ไลฟ์สไตล์

มีเดียมอร์นิเตอร์แฉรายการวิทย์บนฟรีทีวีไม่ถึง2%

มีเดียมอร์นิเตอร์แฉรายการวิทย์บนฟรีทีวีไม่ถึง2%

17 ส.ค. 2552

มีเดีย มอร์นิเตอร์ เปิดเผยข้อมูลสำรวจรายการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบนฟรีทีวี พบมีเพียง 1.9% แถมรายการดีโผล่ตอนเที่ยงคืน ฟากผู้ผลิตโอด น่าแปลกที่รายการดีมักไม่มีสปอนเซอร์ แถมหลุดจากผังได้ตลอดเวลา

 นายธาม เชื้อสถาปนศิริ ผู้จัดการกลุ่มงานวิชาการโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม หรือ มีเดียมอร์นิเตอร์ เปิดเผยผลการศึกษารายการสาระความรู้วิทยาศาสตร์ในฟรีทีวี ว่าจากการสำรวจฟรีทีวี ช่อง 3 , 5 , 7 , 9 , สทท.11 และ ทีวีไทย พบว่ามีรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพียง 26 รายการ คิดเป็น 1,137 นาทีต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็น 1.94% ของเวลาออกอากาศ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับรายการอื่นๆ เช่น บันเทิง ละคร วาไรตี้ เกมส์โชว์ และข่าว

 หากจัดอันดับสถานีโทรทัศน์ที่ให้ความสำคัญกับรายการวิทยาศาสตร์ อันดับ 1 ต้องยกให้กับทีวีไทย ที่ให้เวลากับรายการวิทยาศาสตร์ถึง 8 รายการ รองลงมาคือช่อง 9 หรือเอ็มคอท ที่กล้าปรับผังรายการมุ่งเน้นสังคมอุดมปัญญา ต่อสู้กับละครหลังข่าวภาคค่ำในเวลาไพร์มไทม์ หรือช่วงเวลาที่มีผู้ชมโทรทัศน์มากที่สุด ถึง 7 รายการ ในขณะที่ สสท.11 มี 5 รายการ ส่วนช่อง 3 ช่อง 5 และช่อง 7 ให้ความสำคัญกับรายการวิทยาศาสตร์ เพียงสถานีละ 2 รายการเท่านั้น

 เขา แจงว่า รายการวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ปรากฏออกมาในรูปของสารคดี แมกกาซีน เกมโชว์ การ์ตูน โดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้ร่วมผลิต ให้ข้อมูล เช่น สสวท. สวทช. อพวช. สกว. และซิป้า โดย 26 รายการที่ปรากฏ มี 8 รายการที่ซื้อจากต่างประเทศ นำมาแปลงบท ตัดต่อให้เป็นฉบับภาษาไทย มีเวลาออกอากาศมากกว่ารายการที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งต้องยอมรับว่าเนื้อหาที่ปรากฏยังไม่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับวัฒนธรรมหรือบริบทของคนไทยได้

 "รายการวิทยาศาสตร์ที่พบที่ฟรีทีวีทุกวันนี้ ไม่มีการกำหนดกลุ่มผู้ชมอย่างชัดเจน บางครั้งการที่เน้นส่งเสริมการเรียนรู้กลับกลุ่มผู้ชมทั่วไป ไม่เพาะเจาะจง ทำให้เนื้อหาที่ปรากฏเน้นการเด็ดยอด ตัดตอนทางความคิดและเทคโนโลยี ไม่แสดงถึงที่มา ผลกระทบที่ได้รับ ทำให้ไม่มีกระบวนการคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นเหตุเป็นผล"  ผู้จัดการกลุ่มงานวิชาการโครงการมีเดียมอร์นิเตอร์ เสนอมุมมอง 

 ทั้งนี้การศึกษาดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยก่อนหน้านี้โครงการดังกล่าวได้ศึกษาในหลายประเด็นอาทิ การศึกษาโฆษณาในรายการเด็ก ศึกษาความเป็นละครในการรายงานข่าวการเมือง และสื่อมวลชนกับการนำเสนอเนื้อหาการเลือกตั้ง เป็นต้น

