
นำโจทย์แยกสกอ.เข้าหารือในทปอ.30ต.ค.นี้
“หมออุดม” เตรียมนำโจทย์ 2 ข้อแยก สกอ.ออกจาก ศธ.ไปหาในที่ประชุมทปอ.30 ต.ค.นี้ แจงการแยกออกจะทำให้รัฐมีนโยบายชัดเจนในการดูแลมหา’ลัยมากขึ้น
เมื่อวันที่ 11 ต.ค.59 ศ.นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ มอบโจทย์ให้คนในแวดวงอุดมศึกษาว่าเมื่อมีการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ แล้ว จะทำให้คุณภาพบัณฑิตดีขึ้น และแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาขณะนี้อย่างไรนั้น ทปอ.จะนำโจทย์ที่ รมว.ศึกษาธิการ มอบให้เข้าหารือในที่ประชุม ทปอ. วันที่ 30 ต.ค.2559 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้น ประมาณต้นเดือน พ.ย.2559 จะขอเข้าพบ พล.อ.ดาว์พงษ์ เพื่อชี้แจงโจทย์ที่ได้มอบหมายมา
ทั้งนี้ การแยก สกอ. ไปจัดตั้งเป็นกระทรวงหรือทบวงจะทำให้คุณภาพบัณฑิตและแก้ปัญหาธรรมภิบาลได้ดีขึ้นอย่างไรนั้น เบื้องต้นขอชี้แจงว่า ขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ซึ่งมหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญด้านการคิดค้นนวัตกรรม และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นกว่า 85% เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย แต่ที่ผ่านมา ศธ.ก็มีปัญหาที่ต้องแก้ไขมากมาย โดยเฉพาะงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เพียงองค์กรเดียว ทั้งรมว.ศึกษาธิการ และ ปลัด ศธ. ก็เกือบไม่มีเวลาแล้ว ส่วนมหาวิทยาลัยแม้จะไม่ได้รับการดูแล ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ แต่ไปเรื่อยๆ ซึ่งค่อนข้างช้า ดังนั้น การแยกสกอ.ออกไป จะทำให้รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน ดูแลมหาวิทยาลัยได้เต็มที่ทั้งเรื่องงบประมาณ กำลังคน และระบบการทำงาน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการผลักดันประเทศให้ก้าวหน้า
“ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตนั้น โดยส่วนตัวคิดว่ามีหลายปัจจัย เรื่องนี้มหาวิทยาลัยต้องปลูกฝังให้บัณฑิตมีความพร้อมทั้งคุณภาพทางวิชาการและปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เมื่อบัณฑิตมีทั้งความรู้และคุณธรรม เมื่อทำงานในองค์กรใด ก็จะทำให้องค์กรนั้นมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ประเทศชาติก็จะดีขึ้นตามไปด้วย ส่วนเรื่องธรรมาภิบาลนั้น ตนยอมรับว่าเรื่องนี้มหาวิทยาลัยเองก็ไม่มีความเข้มแข็ง จึงเป็นเรื่องที่พวกเราต้องกลับ สร้างระบบธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยให้เข้มแข็ง”ศ.นพ.อุดม กล่าว



