
หญิงไทยอายไม่ตรวจภายในพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่22คน/วัน
แพทย์เผยหญิงไทยอายไม่กล้าตรวจภายใน พบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่วันละ 22-27 คน เสียชีวิตวันละ 14 คน ย้ำควรรับการตรวจคัดกรอง
เมื่อวันที่ 29 ต.ค.เวลา 10.00 น. ที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นพ.ธีรภัทร อึ้งตระกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมของโรคมะเร็งในประเทศไทยว่า ข้อมูลย้อนหลังสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยคือโรคหัวใจ แต่เมื่อปี 2553 เป็นต้นมาพบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการเสียชีวิตของคนไทย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รองลงมาคือโรคหัวใจและอุบัติเหตุ เมื่อจำแนกเป็นกลุ่มผู้ชายโรคมะเร็งอันดับ 1 ที่พบคือ มะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตามลำดับ ส่วนผู้หญิง มะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 1 คือมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก ซึ่งจะสลับกันเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงของโรคมะเร็งมี 3 ข้อที่อยากให้ประชาชนได้คำนึงถึงคือ 1 ใน 3 ของโรคมะเร็งสารมารถป้องกันได้ 1 ใน 3 ของโรคมะเร็งสามารถคัดกรองได้ และ 1 ใน 3 ของโรคมะเร็งสามารถรักษาได้
ในส่วนของการป้องกันหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ก่อมะเร็ง โดยเฉพาะการงดสูบบุหรี่นั้นจะสามารถป้องกันมะเร็งปอด มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป เพราะเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก และควรออกกำลังกายเป็นประจำในลักษะแอโรบิก การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลากหลาย เน้นผัก ผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารปรุงแต่งประเภทไส้กรอก แฮม อาหารปิ้งย่าง คือรับประทานได้บ้างแต่ต้องไม่บ่อยเกินไป นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยด้วยเพราะเชื้อไวรัสเอชเอวี เอชพีวี หรือโรคติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์จะไปเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเช่นกัน คนที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยจึงมีความเสี่ยงมาก ส่วนมะเร็งอื่นๆ อาทิ มะเร็งผิวหนังก็ให้เลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัด ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ สุดท้ายป้องกันความเสี่ยงการเกิดมะเร็งด้วยการฉีดวัคซีน เช่น ไวรัสตับอักเสบบี และวัคซีนเอชพีวีป้องกันมะเร็งปากมดลูก
นพ.ธีรภัทร กล่าวอีกว่า สำหรับการคัดกรอง อาทิ มะเร็งลำไส้ใหญ่ตรวจอุจจาระ ส่องกล้องควรคัดกรองเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้มาก่อนก็ควรรับการคัดกรองเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป มะเร็งตับตรวจการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ตรวจการทำงานของตับอย่างน้อยปีละครั้ง และสุดท้ายการรักษา ปัจจุบันโรคมะเร็งจำนวนหนึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยเฉพาะถ้าได้รับการรักษาตั้งแต่ยังอยู่ในระยะแรก ซึ่งจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อได้รับการคัดกรอง ทั้งนี้การรักษาสามารถทำได้ด้วยการให้ยาเคมีบำบัดรุ่นใหม่ ผลข้างเคียงน้อย การฉายรังสีแบบ 3 มิติ 4 มิติ รวมถึงการให้ยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า การรักษาโดนภูมิต้านทานบำบัด ผลข้างเคียงน้อยกว่าการให้ยาเคมีบำบัด
ด้าน พญ.วัสนัย ไกรสรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมะเร็งนรีเวช กล่าวว่า ในส่วนของโรคมะเร็งทางนรีเวชของผู้หญิงมีหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกนั้น จากสถิติพบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่วันละ 22-27 คน เสียชีวิตวันละ 14 คน ส่วนใหญ่พบในช่วง 45 -60 ปี ทั้งนี้แม้จะเป็นโรคที่สามารป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรองเป็นประจำ แต่ปัญหาคือผู้หญิงไทยมักจะอายและไม่มาตรวจคัดกรอง ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่ามาตรวจคัดกรองค่อนข้างต่ำ แม้กระทั่งคนมีระดับการศึกษาค่อนข้างสูงก็ไม่มาตรวจภายใน



