
คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า-ลูบคลำนิวยอร์ก
นิวยอร์กไม่ได้เป็นแค่เมืองหลวงของอเมริกาหากแต่เป็นเมืองหลวงของโลกใบนี้ด้วย... คนฟังหูไว้หูอย่างฉัน ยึดคติ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น...สิบตาเห็นไม่เท่าบินเอามือไปลูบคลำ เลยต้องเหาะเหินเดินอากาศไปลูบคลำนิวยอร์กถึงที่
โชคดีได้สายการบินไชน่าแอร์ไลน์สช่วยบินไปส่งถึงนิวยอร์ก แม้จะต้องใช้เวลาเอาก้นแช่เบาะไว้สิริรวมกว่า 21 ชั่วโมง แต่ด้วยที่นั่งอันแสนสะดวกสบายบวกกับอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์และความเพลิดเพลินจากจอทีวีส่วนตัว ช่วยให้การเดินทางไม่เหน็ดเหนื่อยอย่างที่คิด (โทร.0-2250-9888 หรือคลิกดูตารางบิน www.china-airlines.com )
การลูบคลำมหานครอันยิ่งใหญ่ เริ่มต้นด้วยการนั่งแท็กซี่สีเหลืองดำจากสนามบิน ไม่ต้องมากดมิเตอร์แล้วต้องนั่งลุ้นตอนมิเตอร์ขยับให้วุ่นจิต ไม่ต้องมายืนต่อราคาค่าโดยสารกันให้อารมณ์บูด เพราะที่นี่เขากำหนดราคากันเอาไว้เลย ว่าจากนามบินเจเอฟเคไม่ว่าจะไปมุมไหนของเกาะแมนฮัตตันเขาคิดแฟลตเรทที่ 45 ดอลลาร์ รวมค่าทางด่วนและทิปแล้ว ก็จะอยู่ราวๆ 60 ดอลลาร์ เป็นการนั่งแท็กซี่ที่แพงที่สุดในชีวิตของฉันเลยก็ว่าได้ถ้าจะนั่งรถขนส่งมวลชนของเขาก็ได้ แต่มันหลายตลบเหลือเกิน ประเภทนั่งรถเมล์ไปต่อรถใต้ดิน ขึ้นจากรถใต้ดินไปต่อรถเมล์อะไรแบบนี้ เพิ่งมาตาสว่างทีหลังว่า เขามีรถแวนชัตเติล (ที่จริงเหมือนคิวรถตู้บ้านเราเปี๊ยบ) รับส่งผู้โดยสารจากสนามบินถึงหน้าบ้าน แค่คนละ 20 ดอลลาร์ขากลับเลยโทรให้เขามารับถึงหน้าที่พัก แล้วพาไปจอดเกยถึงหน้าเจเอฟเค
ไม่มีอะไรเป็นจุดเริ่มต้นลูบคลำมหานครนิวยอร์กได้ดีเท่ากับถนนหมายเลข 42 แค่โผล่ขึ้นมาจากรถไฟใต้ดิน ก็อยู่ท่ามกลางหมู่ตึกระฟ้า ใครที่เส้นเอ็นแถวต้นคอเกิดอาการยึดหรือตึงโปรดไปปรึกษาแพทย์ก่อนมานิวยอร์ก เพราะจากนี้ไปคุณจะแหงนกันจนก้านคอเมื่อยและระบมกันไปข้าง
ก่อนจะบุกถนนหมายเลข42 ขอเม้าท์เรื่องรถไฟใต้ดินของนิวยอร์กหน่อยเถอะแบบว่าขึ้นๆ ลงๆ แล้วเกิดอาการคันปากอย่างแรง มันสกปรกได้ใจ จนอยากจะอีเมลไปบอกโอบามาให้เทงบมา Change รถไฟใต้ดินก่อนดีมะก่อนจะไปเปลี่ยนอย่างอื่น หนูเหนอวิ่งไล่กวดกันอึกทึกไปหมด ถามคนนิวยอร์กเขาบอกมันสร้างมานานแล้ว อาจจะโทรมไปหน่อย ฉันเลยบอกไปว่า ไอ้เรื่องเก่าน่ะเข้าใจ แต่เรื่องสกปรกต่างหากที่ไม่เข้าใจ
นึกดูสิสาวนิวยอร์กแข่งกันแต่งตัวเดินกรีดกรายช็อปปิ้งกันบนถนนฟิฟ แอฟวนิว เดินเฉิดฉายโชว์อาภรณ์สุดเดิร์นบนถนนสาย 42 แต่พอลงรถใต้ดินเขรอะๆมันดูขัดกันยังไงไม่รู้
