
“หลักชัย” ของอาคารบ้านเรือนไม่บานที่ “พอเพียง”
คนรักบ้าน : ตึกแถว+อพาร์ตเมนต์ไม่บาน กับอาจารย์เชี่ยว
สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9” จะว่าไปแล้ว “มหาราช” พระองค์นี้ทรงเป็น “ศูนย์รวมใจ” ของปวงชนชาวไทยทั้งชาติโดยแท้จริง พอสิ้นท่านไปก็รู้สึกเหมือนกับว่าได้ขาด “หลักชัย” ในการดำเนินชีวิตไป สารภาพตามตรงครับว่าทุกเช้าที่ผมตื่นขึ้นมาก็พยายามที่จะบอกแบบหลอกตัวเองว่า ผมได้ฝันไปว่า “ในหลวง” เสด็จ “สวรรคต” แต่ในความจริงทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ก็คงดีนะครับถ้าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงความฝัน เพราะพระองค์ท่านมีความพิเศษเป็นอย่างยิ่ง ทรงเป็น “หลักชัย” ทั้งในด้าน “วิถีคิด” (VISIONNARY) และ “วิถีปฏิบัติ” (MISSIONARY) ของผมและคนไทยทั้งประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ที่ “มหาธรรมราชา” พระองค์นี้ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม
ทั้งยังทรงเป็นผู้นำทางด้านปรัชญาความคิดและทรงเป็นต้นแบบของการลงมือปฏิบัติให้เห็นผลจริง ดังเห็นได้จากจริยวัตรอันงดงามและโครงการน้อยใหญ่ที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริมากกว่า 4,100 โครงการ เป็นการตอกย้ำ “ปฐมบรมราชโองการ” ของพระองค์ที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม” ตลอดระยะยาวนานที่ทรงครองราชย์ “ในหลวง” ทรงทุ่มเทพระวรกายใช้ทุกเวลานาทีและทรัพยากรทั้งหลายทั้งปวงที่มีก็เพื่อทำนุบำรุง “ประโยชน์สุข” ของพสกนิกรของพระองค์ท่าน ก็นับว่าโชคดีที่มีบุญวาสนาได้เกิดมาในรัชสมัยพระองค์
ย้อนกลับไปเมื่อยามดึกดื่นค่อนคืนของวันพฤหัสที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ผมมีบุญวาสนาได้ไปกราบและถวายบังคมพระองค์ท่านที่ “โรงพยาบาลศิริราช” ถือเป็นการส่งเสด็จครั้งสุดท้าย เพราะในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 14 ตุลาคม ช่วงบ่ายก็จะมีการเชิญ “พระบรมศพ” ไปยัง “พระบรมมหาราชวัง” ตามโบราณราชประเพณี คืนนั้นผมนั่งนิ่งๆ เงียบๆ พยายามตั้งสติเพื่อทำใจให้ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ได้แต่สวดมนต์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลกับบรรดาพสกนิกรในโรงพยาบาลจนเวลาล่วงเลยไปจนตี 2 เกือบตี 3 ก็สารภาพตามตรงครับว่ายามนั้นในใจรู้สึกสับสน โศกเศร้า และมึนงงกับอนาคต ซึ่งนับต่อแต่นี้ไปก็จะไม่มี “ในหลวง” ทรงเป็น “หลักชัย” อีกต่อไปแล้ว
หลังจากนั่งน้ำตานองหน้านิ่งๆ เงียบๆ หลายชั่วโมง พอได้สติก็พยายามนึกถึงคำสอนของพระองค์ท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ความพอเพียง” ซึ่งผมพบว่า “ความพอเพียง” นั้นแท้จริงแล้วคือ “ความสมดุล” ในทุก “มิติ” ไม่ว่าทุกข์หรือสุข นับต่อแต่นี้ไม่มี “ในหลวง” แล้ว ผมควรที่จะต้องเปลี่ยนแปลงความรู้สึกโศกเศร้าให้กลับกลายเป็นพลังที่จะต้องทำงานให้มากยิ่งขึ้น ทุ่มเทให้หนักยิ่งขึ้น ให้พระองค์ท่านเป็น “หลักชัย” ของการทำงาน การใช้ชีวิตที่ก่อให้เกิดประโยชน์และความสุขให้ตัวเอง คนใกล้ชิดและผู้อื่น รวมไปถึงสังคมที่อยู่รอบตัว ในขณะเดียวกันผมก็ใช้ช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกได้ทบทวนว่าสิ่งไหนควร ไม่ควร รวมทั้งการลด ละ เลิก หรือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มุ่งมั่นทำความดีให้มากขึ้น ถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อทำให้ “มหาธรรมราชา” พระองค์นี้เป็น “หลักชัย” ที่เป็น “อมตะ” ในใจประชาชนชาวไทยตลอดไป
ผมนึกถึงผลงานออกแบบนับสิบนับร้อยรูปแบบที่ผมได้เผยแพร่ไป ซึ่งรูปแบบ “อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน” เหล่านี้ ผมได้รับแนวคิดและแรงบันดาลใจจากพระองค์ท่านในเรื่อง “ความพอเพียง” นับแต่นี้ไปผมและคณะทำงานก็จะมีความมุ่งมั่นมากขึ้น มีความมานะพยายามเพิ่มขึ้น เพื่อนำเสนอรูปแบบ “อาคารบ้านเรือนที่ไม่บาน” ที่เดินตามแนวทางแห่ง “ความพอเพียง” ของพระองค์ สำหรับในสัปดาห์นี้เป็นการรวบรวมแบบบางส่วนของ “อาคารบ้านเรือนไม่บานที่พอเพียง” เพื่อให้ท่านผู้อ่านนำไปปรับประยุกต์ใช้ต่อยอดกันครับ และผมขอให้คำมั่นว่าจะขอทำงานถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านอย่างมุ่งมั่นทุ่มเทไม่ย่อท้อเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลจวบจนวันสุดท้ายของชีวิต
จะว่าไปแล้วในใจลึกๆ ผมรู้สึกว่าประเทศไทยและคนไทยถึงจะไม่ร่ำรวยมั่งคั่งเหมือนชาติอื่น ถึงแม้จะมีปัญหาอุปสรรคต่างๆ มากมายที่รอคอยการแก้ไข แต่ก็ถือว่าเราโชคดีที่สุดแล้วครับที่เรามี “ในหลวง” และได้เกิดมาเป็นพสกนิกรในรัชสมัยของพระองค์ มาเถอะครับมาร่วมกันร่วมส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่ “สวรรคาลัย” ให้สมพระเกียรติ โดยการร่วมมือร่วมใจกันทำความดีตาม “หน้าที่ทางจริยธรรม” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน
ถึงแม้ในวันนี้จะไม่มีพระองค์ท่านทรงเป็น “หลักชัย” แล้ว แต่ผมก็เชื่อมั่นว่า “ในหลวง” จะทรงสถิตอยู่ในหัวใจของคนไทยไปตราบนานเท่านานและขอตั้งจิตอธิษฐานว่าหากมีบุญวาสนาในภพใดชาติใดก็ขอให้ได้เกิดมาเป็น “ข้ารองพระบาท” ได้มีโอกาสถวายงานกับท่านทุกชาติไป



