
เล็งชงแผนยุทธศาสตร์แก้หนี้ครูครบวงจร
“พิษณุ” ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.ขอเวลาปัดฝุ่นแผนยุทธศาสตร์แก้หนี้ครูครบวงจร 1 เดือนก่อนเสนอ “ดาว์พงษ์” พิจารณา พร้อมตั้งทีมศึกษาคาดเริ่มปล่อยกู้ช.พ.ค.7
เมื่อวันที่ 3 ต.ค.59 ดร.พิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตนเตรียมจะเสนอแผนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างครบวงจร ต่อพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการพิจารณา ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ฯดังกล่าว ตนเคยทำการศึกษาวิจัยแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครู ไว้ตั้งแต่ปี 2554 แต่จะนำมาปัดฝุ่นใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยหลักการ คือ จะรวมกลุ่มสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ให้แก่ครู ทั้งธนาคารและสหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ มาทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ เอ็มโอยู เพื่อรวมหนี้จากแหล่งต่าง ๆ มาอยู่ในก้อนเดียว และคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ ชำระหนี้กับเจ้าหนี้รายเดียว แต่มีข้อแม้ว่าหากครูตัดสินใจเข้าโครงการนี้แล้ว จะไม่มีสิทธิ์ไปกู้เงินจากสถาบันการเงินใดอีกเพื่อไม่ให้ครูไปก่อหนี้เพิ่ม
สำหรับแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะแยกครูที่เป็นหนี้ เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มลูกหนี้วิกฤติ ที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หากไม่ช่วยหรือปล่อยให้ถูกฟ้องล้มละลายอาจจะอันตรายถึงชีวิตราชการ ซึ่งจากการสำรวจปี 2553-2554 พบว่า มีอยู่ประมาณ 7,000-8,000 คน ยอดหนี้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยแล้วเป็นหนี้รายละ 2 ล้านบาท และคาดว่าปัจจุบันมีกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 คนแล้ว 2.กลุ่มลูกหนี้ชั้นดี มีความสามารถในการชำระหนี้ไม่เดือดร้อน และ3.กลุ่มลูกหนี้ชั้นกลาง ซึ่งกลุ่มนี้มีประมาณ 70-80% ของครูที่เป็นหนี้ทั้งระบบและพร้อมที่จะย้ายไปในสถาบันการเงินแหล่งใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่เดิม
ดร.พิษณุ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ตนจะตั้งคณะงานฯเพื่อศึกษาและทบทวนแผนยุทธศาสตร์ฯดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 เดือน จากนั้นจะเสนอให้รมว.ศธ. พิจารณา หากให้ความเห็นชอบ จะเสนอต่อคณะกรรมการ สกสค. พิจารณา และหากผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นด้วย ก็อาจจะเริ่มต้นนำมาปรับใช้ในการปล่อยกู้ในโครงการ ช.พ.ค.7 ซึ่งได้ชะลออยู่และจะเริ่มกับกลุ่มลูกหนี้วิกฤติก่อน
“การแก้ปัญหาหนี้สินครูจะต้องทำแบบครบวงจร หากปล่อยให้ครูมีโอกาสไปกู้เพิ่มได้อีก ปัญหาก็จะไม่จบสิ้น เหมือนสุนัขไล่งับหางตัวเอง นอกจากนี้ จะนำเงินส่วนต่าง ที่สถาบันการเงินจะหักให้เพื่อเป็นค่าบริหารจัดการเข้ากองทุนครูของแผนดิน เพื่อนำเงินมาใช้ในการพัฒนาครูในด้านต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันเงินดังกล่าว ธนาคารออมสินหักเข้ากองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้โครงการการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.)แต่มีการนำเงินส่วนต่างไปใช้หักหนี้ให้กับครูที่ค้างชำระ ทำให้ครูไม่ยอมชำระหนี้เพราะคิดว่ามีกองทุนเงินสนับสนุนฯ ใช้หนี้แทน ”ดร.พิษณุ กล่าว



