
บ้านไม่บานที่เป็นเครื่องแทนคุณบูชาแม่
สวัสดีครับแฟนๆ ชาวบ้านไม่บาน ช่วงนี้ถือเป็น ช่วงเวลาดีๆ อันเป็นมงคลสูงสุดแก่ชีวิต เพราะเป็นเวลาของการเฉลิมฉลองวันแม่ ที่ได้เวียนมาครบรอบอีก 1 ปี ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ที่สับสนวุ่นวายแบบจับต้นชนปลายกันไม่ถูก
ในยามที่ต้องเผชิญกับปัญหาคาใจที่ยุ่งยาก ผมมักจะส่งใจลอยกลับไปหาแม่ที่บ้านต่างจังหวัด ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์สุขหรือทุกข์คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้กลับไปที่บ้านเกิด กลับไปกราบแม่ กอดแม่ หอมแก้มแม่ หากได้กลับบ้านไปหาแม่ด้วยความสุข ความสุขนั้นก็ดูเหมือนว่าจะยิ่งทวีคูณเพิ่มพูนมากขึ้น แต่ถึงหากจะกลับไปหาแม่ด้วยความทุกข์ แค่พอได้เห็นหน้าแม่ ได้กลิ่นกายแม่ ความทุกข์ที่แบกเอาไว้จนเต็มบ่าก็ดูเหมือนว่าจะมลายหายไปสิ้น
ยิ่งคิดก็ยิ่งค้นพบว่า ความรักของแม่นั้นช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน แท้จริงแล้วผมอยากให้ทุกวันเป็นวันแม่เสียด้วยซ้ำ
แม่ผมปีนี้อายุย่างเข้า 82 ปีแล้ว เดินเหินไม่ค่อยจะสะดวก ในบางครั้งทำให้ผมรู้สึกผิดครับว่าในช่วงนี้ผมมีเวลาให้แก่แม่น้อยเกินไป แต่แท้จริงแล้วเป็นข้ออ้างนะครับ ว่าติดภารกิจภาระกรรมทางหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบต่างๆ มากมาย จนไม่มีเวลาดูแลแม่ ก็ตั้งใจแน่วแน่ว่านับตั้งแต่วันแม่ 12 สิงหาคม ปีนี้ จะทำตัวให้เป็นลูกที่ดีของแม่ให้มากยิ่งขึ้น และจะดูแลเอาใจใส่แม่ให้มากขึ้น รวมทั้งจะหาโอกาสไปเยี่ยมแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดให้บ่อยมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการทำคุณบูชาแม่
ในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติปีนี้ ผมขอนำเสนอรูปแบบ บ้านไม่บาน “ที่เป็นเครื่องแทนคุณบูชาแม่” เผื่อว่าแฟนๆ ชาวบ้านไม่บานบางท่านอาจจะสนใจนำไปปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ให้แม่ หรือเอาไปเป็นต้นแบบทางความคิด นำไปปรับปรุง ดัดแปลง แต่งเติม ต่อยอด เพื่อสร้างบ้านให้แก่แม่ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด
บ้านไม่บาน “ที่เป็นเครื่องแทนคุณบูชาแม่” หลังนี้ เป็น บ้านทรงปั้นหยามีชายคายื่นยาวรอบด้าน ทำหน้าที่เป็นกันสาดให้แก่ตัวบ้านช่วยกันแดดและฝน จึงจัดได้ว่า บ้านไม่บานเพื่อแม่หลังนี้ เป็นบ้านเย็นโดยแท้จริง ลักษณะเด่นของบ้านไม่บานหลังนี้ เป็นบ้านที่มีขนาดกำลังพอเหมาะ พอดี ไม่ใหญ่จนเกินไป และไม่เล็กจนเกินไป ทำให้ดูแลรักษาได้ง่ายเหมาะสำหรับแม่ที่มีอายุมากขึ้นทุกวัน และเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของบ้านหลังนี้ คือ รูปทรงหลังคาซึ่งเป็นทรงปั้นหยา ที่มาพร้อมกับการตกแต่งด้วยลวดลายฉลุของไม้ ทำให้บ้านของแม่หลังนี้มีความสวยสดงดงาม
อีกทั้งยังช่วยเน้นทางเข้าบ้าน บางท่านเรียกหลังคาทรงนี้ว่า “ทรงมนิลา” และ ลายฉลุไม้แบบนี้ว่าเป็น “สไตล์ขนมปังขิง” หรือเรียกทับศัพท์ว่า “Gingerbread” ที่ว่ากันว่าอาคารบ้านเรือนในลักษณะนั้นมีจุดกำเนิดในประเทศอังกฤษ สมัยควีนวิคตอเรีย ซึ่งในยุคนั้นประเทศอังกฤษเป็นศูนย์กลางการปกครองของโลก เป็นประเทศมหาอำนาจที่ได้แผ่ขยายอาณานิคมไปทั่วโลก อาคารบ้านเรือนใน “สไตล์ขนมปังขิง” นี้ ตอนที่ผมใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษก็ได้พบเห็นอาคารบ้านเรือนในลักษณะนี้กระจายอยู่ทั่วไป
ประเทศอังกฤษนั้นถึงแม้จะอยู่ในทวีปยุโรปที่มีอากาศหนาวเย็นกว่าบ้านเราก็จริง แต่สภาพภูมิอากาศอย่างหนึ่งที่คล้ายคลึงกับบ้านเรา คือ มีฝนตกชุกทั้งปี ทำให้อาคารบ้านเรือนที่ประเทศอังกฤษถูกออกแบบให้มีหลังคาสูงชัน สามารถระบายน้ำฝนได้ดีทำให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นอย่างบ้านเราได้ แต่ก็ต้องนำมาปรับปรุง ดัดแปลงเล็กน้อย เพราะอากาศในประเทศอังกฤษนั้นหนาวเย็น บางทีมีหิมะตก และไม่ใคร่จะมีแดด แต่บ้านเราแดดแรงครับ ทำให้ต้องยื่นชายคาออกมาทำหน้าที่เป็นกันสาด เพื่อให้สามารถกันแดดกันฝนได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนั้น บ้านไม่บานเพื่อแม่หลังนี้จัดได้ว่าเป็นบ้านที่โล่งโปร่งสบาย มีหน้าต่างในสไตล์เบร์วินโด ที่เปิดยาวเกือบถึงพื้น เป็นผลให้เมื่อเปิดหน้าต่างออก ลมสามารถพัดเข้าสู่ตัวบ้านได้ทุกทิศทุกทาง นอกจากนั้น บ้านไม่บาน “ที่เป็นเครื่องแทนคุณบูชาแม่” หลังนี้ เป็นบ้านถูกออกแบบให้ยกพื้นสูง ทำให้สามารถระบายอากาศบริเวณพื้นชั้นล่างได้อย่างสะดวก อากาศบริเวณใต้ถุนบ้านจึงแห้งไม่อับชื้น ปลอดจากบรรดาสัตว์ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ปลวก แมลงสาบ รวมไปถึงหนู ซึ่งบรรดาสัตว์ต่างๆ เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นพาหะนำโรคทั้งสิ้น และการยกพื้นสูงยังสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงหลังฝนตกหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูน้ำหลาก
เสน่ห์ของบ้านเพื่อแม่หลังนี้มี 2 ประการที่ผมชอบเป็นที่สุด คือ ช่องระบายอากาศ บริเวณผนังใต้หลังคา ซึ่งในปัจจุบันแทบจะไม่เห็นการออกแบบช่องระบายอากาศของบ้านเรือนในรูปแบบนี้ และที่ผมชอบมากเป็นพิเศษอีกประการหนึ่ง คือ บริเวณระเบียงเล็กๆ หน้าบ้าน จัดได้ว่าเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ในช่วงที่ยายผมยังมีชีวิตอยู่ บ้านของยายก็คล้ายกับแบบนี้แหละครับ มีระเบียงเป็นชานหน้าบ้านเล็กๆ ที่ยายมักจะเอาฟูกและบรรดาเครื่องนอนต่างๆ เช่น หมอน มุ้ง ผ้าห่ม ฯลฯ มาตบไล่ฝุ่น อีกทั้งนำมาตากแดดเพื่อไล่ไรฝุ่นที่บริเวณราวกันตกระเบียงบ้าน ฟูกและบรรดาเครื่องนอนที่ผ่านการตากแดดแรงในช่วงบ่ายจะมีกลิ่นหอมมากครับ อีกทั้งยังปราศจากบรรดาพวกไรฝุ่นที่ฝังตัวอยู่ในฟูกและเครื่องนอน เพราะแดดแรงในช่วงบ่ายก็จะช่วยฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งไล่บรรดาแมลงที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ผมอยากเรียกร้องให้พวกเราชาวคนรักบ้านนำเอาบรรดา “ของดีมีอยู่” กลับมาใช้กันอีกครั้งหนึ่ง เช่น หลังคาทรงปั้นหยา, การยื่นชายคาออกมาเป็นกันสาดให้บ้าน, การตกแต่งบ้านด้วยลายฉลุ, การออกแบบให้บ้านมีช่องระบายอากาศ, การจัดให้บ้านมีพื้นที่เป็นระเบียงบ้านและชานบ้าน, การยกพื้นบ้านสูงเพื่อแก้ปัญหาความอับชื้น ฯลฯ ทั้งหลายทั้งปวงนี้แหละครับ ล้วนแล้วแต่เป็น “ของดีมีอยู่” ที่ไม่อยากให้แฟนๆ ชาวบ้านไม่บานหลงลืมกันเป็นอันขาด เพราะผมถือว่าเป็นกลเม็ดเคล็ดลับ ที่ทำให้เป็นบ้านที่ “พอเพียง งามง่าย อันเป็นทั้งที่รักและที่พัก” และต้องขอขอบคุณนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรที่อุตส่าห์ร่วมด้วยช่วยกันลงแรงทำหุ่นจำลองของบ้านที่สวยสดงดงามหลังนี้เผยแพร่เป็นวิทยาทานแก่สาธารณชน
ในสัปดาห์นี้ผมก็อยากจะฝาก รูปแบบบ้านไม่บาน “ที่เป็นเครื่องแทนคุณบูชาแม่” หลังนี้ ให้แก่แฟนๆ ชาวบ้านไม่บานทุกท่านที่รักแม่ ผมถือว่าถ้าใครได้มีโอกาสสักครั้งหนึ่งในชีวิตได้สร้างบ้านให้แม่หรือได้ปรับปรุงบ้านให้แม่ ถือว่าลูกของแม่คนนั้นเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก ดังนั้น ชาวบ้านไม่บานทุกคนคงต้องกลับมาย้อนถามตัวเองว่า ทุกวันนี้เราได้ดูแลแม่ดีพอแล้วหรือยัง ถ้ายังคงต้องเร่งทำเสียแต่วันนี้ “เพราะพรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว” มาเถอะครับมาร่วมแรงร่วมใจกัน ทำคุณบูชาแม่ตอนที่แม่ยังอยู่ คงจะไม่มีประโยชน์อันใดหรอกครับที่จะมาเร่งทำความดีเพื่อทดแทนคุณแม่ตอนที่แม่ไม่อยู่แล้ว
ในสัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้ครับ อยากจะฝากส่งท้ายในช่วงวันแม่ แก่พวกเราชาวคนรักบ้านว่า “วันนี้ท่านได้ทะนุบำรุง ดูแล แสดงความรักต่อแม่ ดีพอแล้วหรือยัง ถ้ายังก็ต้องเร่งลงมือทำเสียแต่บัดเดี๋ยวนี้” สำหรับรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับบ้านไม่บาน “ที่เป็นเครื่องแทนคุณบูชาแม่” ก็สามารถเข้าไปหารายละเอียดได้ที่ www.homeloverthai.com แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ



