
“ความคิด”ที่สวนทางกับ “ความเป็นจริง”
โดย - พระพิทยา ฐานิสสโร
หลานชายวัย ๑๕ ปี เขาเติบโตมาพร้อมกับเรียนรู้ท่ามกลางความรัก ความเอาใจใส่ของพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติพี่น้องรอบข้างอย่างอิสระ ต่างจากเพื่อนๆ ของเขาอีกหลายคนที่พ่อแม่ไม่ค่อยปล่อยให้ทำอะไรโดยอิสระ
เด็กที่เติบโตมากับสังคมสมัยใหม่แม้ไม่ได้อยู่ในเมือง แต่ใช้วิถีชีวิตแบบสังคมเมือง ส่วนใหญ่พ่อแม่บังคับให้ทำโน่นทำนี่ เด็กๆก็จะหลีกหนีโดยการไปเสพติดโลกออนไลน์ ติดเกม ทำอะไรตามความสะดวกสบาย ตามใจตนเองจนขาดระเบียบวินัย ขาดความเห็นอกเห็นใจในพ่อแม่ มาอยู่กับโลกแห่งความคิดมากกว่าความเป็นจริง ไม่ถนัดที่จะลงมือทำอะไรที่ต้องใช้แรง มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่อดทนฯลฯ
พ่อแม่กับลูกที่มีเวลาให้กันและกันน้อยมากจึงทำให้ยากที่จะสื่อสารกันในที่สุด ทำให้ไม่ค่อยได้ทำอะไรร่วมกัน หลายครอบครัวมีโอกาสน้อยมากที่จะพบหน้ากันในแต่ละวัน ต่างคนต่างต้องการเวลาเป็นส่วนตัว เป็นเหตุให้ปฏิสัมพันธ์ร่วมกันค่อนข้างเปราะบาง ขาดความเข้าใจกันและกัน ไม่มีโอกาสได้ศึกษา เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการได้ใช้ชีวิตร่วมกัน
การใช้ชีวิตที่ผิด บิดเบี้ยว จนเป็นความเคยชินทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ เห็นได้ชัดว่าพลังรวมแห่งสังคมที่ไปในทิศทางสร้างสรรค์น้อยลง เพราะการกระตุ้นให้อุปโภคบริโภค โดยการซื้อ ทำให้จินตนาการหดหาย จากการเสพติดความเพลิดเพลินที่ผู้อื่นป้อนให้อย่างน่าตื่นเต้น ยิ่งประชากรเสพติดมากเท่าใด ยิ่งทำผลกำไรต่อธุรกิจมากเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมามากมายทั้งแก่ตนเองและสังคม
เมื่อผู้คนเสพจนติดในทุกๆ ด้าน ก็ต้องยิ่งเพิ่มความต้องการมากขึ้นๆ อย่างไม่รู้ตัว ทำให้ไม่รู้จักพอและไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป จิตใจจะถูกพัดพาไปตามความอยากที่ไร้ทิศทาง ไม่สามารถพึงพอใจกับสิ่งที่เรียบง่ายได้อีกต่อไป ส่งผลให้ต้องดิ้นรนทุกวิถีทาง เพื่อหารายได้มากขึ้น แม้ว่าอาจผิดกฎหมาย ไม่ถูกต้องทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ไร้หลักคุณธรรมหรือศีลธรรมก็ตาม แต่ก็ต้องทำไปตามกิเลสเพื่อทำตัวเองให้เป็นที่ยอมรับของผู้อื่นแบบปลอมๆ ความทุกข์จึงเกิดขึ้นได้ง่าย สุขภาพกาย สุขภาพจิตเสื่อม
สังคมบริโภคนิยม เป็นสังคมที่ทำร้ายตนเอง ทำร้ายเด็กน้อย และทำร้ายผู้ใหญ่ก็จริงอยู่ หากเราทำตามกระแสไปโดยขาดสติปัญญา อุดมคติที่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น สังคมที่เกื้อกูลจึงหาได้ยากแม้พยายามอย่างหนัก เพราะทำในสิ่งสวนทางกับความต้องการ หรือจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า อย่ามัวโทษสังคมบริโภค เพราะขณะที่จิตใจต้องการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย แต่ความเป็นจริงกลับฟุ้งเฟ้อ จึงไปไม่ถึงเป้าหมายที่หวังไว้สักทีทำให้ยากนักที่จะได้สัมผัสความสุขที่แท้จริงในปัจจุบัน เพราะสติปัญญาไม่พอที่จะต้านกระแสบริโภคนิยม ความคิด กับความจริงจึงวิ่งสวนทางกันอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นการสร้างทุกข์ให้จิตใจโดยไม่รู้ตัว
จิตใจของใครก็ตามที่เสพติดบริโภคนิยม จะขาดซึ่งอิสรภาพและความสุขที่แท้จริง เขาจะไม่สามารถนั่งเฉยได้อย่างสงบ ไม่พอใจธรรมชาติที่มี ที่เป็น แล้วก็จะทำสิ่งต่างๆ ได้แบบไม่รู้ตัว ปล่อยจิตใจไปตามความอยาก เมื่อเกิดการกระทบในทางที่ไม่ดี ไม่ได้ดังหวัง ดังความต้องการ จะขัดข้องใจ ทนไม่ได้ หวั่นไหวเร็ว และจมอยู่กับทุกข์นั้นจนไม่มองเห็นทางออก ทำให้ง่ายต่อการตัดปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหาหรือไม่ก็เข้าไปข้องเกี่ยวกับสารเสพติดเพื่อลืมปัญหา ยิ่งทำร้ายตัวเองหนักมากขึ้น
การให้กำลังใจโดยการสนทนา ฟังเขาอย่างแท้จริง ให้ความรักอย่างไม่มีเงิื่อนไข เป็นหนทางที่ถูกต้องดีงาม เมื่อเด็กอบอุ่น เขาจะออกห่างจากโลกออนไลน์ หรือเกมต่างๆ ไปเอง เพราะเขามีกิจกรรมที่ทำให้เขามีคุณค่า เช่น ไปช่วยเหลือผู้อื่น การมีสติ มีจินตนาการกับกิจกรรมต่างๆ และที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คน จะช่วยให้เขาเป็นตัวของตัวเอง สามารถสัมผัสความสุขเล็กๆ ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
แต่การเริ่มต้นที่จะดึงเด็กออกจากโลกเสมือนอาจต้องใช้เวลา ค่อยเป็นค่อยไป เพราะเรากำลังจะพาเขาออกจากความเคยชินและทวนกระแสคลื่นลบๆ ที่เชี่ยวกราก
การเรียนที่ต้องแข่งขัน แฝงความเห็นแก่ตัวเสมอ
ความทุกข์ เริ่มต้นจากความไม่รู้
การรู้จักตนเอง คือการค้นพบอันยิ่งใหญ่
ตัวตนเราจะเล็กลงได้ และช่วยผู้อื่นเป็น ก็ต่อเมื่อรู้จักตัวเองอย่างแท้จริงก่อน



