
อร่อยสไตล์ลูกครึ่ง “อัซซูรี-มะกัน”
ฟินแน่!! ถ้าใครแพ้ความอร่อยสไตล์ลูกครึ่งอิตาลี-มะกัน
การตกแต่งห้องอาหารแบบนิวยอร์กซิตี้
ว่ากันว่าอาหารยอดนิยมที่คนไทยฝากท้องกันเป็นปกติมีไม่กี่ชาติ ถ้าไม่ไทย ญี่ปุ่น จีน ก็อิตาเลียน ซึ่งอิตาเลียนดูเหมือนว่าจะเป็นรสฝรั่งชาติเดียวที่เรารับประทานได้อย่างสนิทใจและแพร่หลายที่สุด ด้วยความที่มีความกลมกล่อม อีกทั้งมีการพัฒนารสชาติให้เข้าถึงบรรดาแฟนคลับอยู่ตลอดๆ เหมือนอย่างที่ห้องอาหารอิตาเลียน “สกาลินี” ของโรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซอยสุขุมวิท 24 ขยันสรรหาความแปลกใหม่เพื่อไม่ให้แฟนๆ รู้สึกเลี่ยนตามที่ใครๆ ชอบพูดทีเล่นทีจริงเวลาไปฝากท้องกับร้านอาหารชาตินี้ ที่สำคัญคอนเซ็ปต์อาหารดูจะต่างจากร้านอื่น เป็นสไตล์ลูกครึ่งอิตาเลียน-อเมริกัน สูตรย้อนไปทศวรรษ 1920 หรือยุค Prohibition ที่มีการห้ามผลิตและซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ คนอิตาลีอพยพเข้าไปตั้งรกรากในพื้นที่ต่างๆ ของนิวยอร์ก แน่นอนว่านำวัฒนธรรมอาหารการกินติดตัวไปด้วย ส่วนวัตถุดิบก็ปรับให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ เลยเป็นตำรับลูกครึ่งลงตัวไม่อิตาเลียนและอเมริกันจ๋า ท่ามกลางการตกแต่งห้องอาหารแบบนิวยอร์กซิตี้ สะดุดตากับตู้ไวน์สูงจรดเพดาน เคล้าบรรยากาศการปรุงอาหารในครัวเปิด ค่อยๆ ละเลียดไปพร้อมกับดูขั้นตอนการปรุงและพูดคุยกับเชฟได้ด้วย
แซลมอนและทูน่าตาร์ตาร์
บรรยากาศค่อนข้างทางการล้อไปกับรูปลักษณ์อาหารที่บรรจงอย่างตั้งใจ จานแรกที่อยากชวนชิมเป็นของเรียกน้ำย่อยยอดฮิตอย่าง “แซลมอนและทูน่าตาร์ตาร์” เหมือนเป็นธรรมเนียมไปแล้วกับจานนี้ ร้านอื่นอาจใช้แซลมอนเพียวๆ ที่นี่แอบแนมทูน่าเข้าไปด้วย เพิ่มรสด้วยมายองเนสรสมะนาว ลูกแพร์และขนมปังชิ้นเล็กๆ อีกจานเป็น “หอยเชลฮอกไกโด” เสิร์ฟพร้อมอะโวคาโดกัวคาโมเล มะเขือเทศ น้ำส้มสายชู และผักสด ก่อนจะเติมความสดชื่นกับสลัดสีสดใส “มะเขือเทศแฮร์ลูม 5 สี” ที่เสิร์ฟพร้อมบูราตาชีส ถั่วพีแคน ราดน้ำมันมะกอกและน้ำสลัดบัลซามิค ขอบอกว่าใครไม่กินมะเขือเทศต้องเสียดายที่จะไม่ได้ลิ้มรสหลากหลายทั้งหวาน นุ่มลิ้น บวกกับบูราตาชีสนุ่มๆ เข้ากันดีมาก
ชิทาราพาสตา ภูเก็ตล็อบสเตอร์
ค่อยๆ ลำเลียงอย่างเป็นขั้น มาถึงกลิ่นอายอิตาเลียนแท้ๆ “รีซอตโตฟัวกรา” แฟนคลับรีซอตโตต้องตาลุกวาว จานนี้ฉ่ำรสไปด้วยเห็ดพอร์ชินิ น้ำมันบัลซามิก และแน่นอนฟัวกราชิ้นใหญ่ที่ย่างมาหอมๆ ช่วยเติมเต็มความอร่อยจนลืมวางช้อน ในส่วนของคอเส้นต้องไม่พลาด “ชิทาราพาสตา ภูเก็ตล็อบสเตอร์” พาสต้าเส้นสดทำวันต่อวัน แล้วก็ใช้ล็อบสเตอร์จากภูเก็ตบ้านเราเนื้อแน่นๆ ใส่เนื้อปูลงไปราดซอสมะเขือเทศหอมๆ รสออกหวานเล็กน้อย ใครชอบประมาณนี้ใช่เลย
ปลาหิมะราดซอสหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์
และที่ต้องยกใหัเป็นไฮไลท์อยู่ในหมวดต่อไปนี้ “ปลาหิมะราดซอสหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์” สรรพคุณของปลาหิมะรู้ๆ กันอยู่ว่าทำเอาคนไม่กินปลาต้องยอมสยบ ด้วยเนื้อที่หวาน บางเบาราวกับหิมะสมชื่อ คราวนี้นำไปอบพร้อมหน่อไม้ฝรั่งขาว แล้วราดด้วยซอสหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอมหวานชวนกินสุดๆ สำคัญว่าเนื้อปลาละลายในปาก ฟิน!
เนื้อลูกวัวอิตาเลียนรอสซินิ
ตีคู่มากับพระเอกของคอเนื้อ “เนื้อลูกวัวอิตาเลียนรอสซินิ” แค่เสิร์ฟมาต่อหน้าก็พร้อมจับมีดส้อมลงจ้วงทันที เด็ดตรงที่ใช้เนื้อส่วนอกของวัวเด็กตุ๋นเป็นวันจนเปื่อยนุ่ม กินง่ายมากๆ เคียงมากับฟัวกรา ถั่วเลนทิล แต่งด้วยครีมมันฝรั่งผสมมะนาว ช่วยเพิ่มความความสมบูรณ์แบบ
ลูกค้าสนุกกับขนมหวาน"ทิรามิสุ"
สำหรับลูกเล่นที่ลูกค้ารู้สึกสนุกเพราะมีส่วนร่วมไปด้วยเห็นจะเป็นตอนสั่งขนมหวานขึ้นชื่อ “ทิรามิสุ” ที่นี่ไม่ได้เสิร์ฟมาสำเร็จ แต่แยกส่วนประกอบมาให้แล้วทำให้ดูต่อหน้า ถ้าใครอยากลองทำเองเขาก็ยินดี ซึ่งง่ายมากๆ มีครีมมาสคาโปเน ขนมปังเลดี้ฟิงเกอร์ เอสเปรสโซลิเคียว ผงโกโก้ และบิสคอตติ วางเป็นชั้นๆ หวานรสมือตัวเองก็คราวนี้
อยากทำความรู้จักจานอร่อยสไตล์ลูกครึ่ง “อัซซูรี-มะกัน” ให้ลึกซึ้งกว่านี้ สกาลินี อยู่ชั้น 2 ของโรงแรมเปิดบริการทุกวัน หลายช่วงเวลา มื้อกลางวัน ตั้งแต่ 12.30 น. ดินเนอร์ เริ่ม 18.00 น. แล้วก็มีช่วงเวลาอร่อยของคนตื่นสายอย่าง ซันเดย์บรันช์ ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เที่ยงครึ่งเป็นต้นไป ข้อมูลเพิ่มเติมโทร.0-2620-6666 www.sukhumvitbangkok.hilton.com



