ไลฟ์สไตล์

วธ.ดัน7แหล่งโบราณสถานเข้าบัญชีชั่วคราวมรดกโลก

วธ.ดัน7แหล่งโบราณสถานเข้าบัญชีชั่วคราวมรดกโลก

17 ส.ค. 2552

อนุ กก.แห่งชาติดัน7แหล่งโบราณสถานเข้าบัญชีชั่วคราวมรดกโลก ส.ป.ป.ลาวหนุนไทย“เชียงแสน-สุวรรณโคมคำ” ขึ้นร่วม ดัน “พระบรมธาตุ-พระปฐมเจดีย์-ล้านนา-ศรีวิชัย-เจ้าพระยา-สถาปัตย์เจ้าฟ้าฯ นริศ” ด้วย

 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ในฐานะประธานอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรมของคณะกรรมการแห่งชาติ ว่า ด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย ที่ประชุมอนุกรรมการได้พิจารณาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมสู่มรดกโลก เสนอโดยกรมศิลปากร 5 แหล่ง มีแหล่งวัฒนธรรมล้านนา ภูมิทัศน์วัฒนธรรมแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา กลุ่มสถาปัตยกรรมของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ เส้นทางวัฒนธรรมศรีวิชัย แหล่งโบราณคดีเมืองเก่าเชียงแสนและสุวรรณโคมคำ จ.เชียงราย ประเทศไทย และเมืองบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว) และอีก 2 แหล่งโดยชาวนครศรีธรรมราช เสนอพระบรมธาตุวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ชาวนครปฐมเสนอองค์พระปฐมเจดีย์ ซึ่งอนุกรรมการมีนาย พิสิฐ เจริญวงศ์ ผู้อำนวยการสปาฟา นางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ ที่ปรึกษา วธ. และอนุกรรมการคนอื่นๆ เห็นชอบ 7 แหล่งเสนอเข้าสู่บัญชีชั่วคราว (Tentative) แหล่งมรดกโลกวัฒนธรรม

 รมว.วัฒนธรรมกล่าวอีกว่า แหล่งโบราณคดีเมืองเก่าเชียงแสนและสุวรรณโคมคำเมืองบ่อแก้ว ส.ป.ป.ลาว ได้รับการสนับสนุนจากนักวิชาการหลายฝ่ายเป็นเรื่องที่ดี ทางสำนักโบราณคดีของไทยรายงานให้ทราบว่า นายบ่อแสงคำ วงดาลา รมช.วัฒนธรรม ส.ป.ป.ลาว สนับสนุนขึ้นร่วมมรดกโลกทางวัฒนธรรมด้วย ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับล่างประสานงานกัน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้วิชาการและการจัดทำบัญชีชั่วคราว ทั้งจะมีการหารือในระดับรัฐบาลต่อไป ตนจะได้รายงานความคืบหน้าให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการแห่งชาติ รับทราบ อย่างไรก็ตามมรดกทางวัฒนธรรมทั้ง 7 แหล่งจะเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบในเร็วๆ นี้

 “อายุของแหล่งโบราณคดีเมืองเก่าเชียงแสน กับแหล่งโบราณคดีสุวรรณโคมคำ แขวงบ่อแก้ว ส.ป.ป.ลาว อยู่ในช่วงเวลาเดียวกันร่วมพันปี และนับเป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดกันที่สุดขึ้นมรดกโลกร่วมกันแห่งแรกของสองประเทศ จะทำให้ฟื้นฟูบูรณะเมืองโบราณเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อีกด้วย” นายธีระกล่าว

 นายธราพงศ์ ศรีสุชาติ ผอ.สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร กล่าวว่า ในระดับเจ้าหน้าที่ของสองประเทศได้มีการประสานงานมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ลงพื้นที่เมืองโบราณสุวรรณโคมคำ พบว่าคูเมืองโบราณมีสภาพสมบูรณ์อยู่มาก ไม่มีชาวบ้านเข้าไปรบกวนถางพงทำไร่ จึงเห็นร่องรอยที่ตั้งถิ่นฐานบ้านเมืองในอดีต ครั้งที่เป็นช่องประตูแม่น้ำโขงตอนเหนือของสองประเทศรับอารยธรรมยิ่งใหญ่ของโลกคือจีน-อินเดีย มาผสมผสานจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ศิลปกรรมที่โดดเด่นของเมืองโบราณแห่งนี้