แอ่วเวียงเจียงฮาย เดินยอดไม้ที่ดอยตุง
แอ่วเวียงเจียงฮาย เดินยอดไม้ที่ดอยตุง : ชวนเที่ยว เรื่อง / ภาพ... นพพร วิจิตร์วงษ์
พูดถึงเวียงเจียงฮาย หรือ เชียงราย มีไม่กี่สิ่งที่นึกถึง แต่รวมความแล้ว “เมืองงาม ธรรมชาติดี กาแฟอร่อย ผู้คนน่ารัก” ทำให้รีบรับปากทุกครั้งที่ได้รับคำเชิญชวนให้ไปเที่ยว ไม่ว่าจะมุมไหนของจังหวัดเชียงราย
หลายครั้งที่มาเชียงรายแทบไม่ค่อยได้ชมตัวเมืองสักเท่าไหร่ เพราะโดยมากจะออกไปตามแหล่งท่องเที่ยวนอกเมือง คราวนี้เลยได้นั่งรถรางชมเมืองให้ฉ่ำปอดแบบวันสต็อปเซอร์วิส ซึ่งทั้ง สุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ และ เลิศชาย หวังตระกูลดี ผอ.ททท.สำนักงานเชียงราย มาพาไปไหว้อนุสาวรีย์พญามังรายมหาราช (หรือพ่อขุนเม็งรายมหาราช) กันก่อน
ที่เรียกว่าพญามังรายมหาราช ก็เพราะคำว่า พญา หมายถึงหมายถึงกษัตริย์ที่ปกครองเมืองล้านนาในอดีต ส่วนคำว่าพ่อขุน เขาบอกว่าไม่ใช่ตำแหน่งทางหัวเมือง ตอนนี้ไปที่เชียงรายจะเห็นว่าเขาพยายามรณรงค์ให้คนกลับมาเรียกพญามังราย (เช่นในอดีต)
จุดจอดรถรางอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์พญามังรายมหาราช “พี่อรุณ” คนขับเป็นไกด์ไปด้วยในตัว บอกว่า รถรางเปิดให้บริการฟรี วิ่งวันละ 2 รอบคือรอบเช้า 09.30 น. และรอบบ่าย 13.30 น. แต่ละรอบใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง-สองชั่วโมง และระหว่างนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะชมเมืองด้วยความไม่รู้ เพราะแต่ละจุดที่สำคัญๆ พี่อรุณก็จะคอยอธิบาย รวมถึงแวะจอดให้นักท่องเที่ยวลงไปเที่ยวชมสถานที่ด้วย อย่างน้อยก็ 4-5 แห่งสำคัญๆ
จากอนุสาวรีย์พญามังราย รถรางจะผ่านเดินทางผ่านไปตามถนนสิงหไคล ผ่านประตูเมืองเก่า มีทั้งหมด 12 ประตู เช่นประตูท่าทราย ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า สมัยก่อนถ้าออกจากประตูนี้ไป จะเป็นหาดทรายริมน้ำกก แล้วก็ให้แปลกใจทำไม “ประตูเชียงใหม่” มาอยู่ที่เชียงรายซะได้ เลยได้รับคำเฉลยจากไกด์คนขับของเราว่า เป็นเพราะประตูนี้ เป็นเส้นทางถนนไปสู่จังหวัดเชียงใหม่นั่นเอง ถ้าเที่ยวแบบใกล้ชิด จะเห็นว่าแต่ละประตูมีบอกเล่าเรื่องราวเอาไว้ด้วย
ตามถนนที่ทอดผ่านไปในย่านชุมชน เป็นถนนสายร่มรื่น ที่มีต้นจามจุรีขนาดใหญ่ให้ร่มเงา และหนึ่งในนั้นว่ากันว่าเป็นต้นที่อายุเป็นร้อยๆ ปี ก็ยังอยู่ดีมีสุขให้ร่มเงาถึงวันนี้ รถรางพาผ่าน ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ซึ่งปัจจุบันจัดทำเป็นหอวัฒนธรรม อาคารเทิดพระเกียรติ 90 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์และอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ด้านหลังอาคารเป็นที่ตั้งของหอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี แสดงประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงรายตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน
