ไลฟ์สไตล์

อร่อยสไตล์ลูกครึ่ง “อัซซูรี-มะกัน”

อร่อยสไตล์ลูกครึ่ง “อัซซูรี-มะกัน”

22 ก.ย. 2559

ฟินแน่!! ถ้าใครแพ้ความอร่อยสไตล์ลูกครึ่งอิตาลี-มะกัน

อร่อยสไตล์ลูกครึ่ง “อัซซูรี-มะกัน”

การตกแต่งห้องอาหารแบบนิวยอร์กซิตี้

         ว่ากันว่าอาหารยอดนิยมที่คนไทยฝากท้องกันเป็นปกติมีไม่กี่ชาติ ถ้าไม่ไทย ญี่ปุ่น จีน ก็อิตาเลียน ซึ่งอิตาเลียนดูเหมือนว่าจะเป็นรสฝรั่งชาติเดียวที่เรารับประทานได้อย่างสนิทใจและแพร่หลายที่สุด ด้วยความที่มีความกลมกล่อม อีกทั้งมีการพัฒนารสชาติให้เข้าถึงบรรดาแฟนคลับอยู่ตลอดๆ เหมือนอย่างที่ห้องอาหารอิตาเลียน “สกาลินี” ของโรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซอยสุขุมวิท 24 ขยันสรรหาความแปลกใหม่เพื่อไม่ให้แฟนๆ รู้สึกเลี่ยนตามที่ใครๆ ชอบพูดทีเล่นทีจริงเวลาไปฝากท้องกับร้านอาหารชาตินี้ ที่สำคัญคอนเซ็ปต์อาหารดูจะต่างจากร้านอื่น เป็นสไตล์ลูกครึ่งอิตาเลียน-อเมริกัน สูตรย้อนไปทศวรรษ 1920 หรือยุค Prohibition ที่มีการห้ามผลิตและซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ คนอิตาลีอพยพเข้าไปตั้งรกรากในพื้นที่ต่างๆ ของนิวยอร์ก แน่นอนว่านำวัฒนธรรมอาหารการกินติดตัวไปด้วย ส่วนวัตถุดิบก็ปรับให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ เลยเป็นตำรับลูกครึ่งลงตัวไม่อิตาเลียนและอเมริกันจ๋า ท่ามกลางการตกแต่งห้องอาหารแบบนิวยอร์กซิตี้ สะดุดตากับตู้ไวน์สูงจรดเพดาน เคล้าบรรยากาศการปรุงอาหารในครัวเปิด ค่อยๆ ละเลียดไปพร้อมกับดูขั้นตอนการปรุงและพูดคุยกับเชฟได้ด้วย

อร่อยสไตล์ลูกครึ่ง “อัซซูรี-มะกัน”

แซลมอนและทูน่าตาร์ตาร์

         บรรยากาศค่อนข้างทางการล้อไปกับรูปลักษณ์อาหารที่บรรจงอย่างตั้งใจ จานแรกที่อยากชวนชิมเป็นของเรียกน้ำย่อยยอดฮิตอย่าง “แซลมอนและทูน่าตาร์ตาร์” เหมือนเป็นธรรมเนียมไปแล้วกับจานนี้ ร้านอื่นอาจใช้แซลมอนเพียวๆ ที่นี่แอบแนมทูน่าเข้าไปด้วย เพิ่มรสด้วยมายองเนสรสมะนาว ลูกแพร์และขนมปังชิ้นเล็กๆ อีกจานเป็น “หอยเชลฮอกไกโด” เสิร์ฟพร้อมอะโวคาโดกัวคาโมเล มะเขือเทศ น้ำส้มสายชู และผักสด ก่อนจะเติมความสดชื่นกับสลัดสีสดใส “มะเขือเทศแฮร์ลูม 5 สี” ที่เสิร์ฟพร้อมบูราตาชีส ถั่วพีแคน ราดน้ำมันมะกอกและน้ำสลัดบัลซามิค ขอบอกว่าใครไม่กินมะเขือเทศต้องเสียดายที่จะไม่ได้ลิ้มรสหลากหลายทั้งหวาน นุ่มลิ้น บวกกับบูราตาชีสนุ่มๆ เข้ากันดีมาก

อร่อยสไตล์ลูกครึ่ง “อัซซูรี-มะกัน”

