ไลฟ์สไตล์

"ออฟฟิศซินโดรม"อาการป่วยเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม(จบ)

"ออฟฟิศซินโดรม"อาการป่วยเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม(จบ)

26 ก.ย. 2559

ดูแลสุขภาพ :"ออฟฟิศซินโดรม"อาการป่วยเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม(จบ)

               ระดับที่ 1 มีอาการปวดเมื่อยเกิดขึ้นเมื่อทำงานไประยะหนึ่ง แต่พักแล้วดีขึ้นทันที  แนวทางแก้ไขคือการพักสลับทำงานเป็นระยะๆ การยืดกล้ามเนื้อเพื่อผ่อนคลาย การนวดเพื่อผ่อนคลาย และการออกกำลังกาย
               ระดับที่ 2 มีอาการเกิดขึ้น แม้จะพักผ่อนนอนหลับแล้ว แต่ยังคงมีอาการอยู่ อาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานหรือรับการรักษาที่ถูกต้อง
               และระดับที่ 3 มีอาการปวดอย่างมากแม้ทำงานเพียงเบาๆ พักแล้วอาการก็ยังไม่ทุเลาลง หากมีอาการระดับนี้ จำเป็นต้องพักงานปรับเปลี่ยนงานและรับการรักษาที่ถูกต้อง
               “วิธีสังเกตอาการ ว่าเป็นมากเป็นน้อย สมมุตินั่งทำงานอยู่แล้วปวด แต่พอลุกเดินไปทำกิจกรรมอื่นเช่น ไปเข้าห้องน้ำ ไปชงกาแฟ แล้วหายปวด แบบนี้อยู่ในระยะเริ่มแรกแปลว่าคุณดูแลตัวเองได้ ยังไม่ถึงขั้นต้องไปหาหมอแต่พอเป็นถึงระดับ 2-3 คุณเริ่มต้องการคำแนะนำหรือต้องไปพบแพทย์แล้ว ระดับ 2 อาจต้องมาพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ ทำการรักษา 1-2 ครั้งแล้วกลับไปทำต่อที่บ้าน แต่ถ้าระดับ 3 จำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่องแล้ว”
               ทั้งนี้ เมื่อมีอาการเกิดขึ้น แม้ไม่ถึงขั้นต้องรักษาด้วยเครื่องมือหรือตัวยา ก็ควรมาพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาอย่างน้อยเพื่อตรวจสอบว่าอาการที่เกิดขึ้นเกิดจากกล้ามเนื้อและกระดูกจริงๆ หรือเกิดจากภาวะซ่อนเร้นอื่นๆ เช่น ปลายประสาท หรือผิดปกติของกระดูก เพื่อจะได้วิเคราะห์ต้นเหตุได้อย่างถูกต้องต่อไป

๐ แนวทางการรักษาอาการ
               “แนวทางการรักษากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม ขึ้นอยู่กับอาการและระดับความรุนแรง ตั้งแต่การรักษาด้วยยา การรักษาด้วยวิธีทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและการทำกายภาพบำบัดเพื่อยืดกล้ามเนื้อและปรับอิริยาบถให้ถูกต้อง การปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน และลักษณะงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพร่างกายโดยรวม ตลอดจน การรักษาด้วยศาสตร์ทางเลือกอื่น เช่น การฝังเข็ม การนวดแผนไทยซึ่งระยะเวลาการรักษาต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เช่น ถ้าอยู่ในระยะเริ่มต้น อย่างเร็วก็ 1-3 เดือนถึงจะหาย และมีข้อแม้ว่าต้องดูแลตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่ให้กลับมาเป็นอีก”
               กระบวนการทำกายภาพบำบัด เป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมที่เกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เพื่อฟื้นฟูให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติซึ่งการทำกายภาพบำบัดที่ดีนั้น ไม่ใช่แค่การรักษาแล้วปล่อยกลับบ้าน แต่ยังควรสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยกลับมามีอาการเหล่านี้อีก นักกายภาพบำบัดควรประเมินโครงสร้างร่างกายและปรับแก้ให้เกิดความสมดุล แนะนำการปรับเปลี่ยนท่าทางระหว่างการทำงานให้เหมาะสมเฉพาะแต่ละบุคคล รวมทั้งส่งเสริมให้มีการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง พร้อมรับสภาวะการทำงานที่อาจไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับออฟฟิศซินโดรมด้วย
               ทั้งนี้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จะเปิดให้บริการ “คลินิกกายภาพบำบัดบำรุงราษฎร์” อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ตุลาคม ณ ชั้น 2 อาคารเอไอเอ สาทร ทาวเวอร์ นับเป็นคลินิกแห่งแรกที่แยกออกมาตั้งนอกพื้นที่ของโรงพยาบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยของโรงพยาบาล รวมทั้งขยายไปยังกลุ่มคนวัยทำงาน และกลุ่มประชากรที่พักอาศัยในย่านนี้ สามารถเข้าถึงการรักษาฟื้นฟูได้มากขึ้น คลินิกกายภาพบำบัดแห่งนี้จัดเตรียมนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำแบบครบวงจรตั้งแต่ขั้นตอนการฟื้นฟู และให้ข้อแนะนำเพื่อส่งเสริมป้องกันไม่ให้กลับมามีอาการอีก เปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โทรศัพท์ 0-2667-1305 หรืออีเมล [email protected]

นพ.วศิน กุลสมบูรณ์

แพทย์หัวหน้าแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ดูแลสุขภาพ : “ออฟฟิศซินโดรม” อาการป่วยเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม (1) www.komchadluek.net/news/unclecham/243377