สปาไทยกับธาตุในร่างกาย
อภัยภูเบศร พัฒนารูปแบบ "สปาไทย" พร้อมเผยแพร่สู่ผู้ประกอบการ
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดอบรมสปาภาคประชาชน เพื่อเผยแพร่ความรู้สมุนไพรไทยและความรู้ด้านการดูแลสุขภาพตามวิถีภูมิปัญญาไทย อีกทั้งเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการให้บริการของอภัยภูเบศรเดย์สปา ให้กับผู้บริโภคที่สนใจการให้บริการสปาไทย
โดยได้ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตรวจหาเจ้าเรือนตัวเอง เนื่องจากร่างกายของคนประกอบขึ้นด้วยธาตุเจ้าเรือน ประกอบด้วย ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ โดยในแต่ละคนจะมีธาตุเจ้าเรือนหลักที่จะส่งผลแสดงออกมาทั้งในทางรูปร่าง อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ถ้าหากธาตุต่างๆในร่างกายอยู่ในสภาวะสมดุลก็จะไม่มีอาการเจ็บป่วย แต่หากเมื่อใดที่ธาตุใดธาตุหนึ่งในร่างกายเกิดผิดปกติแปรปรวน ก็จะส่งผลแสดงออกเป็นอาการเจ็บป่วยของร่างกาย
โดยทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ (พท.ป.) จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้มาให้ความรู้แบบครบวงจรกับทางผู้เข้าร่วมอบรม เริ่มจากการตรวจธาตุเจ้าเรือน โดย พท.ป.พัชญาขำสะอาด บรรยายถึงลักษณะของธาตุต่าง ๆ ว่า ลักษณะธาตุประเภท วาตะ หรือ ธาตุลมซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของอากาศและลม จะมีลักษณะรูปร่างผอมบาง โปร่ง ผิวคล้ำ ผิวหนังเย็น หยาบ แห้ง ร่างกายสูงมากหรือเตี้ยมาก โครงร่างเบาบาง ปลายกระดูกนูนชัดกล้ามเนื้อเจริญไม่ดี ผมหยิกบาง มักมีความเครียดง่าย อารมณ์ไม่คงที่ มักกินอาหารเพื่อคลายเครียด
ลักษณะธาตุประเภท ปิตตะ หรือธาตุไฟ เกิดจากการรวมกันของธาตุไฟกับธาตุน้ำ จะมีลักษณะรูปร่างสูงปานกลาง กล้ามเนื้อเจริญปานกลาง ผิวนุ่ม อุ่น ผมละเอียดบาง ผมหงอกล้านก่อนวัย
ลักษณะธาตุเจ้าเรือน ประเภท เสมหะ หรือธาตุน้ำและดินเกิดจากการรวมกันของธาตุน้ำและดิน โดยผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือน ประเภทนี้ มักมีลักษณะใบหน้าอวบอิ่ม ค่อนข้างกลมแป้นรับกับดวงตาที่กลมโตเป็นประกาย จมูกกลมสวยได้รูป ริมฝีปากอวบอิ่ม รูปร่างหนา บึกบึน เจ้าเนื้อ แต่มักมีระบบการเผาผลาญอาหารในร่างกายไม่ดีเท่าไรนัก กินน้อยแต่อ้วนง่าย ผิวพรรณที่สวยกว่าธาตุอื่น ๆ ผิวค่อนข้างขาวอมชมพู ดูมีสุขภาพดี ชุ่มชื่นตลอดเวลา เส้นผมส่วนใหญ่จะดกดำ หนา เงางาม ทั้งนี้นอกจากลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกันไปของแต่ละธาตุเจ้าเรือนแล้ว นิสัยใจคอ ก็แตกต่างกันไปด้วยพท.ป.พัชญา กล่าว
