัทด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์จากทั้งในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือ ยุโรปได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการสร้างสินค้า และ โอกาสทางธุรกิจในด้าน Smart Cities อย่างดุเดือด โดยบริษัทเหล่านี้เล็งเห็นถึงโอกาสได้การก้าวข้ามภาคธุรกิจเดิมในภาคผู้อุปโภคบริโภครายย่อยไปสู่การให้บริการในด้านการจัดการโครงสร้างพื้นฐานในกับภาครัฐ ซึ่งเป็นการสร้างฐานธุรกิจ และชื่อเสียงบริษัทช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง 


ทั้งนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.ได้มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ หรือ Smart Cities Research Center ซึ่งถือว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทย  ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกับพัฒนาในแบบ Smart Cities ว่าการพัฒนาช่วยลดความต้องการในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเพิ่มความจุในการให้บริการในด้านต่างๆของเมือง แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบให้ตอบสนองกับความต้องการในการใช้โครงสร้างพื้นฐานของประชากรให้มากขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือการเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการเมือง และการวางนโยบายโครงสร้างพื้นฐานจากฐานข้อมูลที่ได้จากระบบต่างๆ เช่น ระบบแท็กซี่ที่พัฒนามีหัวใจสำคัญที่เรียกว่า Smart Taxi Control System ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยผ่านระบบบริหารจัดการที่ศูนย์ควบคุมกลาง เพื่อใช้ในการรับ-ส่งข้อมูล สื่อสารระหว่างผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการรถแท็กซี่ และส่วนกลาง โดยรถแท็กซี่ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ภายในอย่างทันสมัยสูงสุด รวมทั้งมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นไว้บน Tablet สำหรับพนักงานขับรถแท็กซี่ และแอพลิเคชั่นบนมือถือสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ที่พัฒนาโดยฝีมือคนไทย


/////////////////////////////////////////////////////////////