 ด้าน ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ผลสำรวจของมีเดียมอนิเตอร์ที่ออกมาครั้งนี้ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะก่อนหน้านี้ สวทช. ได้ทำการสำรวจในหัวข้อที่คล้ายกัน ซึ่งผลปรากฏว่ามีรายการทีวีที่เน้นเนื้อหาสาระวิทยาศาสตร์อยู่เพียง 2.9% เป็นตัวเลขที่ไม่แตกต่างมากนัก

 ที่ผ่านมา สวทช. ได้ให้ความสำคัญกับรายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์ โดยพยายามผลิตรายการทีวี ที่มีเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์เอง เช่น ชาววิทย์ชิดชาวบ้าน , รายการวิจัยไทยคิด ตลอดจนนำเข้ารายการจากต่างประเทศ เช่น Sponge ฉลาดสุดๆ , บียอนด์ ทูมอร์โร่ ผ่านโปรแกรมสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สวทช. 2-3% ของงบประมาณทั้งหมดที่ได้รับ โดยมองว่าสื่อทีวีเข้าถึงประชาชนไว้มากกว่าสื่อประเทศอื่น

 "รายการวิทยาศาสตร์รายการแรกอย่างที่สวทช. นำเข้ามาจากต่างประเทศ หรือ เมก้าเคลฟเวอร์ ฉลาดสุดๆ ได้รับความนิยมจากผู้ชมถึง 2 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงกลุ่มคนที่สนใจวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นพลังให้เราเดินหน้าพัฒนารายการวิทยาศาสตร์ในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น แม้เวลาของสถานีโทรทัศน์จะมีจำกัด" ดร.อ้อมใจ กล่าวและยอมรับว่า การทำให้เรื่องของวิทยาศาสตร์มีความน่าสนใจ เรียนรู้ได้อย่างสนุกสนานนั้นไม่ใช้เรื่องง่าย ตลอดจนข้อจำกัดของโปรดักชั่น หรือการผลิต คือใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง ขาดสปอนเซอร์สนับสนุนทำให้เวลาในการออกอากาศสั้นลง หรือไม่อยู่ในช่วงที่มีคนดูโทรทัศน์เป็นจำนวนมาก

 นายอรรฆรัตน์ นิติพน กรรมการผู้จัดการบริษัท มัชรูม เทเลวิชั่น จำกัด เจ้าของรายการ  เน็กซ์ ก้าวแห่งความคิด ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สทท.11 กล่าวเปรียบเทียบว่า รายการทีวี เหมือนพืชล้มลุก ที่พร้อมถูกปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาตามผังของรายการ สปอนเซอร์ ตลอดจนแอร์ทามส์ ที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะรายการที่คนส่วนใหญ่สนใจอย่างละครหลังข่าว หรือเกมส์โชว์ที่มีดาราเป็นแม่เหล็กดึงดูด

 "การจะทำรายการดี มีสาระในบ้านเราต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยง ต่างจากในต่างประเทศที่พร้อมจะทุ่มเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อนสร้างสารคดี หรือรายการวิทยาศาสตร์เจาะลึกสักเรื่อง เพื่อเผยแพร่และขายไปทั่วโลก ขณะที่บ้านเราการทำรายการทีวีที่มีเนื้อหาวิทยาศาสตร์ยังอยู่ในวงจำกัด" เขากล่าว

 อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่ารายการที่มีเนื้อหาวิทยาศาสตร์ในบ้านเรามีเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แม้จะไม่ใช่รายการที่ใช้เงินลงทุนมาก เวลานำเสนอนานมากนักแต่ก็สามารถแย่งชิงพื้นที่จากรายการปกติมาได้กว่าที่ผ่านมา ซึ่งทาง สวทช. หน่วยงานให้ทุนยังคงมองหาโปรดักชั่นที่มีความสนใจเข้าร่วมสร้างสรรค์รายการทีวีที่มีสาระและเป็นประโยชน์กับผู้ชม โดยมองว่าข้อมูลวิชาการและการนำเสนอที่น่าสนใจจะต้องเดินไปพร้อมกัน