เมื่อรู้ธาตุเจ้าเรือนตัวเองแล้ว การดูแลเรื่องอาหารการกินตามธาตุเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยพท.ป.ฐานิตา บุญเชิด กล่าวว่า การดูแลเรื่องอาหารการกิน โรคหรือความเจ็บป่วยที่มักเกิดในคนแต่ละกลุ่ม ย่อมต้องแตกต่างและมีการดูแลที่ต่างกันไป
โดยธาตุลมอาหาร ควรรับประทานควรมี รสหวาน เปรี้ยว เค็ม อาหารที่ช่วยเพิ่มแคลเซียม เช่น นม งา ผักบุ้ง ฟักทอง ใบตำลึง อาหารที่ให้ความอบอุ่น จำพวกผักกินหัว เช่น หน่อไม้ มัน เผือก แครอท และอาหารที่ให้ความชุ่มชื้นรสมัน เช่น ข้าวเจ้า เมล็ดพืช ถั่ว งา และควรรับประทานอาหารที่ปรุงโดยผ่านการ ต้ม นึ่ง ที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยง อาหารรสขม เผ็ด ฝาด มัน
หรือรับประทานในปริมาณน้อย และอาหารที่ไม่ปรุง น้ำสมุนไพร แนะนำให้ใช้ หญ้าดอกขาว เทพธาโร งดเครื่องดื่มที่เย็นๆ ยาสมุนไพร ควรใช้สมุนไพรที่มีรสหอมร้อน เช่น กระวาน อบเชย ลูกผักชี ว่านสาวหลง ยาหอมเทพจิตร (ช่วยคลายเครียด) ยอ ขมิ้นชัน เพชรสังฆาต ส่วนการออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวช้า มีจังหวะ เช่น โยคะ
สำหรับธาตุไฟ พท.ป.ฐานิตา กล่าวว่า อาหารที่ควรรับประทานเน้นที่รสหวาน ขม ฝาด อาหารที่ไม่ผ่านการปรุง เช่น ผักสด ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี ผักใบเขียว เช่น ผักบุ้ง คะน้า ตำลึง ควรหลีกเลี่ยง อาหารที่ปรุงรสจัดรสผักที่มีรสร้อนและเปรี้ยว เช่น หน่อไม้ กุยช่าย มะเขือเทศ อาหารมัน ของทอดน้ำสมุนไพร แนะนำให้ดื่มชากำแพงเจ็ดชั้นสามารถรับประทานได้ทั้ง 3 ธาตุ
ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลในเลือด ช่วยระบาย ขับถ่ายของเสีย ขับลม หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ยาสมุนไพร แนะนำให้ใช้ยาหอมเทพจิตร บอระเพ็ด พริกไทยดำ แห้วหมู ส่วน การออกกำลังกาย ไม่ควรเล่นกีฬากลางแจ้ง หรือกีฬาที่หนักหน่วง ควรออกกำลังกายเบาๆ ในที่เย็นสบาย เช่น ว่ายน้ำ การฝึกสมาธิ กำหนดลมหายใจให้เกิดการผ่อนคลาย
ส่วนธาตุดินและน้ำ พท.ป.ฐานิตา บอกว่า อาหารที่ควรรับประทาน คืออาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อน ฝาด ขม เช่น พริก ขิง ข่า ตะไคร้ ดีปลี พริกไทย กะหล่ำ แครอท ผักบุ้ง มะระ เห็ด ตำลึง เป็นต้น ไม่ควรรับประทานอาหารที่รสเปรี้ยว เค็ม หวาน มากนัก และผักชุ่มน้ำ
เช่น มันเทศ แตงกวา มะเขือเทศ รวมถึงอาหารดองต่างๆ พยายามหลีกเลี่ยง ของมันของทอด และไม่ควรรับประทานจำพวกธัญพืช เนื้อสัตว์ในปริมาณมากๆ ไม่ควรรับประทานผลไม้รสหวานจัด เช่น มะม่วงสุก แต่สามารถรับประทานผลไม้ที่หวานไม่มาก และติดรสฝาดบ้าง เช่น ทับทิม แอปเปิ้ล ฝรั่ง
นอกจากการตรวจธาตุเจ้าเรือน และการเลือกอาหารให้เหมาะกับธาตุแล้ว การเลือกสมุนไพรเพื่อใช้บำรุงผิวตามธาตุเจ้าเรือนก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
