ไลฟ์สไตล์

คณาจารย์ค้านร่างพ.ร.บ.ระเบียบการบริหารงานบุคคลฯ

คณาจารย์ค้านร่างพ.ร.บ.ระเบียบการบริหารงานบุคคลฯ

28 ก.ย. 2559

3 ที่ประชุมคณาจารย์ พนักงานมหาวิทยาลัย แถลงการณ์ค้านร่างพ.ร.บ.ระเบียบการบริหารงานบุคคลในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ... ชี้ถ้าดีจริง บุคลากรสกอ.ทุกคนควรอยู่ภายใต้พ.ร.บ.

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.59 ที่โรงแรมวังสวนสุนันทา ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38  แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)9 แห่ง และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน รวม 48 แห่ง ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์แห่งประเทศไทย (ปอมท.)ซึ่งประกอบด้วยม.รัฐและม.ในกำกับของรัฐ   27 แห่ง และศูนย์ประสานงานบุคคลในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) แถลงผลการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ซึ่งมีมติไม่รับร่างพ.ร.บ.ระเบียบการบริหารงานบุคคลในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ....  เนื่องจากเนื้อหาในหลายมาตราจะมีผลกระทบกับทั้งข้าราชการพลเรือนและพนักงานมหาวิทยาลัย โดยจะนำมติดังกล่าว  ยื่นถึงพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ,ดร.สุภัทร จำปาทอง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ในฐานะว่าที่เลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และน.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการกกอ. เพื่อคัดค้าน ร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เนื่องจากเนื้อหาในหลายมาตรามีผลกระทบกับทั้งข้าราชการพลเรือนและพนักงานมหาวิทยาลัย และบั่นทอนความมั่นคงในอาชีพ กระทบกับศักดิ์ศรีและสิทธิเสรีภาพ

ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุม ทปสท. กล่าวว่าทปสท. ได้คัดค้านการจัดทำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมาตลอด เพราะว่าร่างดังกล่าว ไม่ได้ทำให้พนักงานมหาวิทยาลัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  เช่น  การไม่กำหนดการเกษียณอายุราชการของพนักงานมหาวิทยาลัย ,เรื่องเงินเดือน  ค่าตอบแทน ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่อาจารย์มหาวิทยาลัยเงินเดือนน้อยกว่าครู  และความมั่นคงของอาชีพพนักงานมหาวิทยาลัย อย่าง สัญญาจ้าง สวัสดิการพนักงานมหาวิทยาลัย เมื่อมหาวิทยาลัยมีบุคลากร 2 กลุ่ม คือ ข้าราชการ และพนักงานมหาวิทยาลัยก็ต้องมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน  เป็นต้น ดังนั้น ตามหลักของการออกกฎหมายควรจะเป็นการแก้ปัญหา สร้างความมั่นคงให้อาจารย์ พนักงานมหาวิทยาลัย มีเสรีภาพ มีสิทธิ์ต่างๆ เช่นเดียวกับข้าราชการ   ตนจึงอยากเสนอให้มีการปรับแก้ อาทิ เพิ่มเติมให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งไปกำหนดเกณฑ์พ.ร.บ.ที่มีปัญหาเอง หรือเรื่องสิทธิพยาบาลให้พนักงานมหาวิทยาลัย ไปใช้สิทธิ์ประกันสังคม สังกัดสำนักงานส่งเสริมสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)และกองการบริหารงานบุคคล (กบข.)ให้ได้  แต่ถ้าไม่ปรับแก้ก็อยากให้ยกเลิกไปเลย

"อยากให้เข้าใจว่า มหาวิทยาลัยของรัฐมี 2 แบบ มีม.ในกำกับของรัฐ และม.รัฐ รวมถึงเรามีบุคลากร 2 สถานะ ซึ่งจะใช้มาตรฐานเดียวกันไม่ใช่ ดังนั้น ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ แทนที่จะเอาข้อดีมาใช้กับพนักงานมหาวิทยาลัยกลับเพิ่มเติมข้อเสีย และถ้าออกมาบังคับใช้ คาดว่าพนักงานมหาวิทยาลัยทั่วประเทศคงออกมาร้องศาลปกครอง จึงอยากฝาก รมว.ศึกษาธิการ อย่าไปฟังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) มาก เพราะข้อมูลที่สกอ.ให้เป็นอาจไม่ครบถ้วน หรือเป็นข้อมูลเท็จ  และอยากให้เข้าใจมหาวิทยาลัย สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) แต่ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้บริหารระดับสูง เพราะทุกครั้งที่อาจารย์เรียกร้องเรื่องมักเงียบหายไป ถ้ารมว.ศึกษาธิการจะช่วยแก้ปัญหาภายในมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง ต้องแยกอุดมศึกษาออกจากศธ. และออกพ.ร.บ.แก้ปัญหาการบริหารมหาวิทยาลัย ส่วนเรื่องบุคลากร แก้ไขได้ง่ายโดยปรับปรุง พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือนเดิมให้ดีขึ้นซึ่งสามารถได้เร็วที่สุดในรัฐบาลชุดนี้" ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าว

รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ประธาน  CHES กล่าวว่าถ้าสกอ.มองว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้ ดีและเหมาะสม ขอให้บุคลากรของสกอ.ทุกคน รวมถึงเลขาธิการกกอ.อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ด้วย เพื่อจะได้เข้าใจว่าทำไม มีคนพยายามจะคัดค้าน และเรื่องนี้เป็นเรื่องกฎหมาย ไม่ใช่ของเด็กเล่น   ถ้าเป็นกฎหมายก็ขอให้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และหากปล่อยผ่านโดยไม่ตัดข้อเสีย เพิ่มข้อดี ก็จะมีการฟ้องศาลปกครองและเรื่องก็จะปานปลาย 

ผศ.ดร.ศุภวุฒิ เนตรโพธิ์แก้ว ประธานที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(ปอมท.) กล่าวว่า จากการที่ปอมท.ได้เข้าแสดงความยินดีกับดร.สุภัทร นั้น ซึ่งว่าที่เลขาธิการกกอ. ได้แสดงความเป็นห่วงร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย รวมถึงข้าราชการและพนักงานไม่ได้รับความเป็น หรืออาจถูกกลั่นแกล้งจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั้งที่เป็นผู้มีความสามารถในทำงาน และอาจส่งผลให้มหาวิทยาลัยเสียบุคลากรดีๆ ไปได้ โดยหลังจากเข้ารับตำแหน่ง ได้รับปากว่าจะเข้าไปพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวในรายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่า หากปล่อยผ่านร่างพ.ร.บ.นี้ อาจก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต และเรื่องนี้ ปอมท.ก็ได้แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก  เพราะยังไม่ตอบโจทย์การบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง