
การสร้างจินตนาการในทางบวก
ขัดกับหลักพุทธศาสนาหรือไม่ โดย - พระไพศาล วิสาโล
ปุจฉา : ขอรบกวนถามครับ ผมเคยได้ยินพระอาจารย์เทศน์ว่ามีลูกศิษย์หลวงพ่อชาเป็นฝรั่ง พอท่านสึกกลับประเทศ ก็ไปเปิดสถานที่ฝึกสมาธิ วันหนึ่งมีคนมาฝึก ท่านนั้นได้รู้ว่าศิษย์ของเขามีปมในใจว่าเกลียดพ่อ ทิดฝรั่งจึงให้ศิษย์หลับตาจินตนาการย้อนอดีตสมมุติว่าตนเป็นพ่อ เพื่อให้ตนเองเข้าใจความรู้สึกพ่อ และให้อภัย
ปัจจุบัน ในไทยมีคนทำอย่างนั้นอยู่ที่ดังๆ เรียกว่าการทำ trance ตามศาสตร์ NLP มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมว่าสงสัย คือ เขาจะให้จินตนาการในเรื่องที่ดีๆ ดูแล้วเหมือนปรุงแต่ง เช่น หากผมอยากได้เกรดเอ เขาจะให้ผมปฏิบัติดังนี้
๑.ให้ตั้งเป้าหมาย เช่น ได้เกรดเอ ทุกวิชา
๒.ทำใจให้โปร่ง ผ่อนคลาย แล้วมาวางโปรแกรม ....ด้วยการจินตนาการ
๓.จินตนาการว่า เราสอบแล้ว เราได้เกรดเอ มาแล้ว ตอนนี้ ดูความรู้สึกนั้น รู้สึกแบบคนที่ได้เกรดยอดเยี่ยม... อยู่กับภาพ และความรู้สึกนี้ เสมอ
๔.ไปอ่านหนังสือ ด้วยใจผ่อนคลาย (สบายๆ เหมือนคนเก่ง ที่อ่านแล้วเข้าใจ จำได้)
๕.ระหว่างที่เราลงมือ ต้องเป็นไปด้วยความรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย เมื่อไหร่ที่เรา เร่ง หรือกังวล แม้แต่นิดเดียว เราต้องปรับอารมณ์ใหม่ทันที เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นแม้เพียงแวบเดียว จะส่งผลให้เราไม่ได้ในสิ่งที่เราต้องการ ไม่ทราบหลักการนี้มีอะไรผิดหรือเปล่าครับ ไม่ตรงตามพุทธหรือไม่
วิสัชนา : วิธีการดังกล่าวไม่ได้ขัดแย้งกับหลักธรรมในพุทธศาสนา เป็นอุบายที่กระตุ้นให้เกิดกำลังใจและความพากเพียรพยายาม หากเป็นความพากเพียรเพื่อสิ่งที่ดี ไม่ผิดศีลผิดธรรม ก็ถือว่าสอดคล้องกับคำสอนทางพุทธศาสนา
การเสริมสร้างกำลังใจและกระตุ้นความเพียรนั้นทำได้หลายวิธี วิธีหนึ่งคือการสร้างจินตนาการในทางบวก เช่น นึกภาพว่าตนประสบความสำเร็จสมหวัง จินตนาการดังกล่าวช่วยให้เกิดความมั่นใจในตัวเอง มีความรู้สึกในทางบวก รวมทั้งลดความวิตกกังวล สภาวะดังกล่าวทำให้ศักยภาพภายในของเราถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ ไม่เพียงวิริยะเท่านั้น หากยังรวมถึงสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยให้ประสบความสำเร็จที่ต้องการได้ เป็นความสำเร็จที่เกิดจากความพากเพียรและความสามารถของตน มิใช่หวังความสำเร็จจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรืออิทธิปาฏิหาริย์ สอดคล้องกับคำสอนเรื่องกรรมในพุทธศาสนา
อย่างไรก็ตามหากมีความเข้าใจไปว่าเพียงแค่จินตนาการเช่นนั้นแล้วจะประสบความสำเร็จสมหวัง ความเข้าใจอย่างนั้นก็เข้าข่ายงมงายได้
เวลาอุทิศส่วนกุศล ต้องกรวดน้ำและแตะตัวต่อๆ กันหรือไม่
ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ โยมมีความสงสัยเรื่องการกรวดน้ำ หากไม่กรวดน้ำแต่ใช้วิธีตั้งจิตอธิษฐานแทน บุญนั้นจะส่งถึงญาติหรือผู้ที่ล่วงลับหรือไม่คะ และจำเป็นหรือไม่ที่ต้องแตะตัวต่อๆ กัน กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเจ้าค่ะ
วิสัชนา : พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจประเสริฐสุด สำเร็จแล้วที่ใจ” ความข้อนี้รวมถึงการทำบุญด้วย สิ่งสำคัญคือการตั้งจิตอุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ ส่วนกิริยาการกรวดน้ำเป็นเพียงแค่รูปแบบหรือพิธีการ ซึ่งช่วยน้อมใจให้สงบเป็นสมาธิ ใจที่สงบและเป็นสมาธิย่อมช่วยให้กระแสแห่งบุญนั้นมีพลัง แต่ถ้าไม่มีน้ำจะกรวด เพียงแค่นึกในใจด้วยความสำรวมก็พอแล้ว จะแตะตัวต่อๆ กันหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ



