
คนรักหมา - หมานักท่องเที่ยว
ช่วงเวลานี้รัฐบาลไทยกำลังเร่งชักชวนคนไทยให้ออกไปเที่ยวนอกบ้านตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในประเทศของเรา ซึ่งผมเห็นด้วยเต็มที่ประกอบกับเป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้วจึงยกมือสนับสนุน 2 ข้างอย่างเต็มใจ แล้วก็ออกเที่ยวกันไม่ได้หยุดได้หย่อน
ไปเที่ยวช่วงนี้นอกจากทำให้รู้จักและรักเมืองไทยของเรามากขึ้นแล้วยังเป็นการช่วยพยุงธุรกิจท่องเที่ยวของเราที่กำลังอ่อนแรงเต็มที่จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศอันสืบเนื่องมาจากทั้งปัญหาเศรษฐกิจโลกบวกกับไข้หวัดใหญ่ 2009 ส่วนเรื่องการเมืองในประเทศ ผมว่าพวกนักท่องเที่ยวต่างประเทศเขาไม่สนใจหรอก ขออย่างเดียวอย่าไปปิดสนามบินกันอีกก็แล้วกัน
ไม่ว่าใครเขาจะเอาอาหารดีๆ คนตรีเพราะๆ มาล่ออีกก็อย่าทำเลยครับ-สงสารประเทศไทย
เรื่องหมาแสนรู้ตัวที่จะนำมาเล่าตอนนี้เกี่ยวกับเรื่องที่เกริ่นนำครับ เพราะหากเป็นหมาในบ้านเราและยังมีชีวิตอยู่ การท่องเที่ยวคงไปเชิญมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ชักชวนให้ไทย (ช่วยกัน) เที่ยวไทยอย่างแน่นอน
เรื่องเกิดเมื่อปี พ.ศ.2500 นี่เอง ที่สถานีรถไฟฮอปเวล รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อจู่ๆพนักงานรถไฟที่นั่นก็พบหมาจรจัดตัวหนึ่งมาอาศัยอยู่บริเวณสถานีรถไฟแห่งนี้ ไม่ยอมไปไหน คนรถไฟเห็นท่าทางน่ารักและเป็นมิตรดีจึงช่วยกันดูแลให้ข้าวปลาอาหาร และตั้งชื่อให้มันว่าเจ้า “โฮโบ”ซึ่งหมายถึงพวก “คนพเนจร” นั่นเอง
อยู่มาวันหนึ่ง พนักงานรถไฟคนหนึ่งนึกสนุกหรือกลัวว่าเจ้าโฮโบจะเหงาเพราะไม่มีอะไรทำ หรือเกิดทะลึ่งขึ้นมาอย่างไรก็ไม่ทราบได้กล่าวเชิญชวนโฮโบว่า
ไปขึ้นรถไฟเที่ยวกันไหม ?
ปรากฏว่าโฮโบไม่ปฏิเสธแล้วก้าวขึ้นรถไฟอย่างเต็มใจและกระตือรือร้น ทำเอาพวกพนักงานรถไฟคนอื่นๆ ดีใจกันยกใหญ่ที่ถูกใจโฮโบอันเป็นที่รักของทุกคน
แต่พอโฮโบโดยสารรถไฟออกจากจากสถานีแห่งนี้ไป ก็ปรากฏว่า พนักงานเจ้าของความคิดกลับเริ่มถูกเพื่อนฝูงตั้งข้อสงสัยว่า ทะลึ่งเปล่าวะ ถ้าโฮโบกลับสถานีไม่ถูกจะว่าไง ?
แต่แล้วอีกไม่กี่วันถัดมานาน ก็พากันโล่งอกเมื่อโฮโบก้าวลงจากตู้รถไฟโดยเรียบร้อย
หลังจากนั้นเป็นต้นมาโฮโบจึงขอขึ้นรถไฟขบวนอื่นๆ บ้าง พนักงานก็เต็มใจ หลายขบวนเดินทางไปไกลแสนไกล แต่ไม่ว่าจะใกล้จะไกลเพียงใด ที่สุดแล้วโฮโบจะเดินทางกลับมายังสถานีต้นทางแห่งนี้เสมอ จนเป็นที่โจษขานกันไปทั่วในฐานะหมานักท่องเที่ยว
โฮโบเที่ยวอยู่อย่างนี้ติดต่อกันจนถึงปี 2506 ปรากฏว่าตาเกิดบอดลง จากนั้นเป็นต้นมาจึงเลิกเที่ยวและปักหลักอยู่ที่สถานีรถไฟฮอปเวลแห่งนี้กระทั่งเสียชีวิตในอีกหลายปีถัดมา
ตอนโฮโบตาบอด คงมีคนจูงเที่ยว เหมือนที่หมาช่วยนำทางคนตาบอดนะ ผมว่า!
บัญชร ชวารศิลป์



