ไลฟ์สไตล์

3 อ. 2 ส.ดูแลผู้สูงอายุง่ายๆ

3 อ. 2 ส.ดูแลผู้สูงอายุง่ายๆ

02 ต.ค. 2559

พยาบาลราชภัฏสุราษฎร์ลงพื้นที่ดูแลผู้สูงอายุ ใช้หลัก ‘3 อ. 2 ส.’ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค

 

        นักศึกษา-อาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ยกทีมลงชุมชนดูแลผู้สูงอายุ ใช้หลัก ‘3 อ. 2 ส.’ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค คณบดีชี้ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก ต้องเตรียมคนเพื่อดูแลอย่างเข้าใจ ผู้สุงอายุเผย การได้รับความสำคัญเป็นแรงบันดาลใจให้หันมาดูแลสุขภาพ

          ดร.จิราพร วัฒนศรีสิน คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นักศึกษาและอาจารย์ในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านท่าช้าง หมู่ที่ 9 ตำบลกระแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุจำนวน 70 คนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค โดยใช้หลัก “3 อ. 2 ส.” ในการรณรงค์ ได้แก่ อ.อาหาร อ.ออกกำลังกาย อ.อารมณ์ดี ส.ไม่สูบบุหรี่ และ ส.ไม่ใช้ยาเสพติด

       “ปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก การรณรงค์ให้ทุกคนตระหนัก เข้าใจและพร้อมดูแลผู้สูงอายุให้ทัดเทียมกันในทุก ๆ ด้านจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เนื่องจากเซลล์ เนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ของผู้สูงอายุจะเสื่อมลงตามธรรมชาติ ทำให้เกิดโรคความเสื่อมของอวัยวะตามมา ต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือจากบุตรหลาน คนแวดล้อมและคนในสังคม” คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์กล่าว

       นายธวัชชัย ทีปะปาล อาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ กล่าวว่า การส่งเสริมสุขภาวะที่ง่ายที่สุดคือการใช้หลักการปฏิบัติตัว เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยบำรุงเซลล์สมอง หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อยู่ในสถานที่มีอากาศสดชื่น สะอาด ไม่แออัด นอนหลับอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงการเกิดภาวะเครียด ออกกำลังกายเป็นประจำ ฝึกการใช้ความคิดและความจำอย่างสม่ำเสมอเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้สมองตื่นตัว และยังทำให้ผ่อนคลายความตรึงเครียด

       “คณะพยาบาลศาสตร์ได้สร้างสรรค์วิธีการใหม่ ๆ เพื่อบริหารร่างกายและสมองที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ โดยประยุกต์จากสิ่งที่มีในท้องถิ่น เช่น การใช้กะลามะพร้าวและยางวงรัดของมาทำเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกาย เพื่อสร้างความแข็งแรงของกระดูก ข้อต่อและกล้ามเนื้อ การประยุกต์ท่ารำระบำศรีวิชัยมาเป็นท่าบริหารสมอง ช่วยให้สมองซีกซ้ายและซีกขวาทำงานประสานกันได้ดี เป็นต้น” นายธวัชชัยกล่าว

        นายศักดา แซ่ภู่ อายุ 72 ปี หนึ่งในผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า ตนไม่กินเหล้า ไม่สูบหรี่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว แต่วันนี้ก็ได้เรียนรู้วิธีออกกำลังกายใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุ รวมทั้งการปฏิบัติตัวในด้านอื่น ๆ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ตนเคยมองข้าม ตนรู้สึกดีใจที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ มีโครงการดี ๆ ให้เข้าร่วมตลอด การได้รับความสำคัญจากคนรุ่นใหม่ถือเป็นหนึ่งในกำลังใจและแรงบันดาลใจให้ผู้สูงอายุหันมาดูแลสุขภาพด้วยเช่นกัน