
ควรไม่ควร
ผมเป็นผู้หนึ่งที่เคยไปปรึกษาสอบถามกับตำรวจที่ตั้งด่านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2552 ซึ่งบริเวณนี้ตำรวจได้ตั้งด่านเดือนละไม่น้อยกว่า 20 วัน แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตะคอกกลับมาและถาม
ขณะที่อยู่บนรถผมได้สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้ที่ควบคุมตัวว่า "ผมทำผิดข้อหาอะไรจึงต้องใส่กุญแจมือ" ได้คำตอบว่า "ทำถูกแล้ว...ถ้าคุณข้องใจให้ไปฟ้องศาลได้เลย"
เมื่อไปถึงสถานีตำรวจก็เข้าไปในฝ่ายงานจราจร ประมาณ 20 นาที จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงขอดูบัตรประจำตัวและทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งยัดเยียดข้อกล่าวหาว่า "ขับรถขณะมึนเมา ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่" แต่ผมปฏิเสธ เพราะผมไม่ได้ขับรถ ผมเดินมาเพื่อซื้อสิ่งของที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ใกล้กับจุดตั้งด่าน
จากนั้นได้นำตัวผมส่งร้อยเวรเพื่อสอบสวน ร้อยเวรสั่งให้ไปรอที่ห้องขังก่อน เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมจึงได้นำตัวผมไปเข้าห้องคุมขังประมาณ 30 นาทีจึงนำตัวออกมา ผมได้ประกันตัวออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนัดให้ไปพิมพ์ลายมือพร้อมทั้งทำสำนวนส่งฟ้องศาล เพื่อชำระค่าปรับที่ศาล เมื่อไปถึงศาลผมจึงได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ผมขอเรียนถามดังนี้
1.การกระทำอย่างไรบ้างจึงเข้าข่ายการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
2.ความผิดฐานใดบ้างที่ตำรวจต้องใส่กุญแจมือทั้งสองข้างไขว้หลัง
3.ตำรวจมีอำนาจในการวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ที่ไม่ขับขี่ยวดยานหรือไม่
4.ผมเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพฤติกรรมที่กระทำการกลั่นแกล้ง กักขังหน่วงเหนี่ยว พยายามยัดเยียดข้อกล่าวหา
5.ตำรวจจะดำเนินการฟ้องต่อศาลอีกหรือไม่
ประมวล
ตอบ
พ.ต.ท.นฤดม มารศรี รอง ผกก.จร.ชี้แจงเป็นข้อๆ ดังนี้
1.กรณีที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่ แล้วถูกก่อกวนจนทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ
2.ถ้าตำรวจแจ้งข้อหาแล้ว ก็ต้องใส่เครื่องพันทนาการด้วย หากมีการต่อสู้ขัดขืนตำรวจสามารถใช้ดุลพินิจว่าควรใส่กุญแจหรือไม่ อย่างไร ซึ่งก็ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป
3.กรณีของคุณไม่ต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพราะมีอาการเมาให้เห็น
4.ตำรวจไม่ได้กลั่นแกล้ง แต่ต้องควบคุมตัวให้ไปสงบสติอารมณ์ และไม่ได้ยัดเยียดข้อหา
5.การส่งฟ้องต่อศาลต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
กรณีของคุณ ผู้กำกับตรวจสอบแล้ว ทราบว่าในวันที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 3 ทุ่ม ร้อยเวรจราจรได้ไปตั้งด่านอยู่ที่ถนนสุรนารายณ์ซึ่งเป็นจุดตั้งด่านเพื่อกวดขันวินัยจราจร ไม่ใช่ด่านตรวจแอลกอฮอล์ ขณะนั้นคุณประมวลก็เดินมาที่ด่าน ด้วยอาการเมา และต่อว่าตำรวจประมาณว่า ตั้งด่านเลยไปหน่อยไม่ได้หรือทำไมต้องมาตั้งตรงนี้ เกะกะขวางทางจ้องจับแต่นักศึกษา
ร้อยเวรได้อธิบายว่า บริเวณนี้ชาวบ้านร้องเรียนมาว่าจับกุมแต่ชาวบ้าน นักศึกษาที่ขับรถผ่านไปมาก็ทำผิดกฎจราจรจำนวนมาก ทำไมตำรวจไม่จับ ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจก็ไม่ได้จ้องแต่จะจับนักศึกษาแต่มีการอนุโลมให้นักศึกษามาโดยตลอด แต่คุณประมวลก็ไม่ยอมฟังพูดจาโวยวายดูหมิ่นตำรวจ แล้วสูบบุหรี่พ่นควันใส่หน้าตำรวจ ตำรวจแนะนำให้กลับบ้านก็ไม่ยอมกลับยืนต่อว่าตำรวจอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ตำรวจจึงต้องเชิญไปคุยกันต่อที่โรงพักและต้องการพาไปสงบสติอารมณ์ ปรากฏว่าเกิดการผลักและต่อสู้ขัดขืน จนต้องใช้กำลังตำรวจประมาณ 4-5 คน จึงจะจับตัวให้สงบได้ และต้องใส่กุญแจมือ
หลังจากนั้นร้อยเวรก็ได้เรียกมาสอบสวน คุณประมวลก็รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ร้อยเวรจึงได้ทำสำนวนส่งฟ้อง พอวันรุ่งขึ้นได้ส่งฟ้องด้วยวาจาที่ศาลขวาง แต่พออยู่ต่อหน้าศาลกลับปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทำให้ร้อยเวรต้องกลับมาทำสำนวนใหม่ และเรียกร้อยเวรในวันนั้นมาสอบปากคำเพิ่ม
ข้อหาที่แจ้ง คือ เมาสุราประพฤติตนวุ่นวาย และต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ถือเป็นความผิดอาญา ต้องส่งฟ้องศาลแขวง มีโทษเสียค่าปรับ หรืออาจมีโทษจำคุกด้วย แต่ส่วนใหญ่จะรอลงอาญา
รอง ผกก.จร. บอกว่า กรณีนี้จริงๆ แล้วก็ไม่อยากจะเอาเรื่อง เพราะทราบภายหลังว่าคุณประมวลเป็นข้าราชการ อาจจะทำให้เสื่อมเสียประวัติได้ และคดีนี้ก็ถือเป็นความผิดเล็กน้อย
ลุงแจ่ม



