ไลฟ์สไตล์

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

09 ต.ค. 2559

‘บางกะเจ้า’ สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน : คอลัมน์... ชวนเที่ยว เรื่อง / ภาพ...  นพพร วิจิตร์วงษ์

 
‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 
          กลางสัปดาห์ที่จะถึงนี้ มีการจัดประชุมใหญ่รายการ Sustainable Brands 2016 Bangkok เป็นการรวมตัวของนักธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน งานนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เลยถือโอกาสสนับสนุนกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเข้าไปด้วย คือการร่วมกันสร้างเมืองท่องเที่ยวให้ยั่งยืน โดยเสนอพื้นที่ “บางกะเจ้า” อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการขึ้นมาเป็นโมเดล ของการสร้างเมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

          หันไปดูพื้นที่ บางกะเจ้า ชื่อนี้ ถูกจัดชั้นเป็นพื้นที่สีเขียว ได้ชื่ออยู่ปริมณฑล แต่จากแผนที่ภูมิศาสตร์จะเป็นรูปบ่วง หรือ กระเพาะหมู โอบล้อมด้วยโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา มองดูเหมือนแวดล้อมด้วยเขตสำคัญๆ ย่านเมืองกรุงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ จนได้ชื่อว่า ปอดของคนกรุง เพราะกระเพาะหมูตรงนี้ มีเนื้อที่กว่า 11,818 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากการสะสมของดินตะกอนแม่น้ำ ซึ่งระยะทางที่แม่น้ำโอบล้อมไว้นี้ ร่วมๆ 15 กิโลเมตรเลยทีเดียว ดินแดนตรงนี้จึงมีระบบนิเวศที่โครงสร้างของสังคมพืชและสัตว์ที่หลากหลาย จะว่าไป ครม.ก็มีมติเมื่อ 14 กันยายน 2520 ให้อนุรักษ์พื้นที่สีเขียวบริเวณบางกะเจ้าไว้ ต่อมามีมติครม. สร้างสวนกลางมหานคร และการเวนคืนที่ดิน ซึ่งก็ได้จัดซื้อที่ดินจากชาวบ้าน

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

          ไม่เพียงแต่หน่วยงานในไทยที่มองเห็นความเป็นพื้นที่สีเขียวของบางกะเจ้า แต่อย่างนิตยสาร Time ก็ยังจัดชั้นให้บางกะเจ้าเป็น พื้นที่สีเขียวชานเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย (The Beat Urban Oasis of Asia)

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

          ดินแดนที่เป็นปอดเมืองกรุงแห่งนี้ จะว่าไปนอกจากบางกะเจ้าที่เป็นจุดสีเขียวในแผนที่แล้ว พื้นที่แวดล้่อมที่เป็นตำบลติดๆ กันอีก 5 ตำบล คือ ตำบลทรงคนอง, บางยอ, บางกระสอบ, บางน้ำผึ้ง และบางกอบัว มีถนนเพชรหึงษ์เป็นทางสายกลางที่เชื่อมแต่ละตำบลเข้าถึงกัน

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

          กระแสการท่องเที่ยวตั้งแต่ ตลาดน้ำ, การท่องเที่ยวแบบสไลว์ไลฟ์ ไปจนถึงเส้นทางจักรยานท่องเที่ยว ก็เลยทำให้ชื่อของบางกะเจ้าและบางน้ำผึ้งติดชั้นอยู่ด้วยเสนอ เพราะจะว่าไป ดินแดนกระเพาะหมูแห่งนี้ อัดแน่นไปด้วยธรรมชาติที่หลากหลาย และการใช้ชีวิตของผู้คนที่ยังไม่วุ่นวายเหมือนกับในเมืองหลวง แม้จะมีเพียงแม่น้ำเจ้าพระยากั้นก็ตาม แต่หากปล่อยให้ธุรกิจท่องเที่ยวรุกคืบเข้าไปโดยไร้ทิศทาง ก็อาจจะเสียพื้นที่ไปอย่างน่าเสียดายเหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวหลายๆ แห่งที่จบไม่ค่อยสวย เมื่อนักท่องเที่ยวเมินหน้าหนี

