
‘The Chiva Sanctuary’คอนโดเพื่อคนสูงวัย-รักษ์สุขภาพ
คอลัมน์ ตึกแถว+อพาร์ตเมนต์ไม่บาน กับ อาจารย์เชี่ยว
เป็นที่ทราบกันครับว่าปัญหาที่เปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ซึ่งสังคมไทยรวมไปถึงสังคมโลกกำลังเผชิญหน้าอยู่ คือการก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” โดยได้มีการประมาณการจากกระทรวงสาธารณะสุขกันไว้ว่า อีก 5-6 ปี ข้างหน้าประเทศไทยจะมีผู้สูงวัยเพิ่มจำนวนขึ้นไปแตะระดับ 15 ล้านคน นับได้ว่าเป็นภาระอันใหญ่หลวงที่สังคมต้องแบกรับ จะว่าไปแล้วปัญหาผู้สูงวัยเป็นปัญหาที่ทุกประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะกำลังพัฒนาหรือพัฒนาแล้วจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งมีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจยิ่งพัฒนาเข้าสู่ความทันสมัยเท่าไหร่ ยิ่งเป็นอัตราเร่งก่อให้เกิดปัญหาผู้สูงวัยเร็วมากขึ้นเท่านั้นครับ
จะเห็นได้ว่าในอดีตสังคมไทยเป็นสังคม “ครอบครัวขยาย” เรือนไทยเดิมแต่โบร่ำโบราณ เป็นเรือนขยาย สามารถขยายตัวจาก 1 หลัง เป็น 2 หลัง 3, 4, 5 หลัง โดยการเชื่อมด้วยชานเรือน ถึงหน้าน้ำหลากก็ไม่กลัวน้ำครับ แค่ย้ายข้าวของเครื่องใช้ไปเก็บไว้บนชานเท่านี้จะมีความสุข สนุกกับฤดูน้ำหลาก จับปลานานาพันธุ์ที่มาตามน้ำ ทำปลาแห้ง, ปลาเค็ม, น้ำปลา ฯลฯ เก็บไว้ทาน มิหนำซ้ำในฤดูน้ำหลากจะมาเล่น “เพลงเรือ” กัน เป็นวัฒนธรรมการกินอยู่แบบไทยที่สนุกสนาน
ผมโชคดีครับ เพราะเกิดทันเห็นบ้านคุณย่าที่เป็นเรือนไทยโบราณ ยกเสาสูง อยู่ “ดอนใหญ่”, “บางแพ” ที่ “ราชบุรี” ในช่วง “ปลายฝน ต้นหนาว” ที่เป็นฤดูน้ำหลากจึงเป็นช่วงที่สนุกสนานครึกครื้นมากครับ หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ “ลมข้าวเบา” โชยมาเป็นช่วงเวลาเข้าเดือน 11,12 จากการที่เป็น “ครอบครัวขยาย” ทำให้เกิดบรรยากาศที่อบอุ่น แบบลูกหลานเต็มบ้าน อาจเป็นเพราะคนไทยโบราณนิยมมีลูกกันมากครับ บางคนมีลูก 6-8 คน แล้วลองหลับตานับจำนวนหลานดูซิครับว่ามีซักกี่คน รับรองว่าคึกคักครึกครื้นกันแบบไม่มีวันเหงาหรอกครับ
ปัจจุบันการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม แบบ “ทุนนิยม” ที่นำมาซึ่งลัทธิ “บริโภคนิยม” หรือที่เรียกว่า “สังคมแดกด่วน” ทำให้เกิด “ครอบครัวเดี่ยว” ที่ในปัจจุบันตกอยู่ในสภาวะ “บ้านแตกสาแหรกขาด” อพยพโยกย้ายถิ่นไปตามแหล่งงาน เช่น นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ บ้านเรือนที่เคยอบอุ่น ต้องถูกทิ้งร้างอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม บรรดาผู้สูงอายุส่วนใหญ่ถูกทิ้งให้อยู่บ้านอย่างโดดเดี่ยว เพราะบรรดาลูกหลานแต่ละคนก็ยุ่งกับธุรกิจธุรกรรมของตัวเองกันหมด เป็นเรื่องที่น่าเศร้าครับ ที่การพัฒนาทางวัตถุ ส่งผลกระทบรุนแรงเป็น “ลูกโซ่” ได้ถึงขนาดนี้
ผมยกตัวอย่าง “จีน” ซึ่งภายในไม่กี่สิบปีมีการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแบบก้าวกระโดด จากประเทศที่จัดได้ว่ายากจน กลายมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก โดยการนำของฯพณฯ ท่าน “เติ้งเสี่ยวผิง” ที่ได้ฝากข้อคิดไว้ว่า “แมวสีอะไรก็ได้ ขอให้สามารถจับหนูให้ได้ก็แล้วกัน” ทำให้ “จีน” กลายเป็นเป็นเศรษฐีใหม่ของโลก ผลที่ตามมาจากประชากร 1,400 ล้านคน++ ในปัจจุบัน มีผู้สูงวัยที่เป็นภาระในการดูแลกว่า 400 ล้านคน++ จึงจัดได้ว่าเป็นปัญหาโลกแตกจริงๆ ครับ
