
ร่าง ก.ม.สภาเกษตรฯ ฉบับประชาชนอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
คาดว่าภายในเร็วๆ นี้ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่มี นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ยกร่างเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติฉบับดังกล่าว ได้ผ่านขั้นตอนก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ฉบับนี้จะผ่านขั้นตอนการยกร่างและผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาทุกภาคแล้วก็ตาม แต่หลายองค์กรโดยเฉพาะนักวิชาการ องค์กรภาคประชาชน รวมถึงถึงแกนนำเกษตรกรเอง จะเห็นได้ว่าจากการดำเนินเสวนาจัดโดยสมาคมนักข่าวในหัวข้อ “สิทธิเกษตรกร สิ่งที่หายไปใน พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ” เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2552 และเวทีร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติฉบับประชาชน ห้องประชุมมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 ส่วนใหญ่ต่างมองว่า ยังคงมีข้อบกพร่องบ้างในบางมาตรา โดยเฉพาะที่เอื้อผลประโยชน์กับกลุ่มบริษัทนายทุน และทับซ้อนของหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ
นายประภาส โงกสูงเนิน ประธานสภาเครือข่ายองค์กรประชาชนแห่งประเทศไทย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ได้ติดตาม พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติของรัฐบาลในระดับหนึ่ง เพราะมาถึงวันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะมีกฎหมายคุ้มครองเกษตรกร แต่น่าเป็นห่วงที่เกษตรกรมีส่วนร่วมน้อย ไม่มีตัวแทนภาคเกษตรกรตัวจริงเข้าไปเป็นคณะอนุกรรมาธิการยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มีแต่นักการเมืองซึ่งล้วนแต่เป็นตัวแทนของนายทุน เจ้าของโรงสี ตัวแทนของบริษัทที่ดำเนินกิจการทางด้านการเกษตรที่เคยเอาเปรียบเกษตรกร จึงห่วงว่า ร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ จะเอื้อต่อนายทุนที่อาจจะมีระบบผูกขาดจนกลายเป็นว่า ในอนาคตนายทุนครอบงำเกษตรกรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
"ตอนที่ยกร่างใหม่ๆ รัฐบาลก็บอกว่าให้เกษตรกรมีส่วนร่วม พวกเราในนาม 25 องค์กรภาคเกษตร ได้มีการร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ฉบับประชาชน มอบให้รัฐบาลโดยเน้นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร วิธีการแก้ปัญหา การป้องกันที่นายทุนเอารัดเอาเปรียบ พอให้ไปแล้วไม่ทราบว่า รัฐบาลนำไปประกอบการพิจารณาในระดับกรรมาธิการหรือไม่ พอตอนหลังบอกว่า ได้จัดเวทีประชาพิจารณ์ทั่วทุกภาค ไม่ทราบว่าจัดที่ไหนบ้าง เกณฑ์เฉพาะกลุ่มของนายทุนหรือหัวคะแนนของนักการเมืองหรือไม่" นานประภาสกล่าว
เช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้ นางกิมอัง พงษ์นารายณ์ เครือข่ายองค์กรประชาชนแห่งประเทศไทย ระบุว่า พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ กลัวซ้ำรอยกับกองทุนฟื้นฟูซึ่งในตอนนั้นคิดว่าเป็นกฎหมายที่ดีที่สุด แต่ปรากฏว่าตอนนี้มีปัญหามากมายและไม่เป็นอิสระ จะเห็นได้ว่ามีเกษตรกรขึ้นทะเบียน 3 แสนราย ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปี 2552 รัฐบาลแก้ปัญหาของเกษตรกรได้เพียงกว่า 6,000 คนเท่านั้น เพราะปัญหาเกษตรกรมีมาก นอกจากปัญหาเรื่องหนี้สินแล้วควรมีการฟื้นฟูอาชีพ ทำอย่างไรเกษตรกรจะไม่เป็นหนี้ น่าจะแก้ปัญหาได้ชัดเจนทั้งด้านครอบครัว วิธีการผลิต วัฒนธรรมพื้นบ้าน ถ้า พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นกฎหมายและเป็นสภาของเกษตรกร เกษตรกรควรได้รับรู้ข้อมูลมากกว่านี้ เกษตรกรควรมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอปัญหา เสนอข้อคิดเห็น และนำไปสู่การแก้ปัญหาได้จริงจัง (prachatai.com 07/07/52)
จากอีกหลายๆ มาตรา ที่องค์กรภาคประชาชนมีความข้องใจ ล่าสุดเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ มีการระดมล่ารายชื่อ 1 หมื่นชื่อ เพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ฉบับประชาชนสู้ ร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติของรัฐบาล อย่างเมื่อไม่นานมานี้มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมระดมความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ฉบับประชาชน ซึ่งมีเกษตรกรและเครือข่ายเกษตรกรจากทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมอย่างทั่วหน้า
