
ศธ.ไฟเขียว"ม.ขอนแก่น"พัฒนาครูให้ตอบโจทย์ศตวรรษที่21
ศธ.ไฟเขียว"ม.ขอนแก่น"ใช้ชี้นวัตกรรมการสอน ไม่ใช้หลักการบรรยาย เลิกท่องจำแบบเดิม แต่ใช้การเรียนที่ก่อแรงบันดาลใจ ตอบโจทย์การผลิตและพัฒนาครูในศตวรรษที่21
เมื่อเร็วๆ นี้ “พันเอกณัฐพงษ์ เพราแก้ว” เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ประชุมร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) นำโดย“รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย” อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) และ “ผศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์” คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เรื่อง“การผลิตและพัฒนาครูให้ตอบโจทย์ศตวรรษที่21” และได้เยี่ยมชม ชั้นเรียนโรงเรียนต้นแบบการพัฒนาวิชาชีพครูด้วยนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study)และวิธีแบบเปิด (Open Approach)ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และโรงเรียนคูคำพิทยาสรรพ์ จังหวัดขอนแก่น
พันเอกณัฐพงษ์ เพราแก้ว
"เห็นชอบกับแนวความคิดการผลิตครูและพัฒนาครูให้ตอบโจทย์ศตวรรษที่21 โดยมีแนวโน้มแบ่งครูตามเขตพื้นที่ แต่ละสถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตครูได้ต้องดูแลโรงเรียนในเครือข่าย ขับเคลื่อนการศึกษาผ่านรูปแบบนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study)และวิธีแบบเปิด (Open Approach)ซึ่งครูใหม่ต้องทำงานควบคู่กับครูประจำการแต่ละในเขตพื้นที่" พันเอกณัฐพงษ์ กล่าว
ขณะที่ รศ.ดร.กิตติชัย เล่าว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้สนับสนุนการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาเริ่มจากวิชาด้านคณิตศาสตร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545แล้วขยายผลไปสู่วิชาอื่นๆ การวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาจำเป็นต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะ จึงสนับสนุนให้กลุ่มวิจัยทางคณิตศาสตร์ ซึ่งนำโดย ผศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ เริ่มดำเนินกิจกรรมตั้งแต่นั้นและจัดตั้งเป็น“ศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ศึกษา” ในฐานะศูนย์วิจัยเฉพาะทางของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี
รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย
จนกระทั่งปี พ.ศ.2557 จึงขยายเป็น“สถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน”เพื่อเตรียมขยายผลการแก้ปัญหาในระดับประเทศต่อไป ปัจจุบันมีขอบเขตโรงเรียนที่ใช้นวัตกรรมการศึกษาภายใต้โครงการการคิดขั้นสูงทางคณิตศาสตร์กว่า120โรงเรียน ครอบคลุม20จังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอีก15โรงเรียนเครือข่ายในภาคเหนือและภาคใต้
“มหาวิทยาลัยต้องการพัฒนาการศึกษาในระดับอาเซียน แต่ในขณะเดียวกันต้องการพัฒนาการศึกษาในประเทศไทย โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียนจะดำเนินการล่วงหน้าไปก่อน และหากภาครัฐเล็งเห็นว่ามีประโยชน์ ทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ขัดข้อง เราสามารถพัฒนาตามกระบวนการและขยายผลเพื่อประโยชน์ในการศึกษาต่อภาพรวมของประเทศได้อีกทางหนึ่ง” อธิการบดี มข. กล่าว
ผศ.ดร.ไมตรี กล่าวว่า ปัจจุบันระบบการศึกษาของไทยตีกรอบหน้าที่ของครูให้เน้นไปที่การสอนตามสาขาวิชาที่ขาดความเชื่อมโยงกับชีวิตจริงและการนำไปใช้แต่ลืมคำนึงถึงความสามารถในการแนะแนวทางการศึกษาให้กับเด็ก และความต้องการของเด็ก ครูควรจะเป็นคนที่สอนแนวทางคุณธรรมจริยธรรม ระบบวิธีการคิด การจัดการและการแก้ปัญหาให้กับเด็ก มากกว่าการไปเน้นวิชาเดี่ยววิชาใดวิชาหนึ่ง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต้องการผลิตครูที่มีกระบวนการคิดเพื่อพัฒนาให้เด็กเป็นคนที่มีความรู้ มีวินัย สามารถแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ผ่านนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาการคิดสำหรับทศวรรษที่21ที่เรียกว่า“วิธีการแบบเปิด (Open Approach)”
ผศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์
ผศ.ดร.ไมตรี กล่าวอีกว่า หลักสูตรที่ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่นี้ ไม่ใช้หลักการบรรยายและท่องจำแบบเดิม แต่ใช้การเรียนที่ก่อแรงบันดาลใจ โดยมี“โจทย์ หรือ สถานการณ์ปัญหา” ที่ส่งเสริมผู้เรียน ให้ลองผิดลองถูกจนสามารถสร้างความรู้ขึ้นได้ด้วยตนเอง โดยผู้สอนเป็นเพียงผู้สังเกตวิธีการแก้ไขปัญหาของเด็กแทน แล้วจึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียนที่นำไปสู่การประมวล สังเคราะห์ สรุป ความรู้ใหม่ร่วมกัน นวัตกรรมนี้เป็นหนึ่งในนวัตกรรมด้านการเรียนการสอนที่ถูกพัฒนาจากศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ศึกษาที่แพร่หลายในกลุ่มประเทศเอเปค กว่า19ประเทศ และตอบโจทย์ศตวรรษที่21
“คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำนวัตกรรมดังกล่าวมาช่วยสนับสนุนครูให้สามารถเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพชั้นเรียน ร่วมทำงานระยะยาวกับโรงเรียนกว่า10ปี โดยใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงทั้งโรงเรียน (Whole School Approach)จนกระทั่งสามารถเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงานในโรงเรียนและสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาในชั้นเรียนซึ่งเป็นหัวใจของการยกระดับคุณภาพทางการศึกษาได้จริง” ผศ.ดร.ไมตรี กล่าว
ทั้งนี้ที่ประชุมยังมีแนวความคิดที่จะสร้างความเข้มแข็งของ“การศึกษาในระดับมัธยมต้น” ซึ่งเป็นจุด ส่งต่อนักเรียนระหว่างสายอาชีพ และสายสามัญ เพิ่มความเข้มแข็งให้กับการเรียนในสายอาชีพ ลดการผูกขาดทางการเรียนต่อสายสามัญเพียงอย่างเดียว ปรับเปลี่ยนค่านิยมใหม่ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรายได้ที่สายอาชีพสามารถสร้างงานสร้างเงินได้เท่ากันกับคนที่เรียนจบปริญญาตรี ส่วนเรื่องการรวมโรงเรียนขยายโอกาสเข้าด้วยกัน
ไม่เพียงจะเป็นการแก้ไขปัญหาขาดแคลนทรัพยากรครูในโรงเรียนขนาดเล็กแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมาตรฐานของโรงเรียนให้เท่ากันอีกด้วย ทั้งนี้มาตรการการยุบโรงเรียนยังไม่ระบุชัดเจนแต่จะคำนึงถึงประโยชน์และมาตรฐานความรู้ที่เด็กจะได้รับเป็นหลักอย่างแน่นอน



