ไลฟ์สไตล์

เงินของพ่อหลวง

เงินของพ่อหลวง

16 ต.ค. 2559

“ เพราะเงินของพ่อหลวง จึงทำให้มีครอบครัวของเราในวันนี้” เรื่องของพ่อ จากคำบอกเล่าของปู่

     หลังจาก สำนักพระราชวัง แถลงการณ์ ประกาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต  พสกนิกรชาวไทยต่างหลั่งน้ำตาโศกเศร้าทั่วทั้งแผ่นดินไทย และหลายคนต่างโพสข้อความไว้อาลัย ร่วมถึงปฎิญาณว่าจะเดินตามรอยพระยุคลบาท ในการทำความดีเพื่อพระองค์ท่าน

        "จากทุนการศึกษาส่วนพระองค์ที่พระราชทานให้เด็กผู้ชายคนหนึ่ง ข้างกองขยะดินแดง จนวันนี้เป็นนายกอบต.ดาวเรืองและสร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง รับใช้ราชวงศ์จักรีสืบไป"

     โดย เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2559 ผู้ใช้เฟสบุ๊ค "นู๋ปลา พีอาร์ ปทุมวัน" ได้โพสข้อความประทับใจถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดช ใจความว่า

เงินของพ่อหลวง

     “ เพราะเงินของพ่อหลวง จึงทำให้มีครอบครัวของเราในวันนี้”

     เรื่องของพ่อ จากคำบอกเล่าของปู่

     โดยเรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้ ตัวของเราเองได้ยินมาตั้งแต่ตัวเล็กๆเพราะปู่ของเราเป็นคนเล่า. เราไม่เคยได้ยินเรื่องนี้จากปากของพ่อเลย อาจจะเป็นเพราะเขิลมั้ง ไม่ได้เขิลที่จนแต่คงเขิลที่จะเล่าซ้ำไปม่กับปู่ แต่การกระทำทุกอย่างรับรู้ได้ว่า พ่อ. เทิดทูลในหลวงและราชวงศ์ไว้ทุกลมหายใจเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ตลอดเวลา

     ด.ช สว่าง สามปลื้ม เป็นลูกชายคนที่ 2. จากพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นเด็กยากจนที่อาศัยอยู่ในชุมชนวัดอภัยทายาราม(วัดมะกอก) ปู่กับย่า ตอนนั้นทำอาชีพหาบของขาย เพราะปู่ขายนา จากคลองหกที่มีเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยเห็นความสำคัญทางการศึกษาของลูก(ปู่เล่า) พ่อของเรา ด.ช สว่าง สามปลื้ม ก็เรียนที่ โรงเรียนวัดตะพานหัน ตรงแยกดินแดง

     ด้วยในสมัยนั้น (50 ปีที่แล้ว)ห้างสรรพสินค้า ทีวี ไม่มีมากมาย อินเตอร์เน็ตไม่มี การจรรโลงใจก็คงน้อย(อันนี้คิดเอง) เด็กๆก็เล่นกันตามกองดิน กองทราย กองขยะ จนวันนึงมีนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่ง ออกมาเห็นความเป็นอยู่ของเด็กในชุมชนข้างกองขยะดินแดง(ปู่เล่า) นำโดยคุณหญิง พรพรรณ ธารานุมาศ และเพื่อนจัดตั้ง โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้น โดยสอนสวดมนต์ สอนจริยธรรม ความรักในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ตลอดจนการบ้านต่างๆ

     คาดว่า การจัดตั้งโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์คงทราบถึงพระเนตรพระกรรณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ฯ ได้ลงมาดูและอุปถัมภ์ทุนการศึกษา โดยพ่อบอกว่าได้ทุนการศึกษาส่วนพระองค์ตั้งแต่ ป.3-ปวส. โดย ประถมศึกษาปีที่ 3 ได้รับเดือนละ 5 บาท (รร.วัดตะพานหัน)ปวช.ได้รับเดือนละ 100 บาท(วิทยาลัยช่างกลปทุมวัน)ปวส.ได้รับเดือนละ 500 บาท (วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ) แต่ตอนเรียนเทคนิคกรุงเทพรับอยู่แค่ 1 ปี เพราะพ่อทำงานตอนเช้า เพื่อแบ่งเบาภาระของปู่ย่าจึงเรียนตอนบ่าย และส่งต่อทุนให้น้องๆต่อไป

     พ่อเล่าต่อว่าได้เคยเข้ารับพระราชทานเลี้ยงปีใหม่ทุกปีโดยในหลวงจะให้รถกะบะของวังมารับนักเรียนวันอาทิตย์เข้าไปในวังและวันนั้นจะมีความสุขมาก มีแต่ขนมและของกินอร่อยๆโดยเฉพาะหมูสะเต๊ะ. ในหลวง ทรงดนตรีให้ฟังด้วย และมีสมเด็จพระบรมราชินีนาถเคียงข้าง คอยดูแล ตลอดจนพระบรมศานุวงศ์ทุกพระองค์ ก่อนจะกลับก็ทรงให้สมเด็จพระบรมโอสาธิราชฯ ประทานขนมกล่อง(เหมือนคุกกี้กล่องแดงๆ) ให้กลับบ้าน พ่อบอกว่าอร่อยมาก สมัยก่อนไม่มีขนมพวกนี้หรอก

     วันนี้ที่ไม่มีในหลวงแล้ว พ่อพูดสั้นๆเพียงว่า ใจหาย มาก ครั้งนึงเคยมีโอกาสได้ใกล้ชิด ยิ่งใจหาย 

      สำหรับ 2 ภาพนี้ พ่อได้นั่งตรงกลางชิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพราะว่า รองเท้าคู่ที่ใส่ไปมันใหญ่ หลุดต่อหน้าพระพักตร์ ด้วยพระเมตตาจึงเรียกให้ไปนั่งตรงหน้าพระองค์ ปู่เคยเล่าให้ฟังว่ามีรูปถ่ายพ่อกับในหลวงด้วย แต่ปู่เก็บไว้ไหนไม่รู้หายไป

      ปู่ไม่ได้ตามเฝ้าฯ แต่คงรู้เรื่องราวจากคุณหญิงพรพรรณ ธารานุมาศ ท่านคงเล่าให้ผู้ปกครอง ด.ช. สว่าง สามปลื้มฟัง

      เรื่องของพ่อ จากคำบอกเล่าของปู่ มาวันนี้พ่อมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านตำบลดาวเรือง จ.สระบุรี บางทีอาจจะไม่ใช่เหตุบังเอิญหากเป็นสิ่งที่โชคชะตาเค้าขีดมาให้เราต้องรับใช้แผ่นดินและทำตามสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงทำเป็นตัวอย่างให้คนทั้งโลกได้เห็น

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ครอบครัวสามปลื้ม