ไลฟ์สไตล์

เปิดปัจจัยทำไอคิวเด็กปัตตานีค่อนทางต่ำ

เปิดปัจจัยทำไอคิวเด็กปัตตานีค่อนทางต่ำ

03 ต.ค. 2559

เปิดปัจจัยทำไอคิวเด็กปัตตานีค่อนทางต่ำ พบการรับรู้ข่าวสารสถานการณ์ความไม่สงบมีผล รับรู้บ่อยมีโอกาสที่จะมีระดับไอคิวน้อยกว่า 90 อยู่ 1.69 เท่าของเด็กที่ไม่รับรู้

      พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา  ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นำเสนอผลการศึกษา เรื่อง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับสติปัญญาของเด็กช่วงอายุ 3-5 ปีในจ.ปัตตานี” ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2559ว่า  จากการที่สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ได้ดำเนินการสำรวจระดับสติปัญญาเด็กไทยเมื่อปี 2554 โดยการสำรวจนักเรียน อายุ 6-18 ปี จำนวน92,525 คน พบว่า ระดับสติปัญญาเด็กในจ.ปัตตานี อยู่ในลำดับที่ 75 ของประเทศ มีระดับสติปัญญาเฉลี่ยที่ 91.06 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปกติแต่ค่อนไปทางต่ำ และปัญหาจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของเด็ก  จากเหตุการณ์ที่โรงเรียนถูกเผาทำลาย ครูถูกลอบยิง  โรงเรียนผิดการเรียนการสอน  ทำให้เกิดการหยุดชะงักทางการศึกษา  ศูนย์สุขภาพจิตที่  12  จ.ปัตตานี  ได้ตระหนักถึงปัญหาในด้านระดับสติปัญญาของเด็กและเยาวชน  ซึ่งเป็นวัยช่วงต้นของชีวิต ที่มีพัฒนาการทางด้านร่างกาย สติปัญญาและบุคลิกภาพ

        พญ.เพชรดาว  กล่าวอีกว่า  ศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 จึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่องปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับสติปัญญาของเด็กช่วงอายุ 3-5 ปีในจ.ปัตตานี  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับสติปัญญา ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อระดับสติปัญญาและอิทธิพลระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านครอบครัว และปัจจัยด้านสถานศึกษาที่มีผลต่อระดับสติปัญญาเด็กอายุ 3–5ปี  ในจ.ปัตตานี ทำการศึกษาเชิงสำรวจ กลุ่มเด็กอายุ 3-5 ปี ที่ศึกษาในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนอนุบาลรัฐและเอกชน จำนวน 819 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 3 ส่วน คือ แบบประเมินความสามารถเชาวน์ปัญญาเด็กอายุ 2-15 ปี กรมสุขภาพจิต แบบสอบถามเรื่องปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับสติปัญญาเด็กอายุ 3-5 ปี ในจ.ปัตตานี  สำหรับครูผู้ดูแลเด็ก/ ครูพี่เลี้ยง และแบบสอบถาม เรื่องปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับสติปัญญาเด็กอายุ 3-5 ปีในจ.ปัตตานี สำหรับผู้ปกครอง/ผู้เลี้ยงดูเด็ก

            ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีระดับสติปัญญาหรือไอคิว น้อยกว่า 90 ร้อยละ16.2  ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ อายุเด็ก ความผิดปกติแรกคลอด ระยะเวลาการดื่มนมมารดา การรับวัคซีน  การศึกษาของบิดามารดา อาชีพบิดามารดา การสื่อสารด้วยภาษาไทย  การได้รับความรักความอบอุ่น  การทำกิจวัตรประจำวันส่วนตัวด้วยตนเอง  การรับประทานผลไม้ การรับประทานอาหารหมักดอง  อำเภอที่ตั้สถานศึกษา  ประเภทของสถานศึกษา  เวลาเข้าเรียน  การรับรู้ข่าวสารสถานการณ์ความไม่สงบ โดยอิทธิพลของปัจจัยต่างๆดังกล่าว พบว่า เด็กอนุบาลรัฐมีโอกาสที่จะมีระดับไอคิวน้อยกว่า90  อยู่ 2.33 เท่าของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 

          เด็กอนุบาลเอกชนมีโอกาสที่จะมีระดับไอคิวน้อยกว่า 90 อยู่ที่ 1.37 เท่าของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  ผู้ปกครองไม่ใช่อาชีพธุรกิจ รัฐวิสาหกิจ ราชการ มีโอกาสที่เด็กจะมีไอคิวน้อยกว่า 90  อยู่ 2.31 เท่าของ 3 อาชีพนี้ เด็กเรียนน้อยกว่าร้อยละ 90    มีโอกาสที่จะมีระดับไอคิวน้อยกว่า 90 อยู่ 1.8 เท่าของเด็กที่มาเรียนเกินร้อยละ 90 ความผิดปกติแรกคลอดมีโอกาสที่จะมีระดับไอคิวน้อยกว่า 90 อยู่ 2.61เท่าของเด็กที่ไม่มีความผิดปกติ เด็กรับรู้ข่าวสารความรุนแรงบ่อยๆมีโอกาสที่จะมีระดับไอคิวน้อยกว่า 90 อยู่ 1.69 เท่าของเด็กที่ไม่ได้รับรู้ข่าวสารความรุนแรง

         “โดยสรุป ปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับสติปัญญาของเด็กช่วงอายุ 3-5 ปีในจ.ปัตตานี คือ อายุเด็ก  ความผิดปกติแรกคลอด ระยะเวลาการดื่มนมมารดา การรับวัคซีน  การศึกษาบิดามารหา อาชีพบิดามารดา การสื่อสารด้วยภาษาไทย การได้รับความรักความอบอุ่น  การทำกิจ วัตรประจำวันส่วนตัวด้วยตนเอง การรับประทานผลไม้ การรับประทานอาหารหมักดอง อำเภอที่ตั้ง สถานศึกษา ประเภทของสถานศึกษา เวลาเข้าเรียน และการรับรู้ข่าวสารสถานการณ์ความไม่สงบ” พญ.เพชรดาวกล่าว

         พญ.เพชรดาว กล่าวด้วยว่า มีข้อเสนอแนะ คือ 1.การบริโภคสื่อจากช่องทางต่างๆ เช่น สื่อโทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ตผู้ปกครองควรให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด 2.การบริโภคอาหารผู้ปกครองควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ควรเลี้ยงลูกด้วยนมมารดา  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และงดรับประทานอาหารหมักดอง ขนมกรุบกรอบน้ำอัดลมลูกอม 3.การส่งเสริมระดับสติปัญญาของลูกควรเริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอดูแลสุขภาพจิตขณะตั้งครรภ์ และ4.ความสามารถทางสติปัญญาสามารถส่งเสริมกระตุ้นได้โดยผู้ที่มีคามรู้ดังนั้นผู้ปกครองและครูผู้ควรมีความรู้ในเรื่องการส่งเสริมและกระตุ้นสติปัญญาเพื่อสามารถกระตุ้นและส่งเสริมระดับสติปัญญาของลูกและนักเรียนได้