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

          ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ความยั่งยืนในแหล่งท่องเที่ยวไทย ต้องดูที่สิ่งแวดล้อมด้วย ททท.ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานด้านการตลาด ก็ดูดายไม่ได้ในด้านการแข่งขันในตลาด ซึ่งที่ผ่านมา เรายังติดอันดับไม่มีการสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีพอ ส่วนเหตุที่เลือกบางกะเจ้าเป็นโมเดลจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เนื่องจากเป็นพื้นที่ ที่มีสีเขียวมากที่สุด อยู่ใกล้กรุง ซึ่งการจัดการท่องเที่ยว จะต้องมีทิศทางเดียวกัน และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 


          “เราต้องมองว่า จะรักษาบางกะเจ้าไว้ในรูปแบบไหนในอีก 10-20 ปีข้างหน้า จะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน แต่ก็ต้องมีการเจริญเติบโตของพื้นที่ได้ อย่างเช่นเมืองเกียวโต ที่อนุรักษ์ความเป็นเมืองเก่าแก่ การพัฒนาของเขาก็ยังคงสภาพของความเป็นเมืองเก่า นักท่องเที่ยวมาก็เพื่อจะเที่ยวเมืองเก่าในรูปแบบดั้งเดิมนั่นเอง ไม่ใช่ไปปรับเปลี่ยนรูปแบบเมือง”

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

          เขาบอกด้วยว่า ททท.จะต้องดันให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนภายในแผนปี 2560-2564 ให้สำเร็จ ทั้งนี้ อยากเห็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นประโยชนย์กับทุกฝ่าย ลดความเหลี่ยมล้ำของผู้ได้ประโยชน์และผู้เสียผลประโยชน์ ซึ่งการพัฒนาไม่ใช่การไปทำแทน แต่ต้องให้คนในพื้นที่เป็นคนทำ และต้องสร้างความมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว ให้รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของจะได้ตระหนักรู้และหวงแหน ขณะที่ ททท.ทำได้คือ เลือกนักท่องเที่ยวมากขึ้น ต้องมีการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบมากขึ้น ใครจะมาปู้ยี่ปู้ยำแบบเดิมไม่ได้

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

          ผู้ว่า ททท. ยังย้ำด้วยว่า การท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ จะต้องดึงจุดเด่น อันเป็นอัตลักษณ์หรือตัวตนของตนเอง ออกมานำเสนอให้ได้ ไม่ใช่ทุกสถานที่เลียนแบบเหมือนกันไปหมด ซึ่งจะต้องหารือร่วมกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด เพื่อให้การจัดการไปด้วยกันได้ เช่นการจัดกิจกรรม การจัดงานเทศกาล ซึ่งแต่ละท้องถิ่นก็มีเอกลักษณฺ์ของตัวเองอยู่แล้วโดยไม่ต้องลอกเลียนแบบใคร
  

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน


          “สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ มีความเฉพาะของแต่ละพื้นที่ และเป็นไปตามความชอบของนักท่องเที่ยว ซึ่งแตกต่างกันไป บางคนชอบเที่ยวเมือง บางคนชอบแนวผจญภัย บางสถานที่ยิ่งไปลำบาก ยิ่งอยากไป เช่นการเดินขึ้นภูกระดึง ซึ่งผมมองว่า คนเขาไปเที่ยวกันมากๆ ก็เพราะมันท้าทาย เดินเหนื่อยมากๆ แต่พอได้ขึ้นไปถึงข้างบน ก็พบกับความสดชื่นของอากาศ ความสวยงามของธรรมชาติ มันเป็นเรื่องอรรถรสของการท่องเที่ยว”

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

          วันนี้บางกะเจ้า ยังพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว เนื่องจากความเป็นชุมชนเล็กๆ ถนนไม่ได้ใหญ่โต และไม่ได้มีร้านรวงใหญ่ๆ ที่จอดรถกว้างขวาง ใครจะเดินทางไปให้สะดวก ต้องอาศัยรถเล็กๆ พึ่งแรงของตัวเองอย่างจักรยาน จะดีที่สุด การเดินทางไปบางกะเจ้า จะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าเรือคลองเตย หรือ ท่าน้ำสรรพาวุธ ย่านบางนาก็ได้ ไปถึง ก็เช่าจักรยานปั่นไปตามจุดท่องเที่ยว แต่บอกก่อนว่าระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ นะ เป็น 20 กม. ขึ้นไป ถ้าคำนวณตัวเองแล้วว่าแรงไม่พอ ก็อาจจะอาศัยนั่งมอเตอร์ไซค์ แล้วค่อยไปเช่าจักรยานใกล้ๆ ย่านท่องเที่ยวจะสะดวกที่สุด