จากปัญหาของผู้สูงวัยที่เป็นปัญหาของทุกชาติ แม้แต่มหาเศรษฐี “มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก” กับภรรยา “พริสซิลลา ชาน” เจ้าของ “Face book” ได้ประกาศตั้งกองทุนจำนวนถึง 108,000,000,000 บาท ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย เพื่อสู้กับโรคภัย และเพื่อการชะลอวัย โดยตั้งเป้าว่าจะทำให้สำเร็จภายในศตวรรษนี้ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา “Microsoft” ได้ประกาศทุ่มเทงบประมาณ เพื่อทำการศึกษาเกี่ยวกับโรคมะเร็งต่างๆ และหาหนทางที่จะต่อสู้ รับมือกับโรคร้ายเหล่านี้
แม้แต่ทาง “Google” ก็ทำการศึกษาค้นคว้า หาหนทางที่จะใช้ความก้าวล้ำนำสมัยของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในการวินิจฉัยโรคต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ รวมทั้ง “IBM” และ “MIT” ซึ่งเป็นบริษัทและสถาบันการศึกษาทางด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ต่างประกาศจับมือกันเพื่อที่จะพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุให้ดีขึ้น จะเห็นว่าการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของบรรดา “ส.ว.” (สูงวัย) และผู้ที่กำลังเข้าสู่วัย “ส.ว.” เป็นเรื่องที่คนทั้งโลกสนใจกันครับ
จึงเป็นที่มาของ “คอนโดฯ มวลชน” เพื่อ “คนรักษ์สุขภาพ” ที่ชอบอากาศดีสูด “โอโซน” ในราคาที่ถูกและคุ้มค่าที่สุดใน “เขาใหญ่” (หรือว่าในประเทศก็ว่าได้) บนพื้นที่ขนาด 24 ตารางเมตร ในราคา 499,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแก่สังคม ทำให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพดี เพราะเริ่มจากทำเลที่ตั้งที่ดี อยู่ในบริเวณ “เขาใหญ่” ซึ่งอากาศดีมี “โอโซน” ติดอันดับ 7 ของโลก โดยเริ่มต้นจากความจำเป็นที่สุดก่อน คือ “อากาศ” ที่ดี เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการมีสุขภาพที่ดี นอกจากนั้น ยังเป็น “คอนโดฯ มวลชน” ของ “คนรักษ์สุขภาพ” ที่ “อารมณ์ดี” เพราะได้รับการ “ออกแบบ” ให้เป็นที่อยู่อาศัยที่ดี ก็ครบถ้วนถึงพร้อมครับ
โครงการ “The Chiva Sanctuary” ต้องทำให้ราคาไม่สูงเกินเอื้อม เพราะมองไปไกลในอนาคต นอกจากจะมีสุขภาพที่ดีแล้ว จะต้องเป็นการลงทุนที่ดีที่สามารถก่อให้เกิดรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำจาก “มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์” ที่เพิ่มขึ้น (Capital Gain) เป็นหลายเท่าทวีคูณ ผมจึงเรียกโครงการนี้ว่าเป็น “คอนโดฯ มวลชน” สำหรับ “คนรักษ์สุขภาพ” ประเภท 2 in 1 ที่ถึงพร้อมทั้ง “Wealth & Wellness” คือนอกจากสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยทางทรัพย์สินแล้วยังมีสุขภาพดีอีกด้วย
ประเด็นที่น่าสนใจคือ โครงการนี้ไม่ได้เปิดให้จับจองทั่วไปในที่สาธารณะ จัดได้ว่าเป็นโครงการเฉพาะกิจมี “วัตถุประสงค์” และ “เป้าหมาย” (Focus) ที่ชัดเจนจริงๆ ดังนั้น จึงเหมาะกับท่านที่สนใจจริงๆ เท่านั้น และเหมะกับท่านที่ใส่ใจในสุขภาพจริงๆ เท่านั้น (จึงขอสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ) เพราะต้องการให้เป็นชุมชนที่มีสุขภาพดีจริงๆ สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการ “The Chiva Sanctuary” ได้ที่เบอร์ 09-6363-9996



