เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวภายหลังการประชุมทปอ.ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2561 และมีมติว่ามหาวิทยาลัยที่เป็นนสมาชิกทปอ.จะดำเนินการปรับระบบการคัดเลือกในปีการศึกษา 2561 โดยยึดหลักการคือจะต้องไม่ให้นักเรียนวิ่งรอกสอบ ,ให้อยู่ในห้องเรียนจนจบการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ,ต้องไม่เป็นภาระเรื่องค่าใช้จ่าย, ต้องให้สิทธิเด็กในการเลือกเข้าคณะ และมหาวิทยาลัยขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยต้องมีสิทธิเลือกเด็กเช่นเดียวกัน โดยกำหนดการสอบนั้น คาดว่าจะเริ่มกระบวนการได้ประมาณเดือนต.ค. ซึ่งมีวิธีการดำเนินการสอบ 5 วิธี ดังนี้ 1.เปิดรับนักเรียนโควตา อาจจะเป็นโควตาพื้นที่ ภูมิภาคต่างๆ โควตาความสามารถพิเศษ โดยจะไม่มีการสอบข้อเขียน แต่จะให้นักเรียนยื่นแฟ้มสะสมงาน และวิธีการนี้จะต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนธ.ค. โดยมหาวิทยาลัยทุกแห่งต้องส่งรายชื่อนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกมายังส่วนกลางเพื่อตัดสิทธิ์ หรือเปิดพรีเคลียริ่งอีก 1รอบ
2.โควตาแบบใช้ข้อสอบข้อเขียน โดยใช้ข้อสอบกลาง ประมาณ ปลายเดือนก.พ.-ต้นเดือนมี.ค. 3. เปิดเคลียร์ริ่งเฮาส์ หรือระบบรับตรงกลางร่วมกัน จะมีการเปิดรับสมัคร 2 รอบ โดยเริ่มดำเนินการเคลียร์ริ่งเฮาส์รอบแรก ประมาณต้นเดือน พ.ค. 4. เปิดเคลียร์ริ่งเฮาส์ รอบ 2 คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ห่างจากรอบแรก ประมาณ 1เดือน โดยการสอบเคลียร์ริ่งเฮาส์ทั้ง2 รอบ จะใช้ข้อสอบกลาง ได้แก่ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) แกตและแพต วิชาสามัญ 9 วิชา และวิชาเฉพาะของสาขาวิชาต่างๆ ทั้งนี้ การสอบเคลียร์ริ่งเฮาส์ทั้ง 2รอบจะต้องให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิ.ย. และในส่วนของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) ก็จะมาใช้ระบบเคลียร์ริ่งเฮาส์เช่นเดียวกัน โดยส่วนกลางจะจัดสอบวิชาเฉพาะทางแพทย์ ทั้งนี้ จากการสอบวิธีการดังกล่าว คาดว่าจะรับนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยได้ประมาณ 90%
และ 5.เปิดรับตรง โดยมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ดำเนินการเอง อย่างไรก็ตาม ระบบการสอบแบบใหม่นี้ เด็กจะมี 1 สิทธิเท่านั้น เพราะเมื่อนักเรียนใช้สิทธิเข้าวิธีใดวิธีหนึ่ง มีที่เรียนแล้วจะถูกสละสิทธิไม่สามารถเข้าร่วมวิธีการอื่นได้ รวมถึงจะต้องไม่มีการให้เปิดสอบเอง แต่จะใช้ข้อสอบกลาง หรือแนวทางอื่นๆ ทั้งนี้ ส่วนช่วงเวลาในการสอบนั้น ยังไม่ได้เวลาที่ชัดเจนคณะทำงานจะไปหารือสรุปอีกครั้ง และสำหรับปฎิทินรวมถึงวิธีการในการรับนักเรียนเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา จะต้องมีความชัดเจนภายในปลายปี หรือเดือนธ.ค.2559
ศ.คลินิก นพ. อุดม กล่าวต่อว่านอกจากนั้น ที่ประชุมได้มีการรายงานผลดำเนินการโครงการวิจัยเรื่อง “การตรวจสอบคุณภาพแบบทดสอบและการประเมินผลการนำคะแนนโอเน็ต แกต/แพต ไปใช้ในการรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งพบว่าคะแนนโอเน็ต แกตและแพต มีคุณภาพและสามารถพยากรณ์องค์ความรู้ของนักเรียนในการเข้าเรียนคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยได้ ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้ใช้คะแนนโอเน็ต แกตแพต ในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในอุดมศึกษาต่อไป โดยจะมีการปรับกระบวนการออกข้อสอบให้มีความสมบูรณ์ เป็นสากลมากขึ้น ขณะเดียวกันในส่วนของโรงเรียนจะต้องปรับการเรียนการสอน ปรับปรุงข้อสอบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะมีการจัดสอบแกตแพตเพียงครั้งเดียว แต่สัดส่วนที่จะนำคะแนนแกต/แพตไปใช้ในการคัดเลือกเด็กนั้นเปิดกว้างให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งไปกำหนดเอง อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ทปอ.จะนำเสนอผลการปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปี 2561 เสนอต่อพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ในวันที่ 9 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาต่อไป