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

          แหล่งท่องเที่ยวของบางกะเจ้าเด่นๆ อยู่ที่ สวนสาธารณะ “ศรีนครเขื่อนขันธ์” ซึ่งเป็นทั้งแหล่งพักผ่อน ออกกำลังกาย ดูนก เลี้ยงปลา เป็นสวนที่ร่มรื่นมากๆ จนปั่นจักรยานวนรอบได้หลายๆ รอบแบบสบายๆ

          แต่มาบางกะเจ้าแล้ว ไม่แวะเที่ยว บางน้ำผึ้ง ก็จะเหงาๆ ไปนิด เส้นทางท่องเที่ยว ต้องเข้าไปในซอยเพชรหึงษ์ 26 ทางเข้าวัดบางน้ำผึ้งใน และบางน้ำผึ้งนอกนั่นเอง

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

 

          ผ่านเข้าซุ้มวัดบางน้ำผึ้งนอกไปไม่ไกล เป็นที่ตั้งของพื้นที่หมู่ 3 หมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยว แต่บริเวณสะพานข้ามคลอง นั่นล่ะ ... ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ถ้าไปไม่ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็ไม่มีตลาดน้ำนะคะ สองฝั่งคลองเงียบเชียบ จนนึกภาพของตลาดน้ำ (ปัจจุบันอยู่บนบก) ไม่ออกก็แล้วกัน เพราะแม่ค้าแม่ขายเขาก็ไปทำงานเหมือนเราๆ ก็มี

 

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน

          ส่วนจะเที่ยวในหมู่บ้านโอท็อป (อยู่ใกล้ตลาดน้ำ) สามารถปั่นจักรยานเที่ยวได้ หรือจะเดินเที่ยวก็ได้ ถนนเข้าไปในหมู่บ้านโอท็อปแห่งนี้ เป็นทางปูนเชื่อมไปถึงกัน ที่เด่นๆ ในย่านนี้ ชนิดที่ว่า ติดต่อที่เดียว รู้จักแทบทั้งย่าน ก็คือ “บ้านธูปสมุนไพร”  เพราะที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ มีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำ ไปจนถึงจักรยานให้เช่า
ฝัน หรือ ภัทร นวลสอาด หนุ่มวัย 27 ปี ที่ดูแลนักท่องเที่ยวที่ไปทำกิจกรรมที่บ้านว่า เมื่อก่อนที่บ้านทำธูปขาย ทำจากวัสดุธรรมชาติ เป็นธูปไล่แมลง ไล่ยุง ลักษณะของธูปจะปั้นด้วยดินเป็นเกลียว ใหญ่กว่าธูปหอมที่ใช้ไหว้พระ แต่พอนักท่องเที่ยวมามากๆ เข้าก็มองหากิจกรรมอื่นทำด้วย ก็เลยเกิดเป็นผ้ามัดย้อมที่เริ่มทำเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แล้วยังมีทำขนม ทำดอกไม้ อีกจิปาถะ

          “ทำขนมกับดอกไม้ เราจะรับสอนตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป การทำกิจกรรมนี้เราได้จากผู้รู้ในชุมชนนี่แหละ มาช่วยกันสอน รายได้ก็แบ่งกันไปตามจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยใช้บ้านเราเป็นฐาน นักท่องเที่ยวที่จะมาทำกิจกรรมก็จะต้องติดต่อมาก่อน เราจึงจะจัดการให้ได้ ส่วนที่วอล์กอินเข้ามา ถ้าเราอยู่ก็จะได้ทำผ้ามัดย้อม ซึ่งง่ายที่สุดต่อการเตรียมอุปกรณ์แล้ว”
  

‘บางกะเจ้า’สู่โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน


          ไม่ไกลจากบ้านธูปสมุนไพร ยังมีบ้านลูกประคบ เป็นสมุนไพรพื้นบ้านแบบไทยๆ หรือใครจะแค่ไปปั่นจักรยานเล่นๆ เขาก็มีเส้นทางจักรยานเลียบลำคลองที่ดูสวยสงบ
  
          บางกะเจ้า ที่หลายคนติดปากเรียกพื้นที่ตรงนี้รวมๆ กัน กำลังจะพัฒนาไปทิศทางไหน นักท่องเที่ยว คนพื้นที่ นายทุน รัฐ คงกำลังช่วยกันกำหนด จะคงความเป็น “ปอด” ของเมืองอยู่ต่อไป หรือจะเป็นทิศทางไหน คงต้องติดตาม