แต่ก็มีบางมุมของนิวยอร์กที่ฉันแอบชอบเช่น ว่าเก้าอี้นั่งเล่นหลากสีสันหลายร้อยตัว ที่เขาเอามาตั้งเป็นหย่อมๆ ตรงใจกลางไทม์ สแควร์ ให้ผู้คนที่ผ่านไปมา ได้นั่งพักเท้าหย่อนน่อง เอนหลังชมตึกรามสูงใหญ่ที่อยู่รอบตัว
คนนิวยอร์กขลุกอยู่แต่ในตึกในอพาร์ตเมนต์ห้องแคบๆเขาอยากหาที่โปร่งโล่งเอาไว้เอกเขนกบ้าง เพราะฉะนั้น นอกจากปอดใหญ่ใจกลางกรุงอย่างเซ็นทรัล ปาร์ก เขาเลยเนรมิตลานกลางไทม์ สแควร์เอาไว้เป็นที่หย่อนใจ มีกิจกรรมหลากหลายเอาไว้ให้ทุกคนได้ร่วมสนุก และเอาไว้ให้หนุ่มๆ ได้นอนหลับ ระหว่างคอยสาวๆ ของพวกเขาที่กำลังเพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งอย่างไม่ลืมหูลืมตา เพราะนักท่องเที่ยวผู้หญิง 70% ที่มาถึงสรวงสวรรค์แห่งการช็อปปิ้งอย่างนิวยอร์ก พวกเธอตั้งใจมาจับจ่ายระบายดอลลาร์กันอย่างเต็มเหนี่ยว
อดีตของไทม์สแควร์อาจจะไม่งดงามนัก แถวนี้เป็นแหล่งอโคจร มั่วสุมยาเสพติด และเป็นที่สิงสถิตของบรรดามิจฉาชีพ แต่วันนี้ไทม์ สแควร์ถูกชุบชีวิตใหม่ ที่นี่คือศูนย์รวมแห่งความบันเทิง และวันที่ไทม์ สแควร์กระปรี้กระเปร่าที่สุด คือคืนที่ผู้คนแห่แหนมาเฉลิมฉลองในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
เขาว่าไทม์ สแควร์ในเวลาไร้แสงตะวันทาบทาตึกราม จะสวยงามขึ้นผิดหูผิดตา เพราะจะถูกแทนที่ด้วยแสงนีออน ที่อาบไล้ให้ทุกคนที่พบเห็นได้ตื่นตาตื่นใจไปกับแสงสีอันพลิ้วไหว
ไทม์สแควร์ว่าคึกคักแล้วแต่พอเดินเลื้อยขึ้นไปลูบคลำแถวฟิฟ แอฟวนิว ก็คึกคักไม่แพ้กัน คงไม่มีใครหนีเงื้อมเงาของตึกสูงพ้น โดยเฉพาะเอ็มไพร์ สเตทตึกร่างระหงที่ใครไปใครต้องไประดมยิงชัตเตอร์ใส่ตึกนี้กันอุตลุต เพราะถือเป็นสัญลักษณ์ของเกาะแมนฮัตตัน
หนุ่มๆหลายคนขึ้นไปคุกเข่าขอคนรักแต่งงานบนจุดชมวิวชั้น 86 เขาว่าทั้งสวย ทั้งโรแมนติก เลยแหงนคอมองเอ็มไพร์ สเตทอยู่หลายตลบด้วยความสงสัย ฉันว่ายังไม่เห็นด้านที่สวยและมุมที่โรแมนติกของตึกนี้นะ
บนถนนสายเดียวกันยังมีหอสมุดแห่งชาติ ที่มีผู้ใฝ่รู้เดินเข้าออกตลอดทั้งวัน และร็อกกี้ เฟลเลอร์ เซ็นเตอร์ มุมศิลปะที่ทุกคนต้องแวะเวียนมาชมงานประติมากรรมและภาพแกะสลักนูนต่ำที่อยู่ด้านใน แต่คนจะรู้จักกันในนามของสถานที่จุดไฟต้นคริสต์มาสของนิวยอร์กมากกว่า และห้างแซคส์อันหรูหราก็อยู่บนถนนสายนี้
ผลจากการลูบคลำนิวยอร์กในบางมุมฉันพบว่า มหานครแห่งนี้ช่างน่าค้นหาเสียเหลือเกิน ที่นี่ ไม่มีอะไรน่าเบื่อและไม่มีใครเบื่อโลก
ฉบับหน้าจะพาไปลูบคลำเทพีและปอดของนิวยอร์กกันต่อ
กาญจนา หงษ์ทอง



