
เด็กอาเซียนเสี่ยงรับควันบุหรี่มือสองในบ้าน เฉพาะไทยกว่า45%
อาเซียนสูบบุหรี่มาก121ล้านคน เด็กเยาวชนเสี่ยงรับควันมือสองในบ้าน ระบุสารพิษค้างในบ้านนาน6เดือนแม้เลิกสูบแล้ว เร่งสร้างเครือข่ายเมืองอาเซียนปลอดบุหรี่
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่โรงแรมพีช ลากูนา จ.กระบี่มีการประชุมนานาชาติ เรื่อง เมืองในอาเซียนปลอดบุหรี่ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคม จัดโดยมูลนิธิเพื่อสังคมอาเซียนปลอดบุหรี่(SEATCA)และมูลนิธิรณรงคืเพื่อการไม่สูบบุหรี่ มผู้นำด้านการควบคุมยาสูบกว่า 200 คนจาก 10 ประเทศเข้าร่วม โดยน.ส.บังอร ฤทธิภักดี ผู้อำนวยการบริหารองค์กรเครือข่ายเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบในอาเซียน กล่าวว่า มีข้อมูระบุว่า บุหรี่คร่าชีวิตคนประมาณ 6 ล้านคนทั่วโลกทุกปีมากกว่า 6 แสนคนเป็นผู้ไม่สูบบุหรี่แต่ได้รับควันบุหรี่มือสอง ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นเด็ก 31% และผู้หญิง 64% เฉพาะในภูมิภาคอาเซียนนั้นมีผู้สูบบุหรี่มากถึง 121 ล้านคน และจากข้อมูลล่าสุดขององค์กรเครือข่ายเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบในอาเซียน พบว่าเยาวชนในภูมิภาคอาเซียน ได้รับอันตรายจากการได้รับควันบุหรี่มือสองทั้งภายในและนอกบ้าน
ประเทศอินโดนีเชีย มีเยาวชน 68.8% เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน ในขณะที่เยาวชน 78.1% เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองนอกบ้าน สำหรับประเทศไทย เยาวชน 45.7% เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านและ 67.6% เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองนอกบ้านและประเทศเวียดนาม มีเยาวชน 58.5% เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน และ 71.2% เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองนอกบ้านตนเอง ทั้งนี้ ในประเทศอาเซียน มีสถานที่ ๆ ประชาชนได้รับอันตรายจากการได้รับควันบุหรี่มือสองที่คล้ายคลึงกัน ได้แก่ บ้าน ร้านอาหาร ที่ทำงาน ขนส่งสาธารณะ สถานที่ราชการ และสถานบริการสาธารณสุข
"งานวิจัยล่าสุดค้นพบว่าสารพิษจากบุหรี่จะตกค้างอยู่ในบ้านของผู้สูบบุหรี่อย่างน้อย 6 เดือนหลังจากเลิกสูบบุหรี่แล้ว ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยคนอื่นที่ไม่ได้สูบบุหรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและทารก ซึ่งคนเหล่านี้ถือเป็น ผู้ได้รับควันบุหรี่มือสาม สารพิษที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรงจากบุหรี่จะติดอยู่ในโซฟา กำแพง และพรมในบ้าน"น.ส.บังอรกล่าว
น.ส.บังอร กล่าวอีกว่า จากสถิติดังกล่าว ทำให้เห็นว่าประเทศอาเซียนต่าง ๆ ที่เป็นภาคีต่ออนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลกจะต้องทำงานอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซึ่ง
มาตรา 8 ของอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบฯ กำหนดให้ภาคีต้องปกป้องประชากรของตน ให้ปลอดภัยจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง ทั้งนี้ การขับเคลื่อนเรื่องเมืองอาเซียนปลอดบุหรี่จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยปัจจุบันมี 45 เมืองจาก 8 ประเทศที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายเมืองปลอดบุหรี่
ด้าน นายโฮเซ เอ็นริค การ์เซีย สมาชิกสภาเขต 2 ของเมืองบาทาน ประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานเครือข่ายเมืองปลอดควันบุหรี่ของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ผู้นำต้องตระหนักว่าสิ่งแวดล้อมที่ปลอดควันบุหรี่ 100% เท่านั้นที่จะช่วยปกป้องสาธารณะจากอันตรายที่ร้ายแรงของการได้รับควันบุหรี่ การทำให้เมือง เทศบาล และจังหวัดเป็นสถานที่ปลอดควันบุหรี่ ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลที่ดีต่อเศรษฐกิจและประเทศโดยรวมด้วย
////////////////////////////