ชิทาราพาสตา ภูเก็ตล็อบสเตอร์

         ค่อยๆ ลำเลียงอย่างเป็นขั้น มาถึงกลิ่นอายอิตาเลียนแท้ๆ “รีซอตโตฟัวกรา” แฟนคลับรีซอตโตต้องตาลุกวาว จานนี้ฉ่ำรสไปด้วยเห็ดพอร์ชินิ น้ำมันบัลซามิก และแน่นอนฟัวกราชิ้นใหญ่ที่ย่างมาหอมๆ ช่วยเติมเต็มความอร่อยจนลืมวางช้อน ในส่วนของคอเส้นต้องไม่พลาด “ชิทาราพาสตา ภูเก็ตล็อบสเตอร์” พาสต้าเส้นสดทำวันต่อวัน แล้วก็ใช้ล็อบสเตอร์จากภูเก็ตบ้านเราเนื้อแน่นๆ ใส่เนื้อปูลงไปราดซอสมะเขือเทศหอมๆ รสออกหวานเล็กน้อย ใครชอบประมาณนี้ใช่เลย

อร่อยสไตล์ลูกครึ่ง “อัซซูรี-มะกัน”

ปลาหิมะราดซอสหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์

          และที่ต้องยกใหัเป็นไฮไลท์อยู่ในหมวดต่อไปนี้ “ปลาหิมะราดซอสหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์” สรรพคุณของปลาหิมะรู้ๆ กันอยู่ว่าทำเอาคนไม่กินปลาต้องยอมสยบ ด้วยเนื้อที่หวาน บางเบาราวกับหิมะสมชื่อ คราวนี้นำไปอบพร้อมหน่อไม้ฝรั่งขาว แล้วราดด้วยซอสหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอมหวานชวนกินสุดๆ สำคัญว่าเนื้อปลาละลายในปาก ฟิน!

อร่อยสไตล์ลูกครึ่ง “อัซซูรี-มะกัน”

เนื้อลูกวัวอิตาเลียนรอสซินิ

          ตีคู่มากับพระเอกของคอเนื้อ “เนื้อลูกวัวอิตาเลียนรอสซินิ” แค่เสิร์ฟมาต่อหน้าก็พร้อมจับมีดส้อมลงจ้วงทันที เด็ดตรงที่ใช้เนื้อส่วนอกของวัวเด็กตุ๋นเป็นวันจนเปื่อยนุ่ม กินง่ายมากๆ เคียงมากับฟัวกรา ถั่วเลนทิล แต่งด้วยครีมมันฝรั่งผสมมะนาว ช่วยเพิ่มความความสมบูรณ์แบบ 

อร่อยสไตล์ลูกครึ่ง “อัซซูรี-มะกัน”

ลูกค้าสนุกกับขนมหวาน"ทิรามิสุ"

          สำหรับลูกเล่นที่ลูกค้ารู้สึกสนุกเพราะมีส่วนร่วมไปด้วยเห็นจะเป็นตอนสั่งขนมหวานขึ้นชื่อ “ทิรามิสุ” ที่นี่ไม่ได้เสิร์ฟมาสำเร็จ แต่แยกส่วนประกอบมาให้แล้วทำให้ดูต่อหน้า ถ้าใครอยากลองทำเองเขาก็ยินดี ซึ่งง่ายมากๆ มีครีมมาสคาโปเน ขนมปังเลดี้ฟิงเกอร์ เอสเปรสโซลิเคียว ผงโกโก้ และบิสคอตติ วางเป็นชั้นๆ หวานรสมือตัวเองก็คราวนี้
          อยากทำความรู้จักจานอร่อยสไตล์ลูกครึ่ง “อัซซูรี-มะกัน” ให้ลึกซึ้งกว่านี้ สกาลินี อยู่ชั้น 2 ของโรงแรมเปิดบริการทุกวัน หลายช่วงเวลา มื้อกลางวัน ตั้งแต่ 12.30 น. ดินเนอร์ เริ่ม 18.00 น. แล้วก็มีช่วงเวลาอร่อยของคนตื่นสายอย่าง ซันเดย์บรันช์ ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เที่ยงครึ่งเป็นต้นไป ข้อมูลเพิ่มเติมโทร.0-2620-6666 www.sukhumvitbangkok.hilton.com