
อาชีวะครบ68ปีจัดงานใหญ่21-23ส.ค.
อาชีวะ ครบ 68 ปี จัดงานใหญ่ อาชีวะไทย ก้าวไกลสู่อนาคต 21-23 ส.ค. ชูศักยภาพเด็กช่าง ดึงสถานศึกษาจัดอบรมวิชาชีพระยะสั้นชั่วโมงละ 1 บาทพร้อมมอบวุฒิบัตร เปิดศูนย์ Fix It Center รับซ่อมฟรีตลอดงาน
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2552 นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการการจัดงาน “68 ปี อาชีวะไทย ก้าวไกลสู่อนาคต” ร่วมกับนายประเสริฐ แก้วเพ็ชร รองเลขาธิการ กอศ. และนายมังกร หริรักษ์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) แถลงข่าวการจัดงาน “68 ปี อาชีวะไทย ก้าวไกลสู่อนาคต” วันที่ 21-23 สิงหาคม ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น ฮอลล์ ชั้น 4-5 เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ว่า อาชีวศึกษาก่อตั้งวันที่ 19 ส.ค. 2484 และมีอายุครบรอบ 68 ปีในเดือนส.ค.นี้
ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ดำเนินการผลิตกำลังคนระดับอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ระบบเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนมีโอกาสและทางเลือกในการประกอบอาชีพ และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งนักศึกษาอาชีวศึกษาได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ และทักษะความสามารถมาอย่างต่อเนื่อง สอศ. จึงกำหนดจัดงานขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษา เยาวชน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป รับทราบถึงวิวัฒนาการอาชีวศึกษาจากอดีตสู่ในปัจจุบันและทิศทางการพัฒนาในอนาคต
“ชื่นชมบุคลากรชาวอาชีวะตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันที่ร่วมกันสร้างสรรค์และรักษาความเป็นอาชีวะจนเข้มแข็งยืนหยัดอยู่บนความสำเร็จของการพัฒนาบุคลากรด้านวิชาชีพ เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้เรียน และตลาดแรงงานได้เป็นอย่างดีมา เราผลิตบุคลากรหลายสาขา ทั้งยังฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นมากกว่า 108 อาชีพ ให้แก่ผู้สนใจมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี เปิดสอนระดับปวช. ปวส. และปริญญาตรี ซึ่งมีนักศึกษาในระบบกว่า 8 แสนคน ที่สำคัญบทบาทหนึ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวอาชีวะ คือการให้บริการสังคมที่แฝงกระบวนการจัดการเรียนการสอน เช่น โครงการ Fix it Center ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ได้ตั้งศูนย์เพิ่มขึ้นอีกเป็น 1,200 ศูนย์ทั่วประเทศ” นายเฉลียว กล่าว
เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า อาชีวะมีความสำคัญมากขึ้นโดยเฉพาะบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมเกษตร ธุรกิจบริการ แต่ยังคงประสบปัญหาค่านิยม คนต้องการใบปริญญามากกว่า ส่งผลให้สถิติปี 2550 มีผู้เรียนอาชีวะ 40:60 คือจบม.3 เรียนต่ออาชีวะ 40% และเรียนต่อม.ปลาย 60% สถิติปี 2551 เพิ่มขึ้นเป็น 43 :57 สถิติปี 2552 อยู่ระหว่างรวบรวมสถิติ แต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 46:54 และคาดอีก 2 ปี เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล 50: 50 ประเทศที่เจริญแล้วเรียนสายอาชีพมากกว่าสายสามัญ แต่ประเทศไทยเด็กยังมีความฝันอยากได้รับปริญญาแม้หางานยาก ขณะที่สายวิชาชีพหางานได้มากกว่า เมื่อเร็วๆ นี้หารือร่วมกับนายกสมาคมช่างเชื่อมแห่งประเทศไทย รับข้อมูลว่าขณะนี้วิชาชีพช่างเชื่อม ขาดบุคลากรอย่างมากจนต้องเอาผู้ประกอบการช่างเชื่อมชุมชนไปพัฒนาอัพเกรดเป็นช่างฝีมือ ประกันรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 3-8 หมื่นบาท ดังนั้นจึงต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองตลอดจนเด็กรับทราบว่าการเรียนสายอาชีวะ มีโอกาสทำงานมากกว่าสายสามัญ ที่ผ่านมาพยายามทำให้ประชาชนรู้จักอาชีวะโดยการจัดโครงการคนพันธุ์อา เพื่อให้คนได้รู้จัก เข้าถึงอาชีวะ และได้รู้ว่าอาชีวะมีภารกิจอะไร ต้องการสื่อให้เห็นว่าลูกหลานชาวอาชีวะเป็นคนสร้างสรรค์ มีคุณค่า สร้างประโยชน์ให้สังคม ขณะเดียวกันตั้งใจเรียนเพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไป ซึ่งพบว่าได้รับผลตอบรับที่ดีมาก
ทั้งนี้ ภายในงานพบ 1.การแสดงผลงานของชาวอาชีวะ สะท้อนให้เห็นว่าเรียนอาชีวะแล้วจะเห็นช่องทางอนาคตของผู้เรียน 2.แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการซึ่งกันและกันระหว่างนักเรียนนักศึกษา กับประชาชน และ 3.จำหน่ายสินค้าจากฝีมือนักเรียนนักศึกษา นอกจากนี้ยังมีการอบรมวิชาชีพระยะสั้น เช่น ทำดอกไม้ประดิษฐ์ การบูร ทำขนม ศิลปะ ร้อยลูกปัด เพ้นท์เสื้อ ตกแต่งเสื้อผ้า ทำกระเป๋า เป็นต้น ค่าอบรมชั่วโมงละ 1 บาท ที่เก็บค่าใช้จ่ายก็เพื่อให้เห็นคุณค่าและตั้งใจอบรม โดยจะได้รับวุฒิบัตรหลังอบรม ที่สำคัญยังเปิดให้นักเรียนนักศึกษาได้มาจัดรายการวิทยุสด ฝึกเป็นดีเจ ผ่าน R-Radio ซึ่งเผยแพร่ 143 สถานีทั่วประเทศ และผ่านทางอินเตอร์เน็ตทั่วโลกด้วย
ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า การจัดงานเป็นการจูงใจให้เยาวชนอยากมาเรียนอาชีวะมากขึ้น อีกทั้งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอาชีวะในช่วง 68 ปีที่ผ่านมา โดยกิจกรรมแบ่งเป็นโซนต่างๆ ดังนี้ 1. ซุ้มเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 2. นิทรรศการ 3. การดำเนินงานภายใต้นโยบายรัฐบาล และศธ. 4. เสวนาทางวิชาการ 5. กิจกรรมแนะแนวการศึกษา แนะแนวอาชีพ และตลาดนัดแรงงานอาชีวะ 6. กิจกรรมสอนวิชาชีพ จัดฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น หลากหลายหลักสูตร ทั้งประเภทเรียนจบภายใน 3 วัน 7. ผลงานสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม 8. กิจกรรมบริการ ศูนย์ Fix It Center 9. การสาธิต เกมส์ การแสดง และกิจกรรมบันเทิงบนเวทีใหญ่ และ 10. การสาธิตและจำหน่ายผลผลิต/ผลิตภัณฑ์อาชีวศึกษา ครูและนักศึกษาจากสถานศึกษากลุ่มจังหวัดทุกจังหวัด
ส่วนนายมังกร กล่าวว่า งานนี้คัดสรรแต่สิ่งที่ดีที่สุดมานำเสนอสู่สายตาประชาชน ผู้ปกครองจะให้ตัดสินใจให้ลูกหลานได้ตัดสินใจเลือกเรียนอาชีวศึกษา ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการเรียนอาชีวศึกษามาก มีการนจัดสรรงบปาะมาณจำนวนหลายหมื่นล้านบาทให้แก่สอศ. ดังนั้นการจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นวันสำคัญแห่งปี โดยจะได้เห็นสิ่งที่เป็นสุดยอดฝีมือนักศึกษาอาชีวะ ทั้งนำเสนอสิ่งที่อาชีวะก้าวไกลสู่สากล และมีการยกย่องเชิดชู นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรที่ทำชื่อเสียงด้วย ดังนั้นขอเชิญผู้สนใจร่วมงานได้ในวันที่ 21-23 สิงหาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 20.30 น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น ฮอลล์ ชั้น 4 และชั้น 5