นอกจากการตรวจธาตุเจ้าเรือน และการเลือกอาหารให้เหมาะกับธาตุแล้ว การเลือกสมุนไพรเพื่อใช้บำรุงผิวตามธาตุเจ้าเรือนก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน มีการฝึกให้ทำลูกประคบสำหรับผิวหน้า โดยเลือกสมุนไพรสำหรับผิวหน้าให้ตรงกับธาตุ
โดย พท.ป.ปนัดดา จรัสรัตนโชติ ให้ความรู้ว่า ธาตุไฟ ลักษณะทางกายภาพจะมีความร้อนอุ่นๆ ผ่าวเป็นประจำ ลักษณะผิวที่พบ เป็นผิวมัน มีการแพ้และระคายเคืองได้บ่อยอาจจะเกิดภาวะผิวหน้าร้อนผ่าวใบหน้าแดงมีการอักเสบ เป็นสิวแดง สิวอักเสบ สิวผดหรือแสบผิว คนธาตุไฟควรเลือกใช้ลูกประคบที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรฤทธิ์เย็นเช่น ฟ้าทะลายโจร บัวบก ตำลึง สะเดา ข้าวสารถั่วเขียวฟักแฟงแตงกวา จะเป็นการระบายความร้อนออกจากผิว ลดอาการอักเสบและควรได้รับการบำรุงอย่างอ่อนโยน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย
ส่วนคนธาตุลม ลักษณะที่พบคือ ผิว หนัง ผม แห้งหยาบ มีริ้วรอยเร็วกว่าวัยอันควรและพบปัญหาใบหน้าหมองคล้ำจากการขาดความชุ่มชื้น บุคคลในลักษณะนี้ต้องรักษาความร้อนในร่างกายให้สมดุลอยู่เสมอ อยู่ในที่อบอุ่นและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้น ดังนั้นควรเลือกการบำรุงผิวและทำอย่างสม่ำเสมอ ใช้การนวดช่วยกระตุ้นการเคลื่อนของลมช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตควรเลือกใช้ลูกประคบที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรที่มีน้ำมัน หรือมีความชุ่มของน้ำเพื่อลดอาการแห้งตึงคัน ระคายเคือง บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเป็นการเติมน้ำให้ผิว เช่น งา ว่านหางจระเข้ ชะเอมเทศบัวบกมะพร้าว
สำหรับคนธาตุน้ำ จะมีความชุ่มในร่างกายมากกว่าธาตุอื่นๆ ผิวพรรณดี ขน ผม ดกดำ อาจพบอาการบวมน้ำที่ผิว ผิวหมองคล้ำ ผิวเปราะบาง ถ้าเป็นแผลแล้วจะหายยากอาจจะมาจากสาเหตุต่างๆ เช่น พักผ่อนน้อย เครียด หรืออื่นๆ ควรบำรุงผิวเพื่อรักษาความชุ่มชื้นและนวดเบาๆเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำในผิวอย่างสมดุล คนธาตุน้ำควรเลือกใช้ลูกประคบที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรที่มีความชุ่มของน้ำอยู่และมีความอุ่นอยู่เสมอ ซึ่งความอุ่น จะทำให้น้ำไหลเวียนได้ดี ไม่เกิดการคั่งของสารน้ำในชั้นผิวหนัง เพิ่มความเปล่งปลั่งของผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น มะขามป้อมมะเขือเทศสับปะรดแครอท ขิง
นอกจากจะให้ความรู้การตรวจธาตุเจ้าเรือน สำหรับอาหารกาย อาหารผิวแล้ว ยังได้มีการจัดกิจกรรมนวดขัดหน้าด้วยสมุนไพรของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรด้วย