ด้านนายไพสิฐ พานิชย์กุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ยกร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ฉบับประชาชน ระบุว่า ได้นำประสบการณ์ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) และบทเรียนของสภาเกษตรกรในประเทศต่างๆ รวมถึงการเก็บข้อมูลจากเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ ในแนวคิดหลักคือ ทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง มาบัญญัติร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ฉบับประชาชน
"เมื่อเห็นจุดบกพร่องของร่างกฎหมายที่รัฐบาลดำเนินการแล้ว ในส่วนภาคประชาสังคมจึงได้ร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ฉบับประชาชนขึ้นมาเทียบเคียง โดยจะล่ารายชื่อ 1 หมื่นชื่อ เพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ หลังจากนั้นจะพยายามผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่สภาให้มีการพิจารณาควบคู่ไปพร้อมกับร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติของรัฐบาลให้ได้ เพราะว่าร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ฉบับประชาชนน่าจะสามารถแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้อย่างแท้จริง แต่ร่างของฝ่ายรัฐบาลอาจจะเพิ่มภาระให้แก่เกษตรกรมากกว่าการแก้ปัญหา" นายไพสิฐระบุ
ขณะที่ นายทศพลทรรศกุลพันธ์ นักวิชาการจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ยกร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ฉบับประชาชน อีกคนหนึ่ง ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรจำนวนมาก แต่เรื่องสิทธิเกษตรกรนั้นถือเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ และเพิ่งมีความพยายามจะผลักดันร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อรับรองสิทธิเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันมีความพยายามผลักดันร่างกฎหมาย 2 ฉบับ คือร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ เมื่อครั้งเป็น รมช.เกษตรฯ เป็นผู้ร่าง กับอีกฉบับหนึ่งเกิดจากการยกร่างโดยภาคประชาชน และคาดว่าร่างกฎหมายของพรรคชาติไทยพัฒนา น่าจะเสนอเข้าสู่วาระการพิจารณาในเดือนสิงหาคม
"พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติของรัฐบาลยังขาดเรื่องการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อพัฒนาสิทธิเกษตรกร ไม่มีการจัดตั้งสมัชชาเกษตรกร ให้เกษตรกรรายย่อยเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง รวมถึงสิทธิของเกษตรกรด้วย ส่วนของสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ระดับจังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมได้ต้องเป็นสมาชิกที่ผ่านการคัดเลือกแล้วเท่านั้น อาจทับซ้อนกับการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีหน่วยงานในส่วนกลางและภูมิภาคอยู่แล้ว” นายทศพลกล่าว
นายทศพลกล่าวอีกว่า ในส่วนร่างกฎหมายของภาคประชาชนเป็นทางเลือกในการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ คือ การคัดเลือกตัวแทนเกษตรกรให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยตรงในวันเปิดประชุมสมัชชาเพื่อเสนอตัวเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาเกษตรกรฯ นอกจากนี้เกษตรกรยังมีสิทธิเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องเป็นสมาชิกในองค์กรเกษตรที่จดทะเบียนกับราชการ เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้น
หากดันร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรแห่งชาติ ฉบับประชาชน เข้าสู่สภาได้สำเร็จ ก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะแก้ไขร่าง พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ไม่มากก็น้อย เพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรและภาคเกษตรในอนาคต



