ไลฟ์สไตล์

วิทยาสั่งปลัดสธ.ดูแลหลวงพ่อคูณส่อติดหวัดใกล้ชิด

วิทยาสั่งปลัดสธ.ดูแลหลวงพ่อคูณส่อติดหวัดใกล้ชิด

14 ส.ค. 2552

"วิทยา” ปฏิเสธพ่น “วัคซีนหวัด 2009” ที่ไทยผลิตได้เป็นคนแรก ชี้คนไทยจะใช้วัคซีนหรือไม่อยู่ที่ความสมัครใจ ไปบังคับไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย ยอมรับวัคซีน 2 ล้านโดสอาจไม่พอฉีดกลุ่มเสี่ยง สธ. คาดเย็น 14 ส.ค. หรือ เช้าวันที่ 15 ส.ค. รู้ผล “หลวงพ่อคูณ” ป่วย “หวัด

 ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 14 ส.ค. นายวิทยา แก้วภราดัย  รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมหารือกับผู้ว่าการภาคสโมสรไลออนส์สากลและโรตารีสากล เพื่อประสานคามร่วมมือในการแก้ไขปัญหาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า เนื่องจากสโมสรไลออนส์สากล และโรตารีสากล มีผู้บริหารที่เป็นเจ้าของกิจการและมีพนักงานมาก ดังนั้นหากมีการอบรวมให้ความรู้ในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะช่วยลดการระบาดได้

 นายวิทยา ให้สัมภาษณ์ถึงอาการป่วยของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ว่า ได้มอบให้ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว ส่วนจะป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไม่ต้องรอผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ

 นายวิทยา กล่าวถึงกรณีที่วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเชื้อเป็นที่ประเทศไทยกำลังผลิตอยู่นั้นไม่ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงบางกลุ่มว่า ก็ต้องรอวัคซีนเชื้อตายที่จะสั่งซื้อจำนวน 2 ล้านโดส ซึ่งแน่นอนว่า วัคซีน 2 ล้านโดสก็คงไม่พอฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงที่มีจำนวนมาก อย่างไรก็ตามการผลิตวัคซีนของประเทศไทยก็คงต้องเดินหน้าต่อไป โดยก่อนนำมาใช้จะต้องมีความปลอดภัยจริง ๆ

 การทดลองวัคซีนในอาสาสมัครจะมี 3 กลุ่ม คือ อายุ 12-18 ปี อายุ 18-49 ปี และอายุ 49 ปีขึ้นไป แต่กรณีกลุ่มอายุ 49 ปีขึ้นไปมีผลวิจัยมารองรับหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดตรงนี้ ซึ่งการวิจัยนั้นได้มีคณะกรรมการฯติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว และหากมีปัญหาอะไรสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติได้อยู่แล้ว ดังนั้นขอให้มั่นใจว่าก่อนนำวัคซีนมาใช้จะต้องมีความปลอดภัยจริง ๆ

 หากวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเชื้อเป็น แบบพ่น ที่ประเทศไทยผลิตออกมาสำเร็จนั้น รมว.สาธารณสุข จะยอมใช้เป็นคนแรกเพื่อสร้างความมั่นใจหรือไม่ นายวิทยา กล่าวปฏิเสธว่า เรื่องการฉีดหรือไม่วัคซีนคงไม่ใช่เรื่องที่จะบังคับให้ใครได้  ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแต่ละคน หากไปบังคับถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย  อีกทั้งหากมีการฉีดให้ตนก่อนคนอื่น ก็อาจจะถูกโจมตีได้เช่นกัน  ซึ่งตนไม่อยากเอาเปรียบประชาชน ดังนั้นการจะใช้วัคซีนหรือไม่ใช้อยู่ที่ความสมัครใจของประชาชนเท่านั้น

  นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับรายงานอาการป่วยของหลวงพ่อคูณแล้ว โดยตอนแรกท่านเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา แต่ยังไม่มีไข้ เพิ่งมีไข้สูงตอนกลางคืน แพทย์เห็นว่าท่านอายุมาก อีกทั้งมีโรคประจำตัว และเป็นไข้ จึงได้ให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ตั้งแต่คืนวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้ไข้ลดแล้ว อาการโดยรวมดีขึ้น ส่วนจะเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไม่ ต้องรอผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการคาดว่าจะทราบผลเย็นวันที่ 14 ส.ค. หรือเช้าวันที่ 15 ส.ค.

 นพ.กวี ไชยศิริ ผอ.โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า ตอนแรกที่หลวงพ่อคูณมารับการรักษาที่ รพ.ยังไม่อาการไข้ แต่ปรากฏว่าตอนประมาณ 4 ทุ่มของวันที่ 13 ส.ค. ไข้สูง และอาการเข้าข่ายน่าจะเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงได้ให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ ซึ่งพอให้ยาปรากฏว่าหลวงพ่อคูณอาการดีขึ้นทันที ตอนนี้ไข้ลดลงแล้ว ทาง รพ.ให้ท่านพักผ่อนมาก ๆ  ไม่ให้ใครรบกวน อาการโดยรวมถึงว่า ดีขึ้นกว่าเดิมกว่า 80 %

  ด้านนายสมเกียรติ บุญญะบัญชา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์นครราชสีมา กล่าวว่า ทางศูนย์เพิ่งได้รับตัวอย่างที่มีการสวอปจากหลวงพ่อคูณเมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 ส.ค. ดังนั้นคาดว่าน่าจะทราบผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) อย่างเร็วที่สุดในช่วงเย็นวันที่ 14 ส.ค.  
           
  นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า ในวันที่ 16 ส.ค. หรืออย่างช้าวันที่ 17 ส.ค. จะทราบผลปริมาณไวรัสที่ได้จากไข่ปลอดเชื้อ โดย ดร.อิริค ดอง ชาวเบลเยี่ยม และเจ้าหน้าที่ของ อภ.จะร่วมกันคำนวณปริมาณไวรัสที่จะได้ อย่างไรก็ตามสำหรับกระบวนการผลิตและบรรจุวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้นขณะนี้ผ่านการรับรองขององค์การอนามัยโลกแล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับข้อจำกัดที่ไม่สามารถฉีดวัคซีนเชื้อเป็นให้กักลุ่มเสี่ยงบางกลุ่ม เช่น หญิงตั้งครรภ์ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ผู้ใหญ่อายุเกิน 49 ปี และผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ มีโรคโพรงจมูกนั้น ก่อนที่จะมีการผลิตวัคซีนตัวนี้ได้รับทราบข้อจำกัดตรงนี้แล้ว เมื่อถามว่า การวิจัยในคนนั้นจะมีการฉีดให้กับอาสาสมัครอายุ 49 ปีขึ้นไปด้วย นพ.วิทิต กล่าวว่า ผู้วิจัยคงอยากให้ผลการวิจัยครอบคลุม ดังนั้นจึงได้ศึกษาวิจัยในกลุ่มคนทุกอายุให้มากที่สุด

 ผอ.อภ. กล่าวต่อว่า ขณะนี้การผลิตยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์สำหรับเด็กได้ผลิตออกมาเสร็จแล้ว มี 2 ขนาดคือ 30 และ 45 มิลลิกรัม ในแคปซูลสีส้ม และสีเขียว