จุดที่รถรางไปจอดแวะให้ลงไปเดินเที่ยวชมแห่งแรก ก็คือ โรงเก็บราชรถบุษบก ภายในบริเวณอาคารเทิดพระเกียรติ 90 ปี ถือเป็นหนึ่งเดียวในล้านนา โดยราชรถมีจำนวน 9 คัน จาก 8 จังหวัดในภาคเหนือ แต่ละคันสะท้อนถึงศิลปะของหัวเมืองต่างๆ ซึ่งผู้คิดผู้ออกแบบเป็นช่างฝีมือจากหัวเมืองนั้นๆ รวบรวมมาไว้ที่เชียงราย และจะนำออกแสดงใน “งานประเพณีอัญเชิญพระพุทธรูปแวดเวียงเจียงฮาย” ในช่วงวันปีใหม่ อาทิ ราชรถศิลปะแพร่ จะโดดเด่นด้วยงานแกะสลักไม้สักทอง, ราชรถศิลปะลำปาง จำลองแบบซุ้มประตูโข่งของวัดพระธาตุลำปางหลวง, หรือราชรถศิลปะเชียงแสน ที่จำลองแบบพระธาตุวัดป่าสัก ที่เจือกลิ่นไอของศิลปะขอมมาในรูปของนาคขอมที่หน้าราชรถด้วย
ใช้เวลากันพอสมควรที่โรงเก็บราชรถบุษบก ก็แหม แต่ละคันช่างงดงามชวนพินิจพิเคราะห์ซะเหลือเกิน รถรางพาผ่านวัดพระสิงห์ พระอารามหลวงชั้นตรี เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ หรือที่เรียกกันว่า “พระสิงห์” ปัจจุบันเป็นองค์จำลอง (องค์จริงประดิษฐานอยู่ ณ วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่) ผ่าน โรงพยาบาลโอเวอร์บรู็ค ก่อตั้งโดย นายแพทย์วิลเลี่ยม เอ.บริกส์ เมื่อปี 2446 เป็นโรงพยาบาลเก่าแก่แห่งแรกของจังหวัดเชียงราย ที่ยังเก็บรักษาอาคารเก่ากว่า 110 ปีไว้ได้อย่างสวยงาม ไม่ไกลกันเป็น วัดพระแก้ว สถานที่ค้นพบพระแก้วมรกตเป็นแห่งแรก ก่อนจะถูกอัญเชิญไปหลายสถานที่ รวมถึง ลาว ก่อนจะกลับมาประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ
รถรางเห็นช้าๆ เหมือนไม่ค่อยมีแรงแบบนี้ ยังพาวนขึ้นดอยจอมทอง อันเป็นที่ตั้งของ วัดพระธาตุจอมทอง ซึ่งที่นี่มีเสาสะดือเมือง หรือเสาหลักเมือง มีทั้งหมด 108 หลัก ตั้งอยู่บนเนินเขาในรูปแบบสมมติฐานของจักรวาล อีกวัดหนึ่งที่สวยงาม ไม่น่าพลาด ก็คือ วัดมิ่งเมือง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายมหาราช อายุถึง 719 ปี เป็นวัดสำคัญของชาวเชียงรายอีกวัดหนึ่ง ปัจจุบันเป็นสถานที่ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรเที่ยงคืนในวันพระ ขึ้น 15 ค่ำ ที่ตรงกับวันพุธ ที่เรียกว่าพิธีตักบาตรเป็งปุด ไม่ห่างจากวัดมิ่งเมือง ยังเป็นชุมชนมุสลิม มีมัสยิดที่สวยงามในชุมชน ทำให้เห็นได้ว่า ไม่ว่าศาสนาใด ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน
หลังจากเยี่ยมชมวัด รถรางพาวนกลับไปจุดเดิมที่ด้านหลังอนุสาวรีย์พญามังรายมหาราช โดยผ่านไปทาง หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติฯ และ สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ แต่ยังไม่หนำใจ หลังโบกมือลารถรางแล้ว ขอเดินทางไปชมอีกวัดหนึ่งที่ได้ชื่อว่าสวยงามแปลกตา แต่อารมณ์คล้ายๆ กับวัดร่องขุ่น ที่ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพิฒน์ และบ้านดำ ต.นางแล ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี สองศิลปินแห่งชาติชื่อดัง วัดร่องขุ่นโดดเด่นด้วยสีขาว วัดร่องเสือเต้น ก็เด่นด้วยเฉดสีฟ้า ตั้งอยู่ในชุมชนร่องเสือเต้น ต.ริมกก อ.เมือง ใครที่ไปเห็นวัดร่องเสือเต้น ย่อมต้องคิดถึงวัดร่องขุ่น ด้วยความอ่อนช้อยของศิลปะที่คล้ายคลึงกัน ทั้งลวดลายสายเส้น ไปจนถึงจิตกรรมฝาผนังด้านในอุโบสถ และยังมีกลิ่นอายศิลปะแบบ อ.ถวัลย์ ดัชนี สืบสาวได้ความว่า เป็นฝีมือของสล่านก หรือพุทธา กาบแก้ว ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย และยังเคยทำงานสร้างวัดร่องขุ่นเมื่อหลายปีก่อนด้วย สล่านก ให้ความเห็นถึงการเลือกใช้โทนสีฟ้าน้ำเงิน ด้วยว่า เหตุที่ใช้สีฟ้า เพื่อเป็นเอกลักษณ์ เหมือนวัดร่องขุ่นที่ใช้สีขาว อีกทั้งสีฟ้าหมายถึงสีของจักรวาล ส่วนฟันของพญานาค ได้นำมาจากผลงานของอาจารย์ถวัลย์ ที่มีความโดดเด่นเรื่อง เขา และงา ที่โค้งงอสวยงาม
อิ่มใจจากการเที่ยวชมเมืองไปแล้ว ไปอิ่มใจกับธรรมชาติของเชียงรายกันบ้าง ที่ดอยตุง โดยเฉพาะสวนสวย “แม่ฟ้าหลวง” ซึ่งมีพระตำหนักทรงงานของสมเด็จย่า ระหว่างทรงงานโครงการพัฒนาดอยตุง และสวนไดอกหลากสีสัน ทั้งไม้เมืองหนาว ไม้เมืองเหนือ และกิจกรรมใหม่ กลายเป็นเรื่องแอดเวนเจอร์ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อ 1 สิงหาคมปีนี้เอง แน่นอนว่าเราก็ไม่พลาด DoiTung Tree Top Walkway หรือ ทางเดินเรือนยอดไม้ดอยตุง ให้ตื่นเต้นเล็กๆ ไปตลอดระยะทางเดินบนสะพานแขวนเหนือเรือนยอดไม้เกือบ 300 เมตร โดยสะพานจะเป็นลักษณะสะพานแขวนโยงจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง บางช่วงสั้น แต่บางช่วงก็ยาวจนขาสั่น
ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะมีระบบเซฟตี้ทั้งตัวล็อก รวมยังมีตาข่ายรองรับอีกชั้น เรียกว่าคนสูงวัยก็ขึ้นได้ เด็กมากกว่า 12ปี(สูงเกิน 120 ซม.) ก็เล่นดี แต่ .... ไม่เหมาะกับคนที่กลัวความสูง ไม่ว่าจะวัยไหนก็ตาม เพราะระยะทางบางช่วง นอกจากทางแคบแต่ไม่กระดานแผ่นเล็ก 2 แผ่นตีคู่กันแล้ว ยังสูงถึง 30 เมตร มองลงมาก็หวิวๆ ได้ ส่วนใครที่ผ่านงานประเภทโหนสลิงผ่านผืนป่า ก็บอกแค่ว่า จิ๊บๆ หากแต่ตลอดเส้นทางได้ดื่มด่ำไปกับวิวป่า ยอดดอยช้างมูบ ไร่กาแฟ
เวียงเจียงฮาย หรือเชียงราย ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึง 754 ปีแล้ว แต่ยังเก็บบางสิ่งไว้ให้คนรุ่นหลังได้ซึมซับ ทั้งด้วยกาย และด้วยใจ เชื่อมั้ยว่า ถ้ามีใครชวน ก็จะไปอีก !!!
.......................................
- Doi Tung Tree Top Walk เปิดบริการเวลา 8.30-17.00 น. รอบละ 30 นาที ค่าบริการท่านละ 150 บาท (ไม่รวมบัตรเข้าชมสวนแม้ฟ้าหลวงอัตรา 90 บาท) จำกัดรอบละ 13 คน หากไปเป็นหมู่คณะสำรองล่วงหน้าที่ โทร. 0-5376-7015-16
- สนใจเข้าชมราชรถบุษบก 8 จังหวัดภาคเหนือ ติดต่อ งานพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว ฝ่ายอำนวยการ สำนักปลัดเทศบาล โทร 0-5360-0507, 0-5371-1333 ต่อ 129



