ไลฟ์สไตล์

น้อมนำหลักปรัชญาศก.พอเพียงแก้ไขหนี้ครู

น้อมนำหลักปรัชญาศก.พอเพียงแก้ไขหนี้ครู

20 ต.ค. 2559

“พิษณุ” เตรียมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก้ไขหนี้ครู พร้อมมอบสกสค.ไปดูช่องทางนำภูมิปัญญาของครู มาต่อยอดสร้างรายได้ โดยใช้รูปแบบอีคอมเมิร์ช

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.59 ดร.พิษณุ  ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ครู ว่า สำนักงาน สกสค.จะน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นหลักในการแก้ปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบ ซึ่งจากข้อมูลมีครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นหนี้ อยู่ประมาณ 1.4 ล้านคน เป็นหนี้เฉลี่ยรายละ 1.5-2 ล้านบาท  มูลหนี้รวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท เฉพาะครูประจำการ ประมาณ 5 แสนคน  มูลหนี้ประมาณ 7.5 แสนล้านบาท แต่ในจำนวนนี้มีผู้กู้ที่มีปัญหาประมาณ 35,000 คน มูลหนี้ประมาณ 5.2 หมื่นล้านบาท  โดยที่ผ่านมาตนได้ตั้งคณะทำงานยกร่างแผนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคคลกรทางการศึกษาทั้งระบบ  คาดว่าจะเสนอแนวทางให้พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณา ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2559 นี้

ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน ตั้งเป้าช่วยเหลือลูกหนี้ขั้นวิกฤติ 35,000 คน โดยวิธีการช่วยเหลือจะแตกต่างกัน  ดังนี้ 1.จัดตั้งกองทุนแก้ไขปัญหาหนี้สินครู มีวงเงินเริ่มต้นกองทุน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งงบประมาณส่วนหนึ่งเป็นเงินหมุนเวียนของสำนักงาน สกสค.เอง อีกส่วนจะขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น ๆ 2.เจรจากับธนาคารออมสิน  เพื่อให้เป็นนโยบายสำคัญ ในการลดดอกเบี้ยให้กับผู้กู้ ในอัตรา 50 สตางค์ต่อปี และ3. สำหรับลูกหนี้ที่มีปัญหาวิกฤติเข้าขั้นไอซียู อาทิ ลูกหนี้ที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี  ยึดทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5,000-10,000 คน จะมีการประโครงสร้างหนี้ หรือกรณีที่มีปัญหาหนักจริง ๆ เช่น พ่อแม่ ภรรยา หรือสามีเสียชีวิต ถูกฟ้องร้องล้มละลายจนถึงขั้นคิดสั้นฆ่าตัวตาย จะใช้กองทุนฯ เข้าไปช่วยเหลือเยียวยา ท้ายที่สุดถ้าแบกรับภาระหนี้ไม่ไหวจริง ๆ ก็อาจจะต้องพิจารณายกหนี้ให้ และหาแนวทางให้เขาสามารถตั้งตัวเพื่อให้มาปลดหนี้ในภายหลัง

“ที่บอกมาในเบื้องต้น คือการแก้ปัญหาระยะสั้น ที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นจริงภายใน 1-2 เดือนนี้ ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว จะน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นหลักในการแก้ปัญหาหนี้สินครู โดยจะมีการจัดทำโครงการส่งเสริมคุณสภาชีวิตครูให้ดีขึ้น ทั้งนี้ ครู ส่วนใหญ่ของเราไม่มีทรัพย์สินอื่นใดนอกจากปัญญา”นายพิษณุ กล่าว

 ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ สำนักงาน สกสค. จะไปคิดว่า ทำอย่างไร จึงจะนำภูมิปัญญาของครูมาแปลงเป็นทรัพย์สินได้  ซึ่งผมเองมีแนวคิด นำภูมิปัญญาของครูมาต่อยอด สร้างมูลค่า ในรูปแบบอีคอมเมิร์ช โดยมีสำนักงาน สกสค. เป็นตัวกลาง ใครสนใจศึกษาภูมิปัญญาเรื่องใด ก็เข้ามาชอปปิง เหมือนเลือกซื้อสินค้า และจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับครูเจ้าของภูมิปัญญา สร้างรายได้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันจะทำการส่งเสริมการทำอาชีพให้ครูในรูปแบบอื่น ๆ ให้มีรายได้พอเพียง จะได้ไม่ต้องไปก่อหนี้สินเพิ่มขึ้นอีก