
ศธ.ดูช่องทางขยายวงเงินกองทุนฯหมุนเวียนเป็น 5 แสนบาท
“ชัยพฤกษ์”มอบ “พิษณุ” ศึกษาแนวทางขยายวงเงินกู้กองทุนหมุนเวียนสูงสุด 5 แสนบาท ปล่อยกู้เฉพาะรายที่มีปัญหาหนี้วิกฤติ และประเมินแล้วมีศักยภาพชำระเงินคืน
ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยปัญหาหนี้สินข้าราชการครู โดยให้ ศธ.สำรวจทรัพย์สินและหนี้สินของครู และหาทางลดหนี้ให้ครู นั้น ศธ.จะบูรณาการการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งมีโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอยู่หลายโครงการเป็นหลัก และนำงานกองทุนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ของ ก.ค.ศ. เข้าไปเสริมเพื่อลดภาระหนี้สินให้แก่ครู ซึ่งในปีงบประมาณ 2560 นี้กองทุนเงินทุนหมุนเวียนฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม จำนวน 120 ล้านบาท จากที่เคยได้รับจัดสรรงบฯ มาตั้งแต่ปี 2540 รวมมีเงินในกองทุนฯ พร้อมดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท
ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการปล่อยกู้ของเงินทุนหมุนเวียนฯ จะให้ครูผู้สอนกู้ยืมไปแก้ไขปัญหาหนี้สิน ได้รายละไม่เกิน 2 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปีโดยให้ผ่อนชำระ 8 ปีหรือ 96 งวด เฉลี่ยเดือนละ 2,630 บาท ซึ่งครูจะไม่ได้จับเงินแต่เป็นการผ่านมือไปชำระหนี้สินเดิมและต้องมีหลักฐานยืนยันการเป็นหนี้ที่ชัดเจน โดยตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา มีข้าราชการครูได้รับการอนุมัติให้กู้ยืม ไปแล้ว 56,384 ราย ผู้กู้ส่วนใหญ่ 7,225 รายมีการชำระหนี้เป็นปกติ ค้างชำระ 686 ราย และเป็นลูกหนี้ที่ถูกเรียกเงินคืนและถูกดำเนินคดี เพียง 57 ราย
“จากสภาพหนี้ที่เห็นผมคิดว่าควรปรับขยายวงเงินกู้ยืมให้สูงขึ้นเป็นไม่เกิน 5 แสนบาท โดยมีเงื่อนไข ว่า ปล่อยกู้เฉพาะรายที่มีปัญหาหนี้วิกฤติ แต่ประเมินแล้วมีศักยภาพในการผ่อนชำระเงินคืน และที่สำคัญต้องไม่ก่อหนี้ซ้ำซ้อน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดภาระในการผ่อนชำระให้ครูได้ เนื่องจากดอกเบี้ยของกองทุนฯจะถูกกว่าหากเทียบกับการกู้ยืมในโครงการอื่น ทั้งนี้ ได้มอบให้ ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัด ศธ.ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. ศึกษาความเป็นไปได้และนำแนวทางเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อพิจารณาต่อไป”ปลัด ศธ.กล่าว



