
ศธ.จัดมหกรรมเสริมการอ่านในเด็กและเยาวชน
ศธ.จัดมหกรรมรักการอ่าน ส่งเสริมการอ่านในเด็กและเยาวชน ชู 10 วิธีสร้างนิสัยรักการอ่านของ พระราชินี ที่ประชาชนควรปรับใช้ เผยแผนส่งเสริมคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยคนละ 10 เล่มต่อปีให้ได้ภายใน 1-2 ปี แจงหนังสือดี 6 เรื่องทุกห้องสมุดในสังกัด ศธ.ต้องมี พร้อมประสา
เมื่อวันที่ 14 ส.ค.เวลา 10.00 น. ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่นฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว นายจุรินทร์ ลักษรวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน “รักการอ่าน เทิดมหาราชินี”ระหว่างวันที่ 14-16 ส.ค. ทั้งในกรุงเทพและทุกจังหวัดที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เขต 1 มหกรรมนวัตกรรมการอ่านเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินนีนาถ และสร้างเสริมนิสัยรักการอ่านในเด็กและเยาวชนไทย ว่า การปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ประเทศไทยมีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนินาถ ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีควรค่าแก่การยกย่อง แม่ของแผ่นดิน
ดังปรากฎในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงเล่าถึงวิธีการวิธีการซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงใช้อบรมพระราชโอรสและพระราชธิดา สะท้อนถึงกลวิธีสร้างนิสัยรักการอ่านในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถอันเปี่ยมไปด้วยศาสตร์และศิลป์ ซึ่งสงเคราะห์ออกเป็น 10 วิธีการที่พสกนิกรควรน้อมนำไปปรับใช้เพื่อสร้างเสริมนิสัยรักการอ่าน
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้สรุปผลการอ่านของคนไทยในปี 2551 พบว่า คนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป อ่านหนังสือเรียนและหนังสือนอกเวลาเรียน คนละ 39 นาทีต่อวัน ขณะที่ผลสำรวจจากหน่วยงานอื่น ๆ พบว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยคนละ 5 เล่มต่อปี ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ ศธ.ที่จะมีการพัฒนาและส่งเสริมการอ่านให้แก่เด็กและเยาวชน โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งตนเป็นประธานทำหน้าที่ขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว และได้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบให้ยกระดับการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ ให้วันที่ 2 เมษยนของทุกปีซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นวันรักการอ่าน และให้ปี 2552-25861 เป็นปีทศวรรษแห่งการอ่าน ทั้งนี้ คณะกรรมการส่งเสริมการอ่านฯ ได้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาการอ่านของคนในประเทศ โดยมีเป้าหมายว่าภายใน 1-2 ปีนี้หรือภายในระยะที่ดำเนินการส่งเสริมการอ่าน จะต้องทำให้คนไทยหันมาอ่านหนังสือเฉลี่ยคนละ 10 เล่มต่อปี
ทั้งนี้ ในการนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชวิจารณ์หนังสือ 6 เล่มที่เด็กและเยาวชนควรอ่าน ได้แก่ พระอภัยมณี รามเกียรติ์ นิทานชาดก อิเหนา พระราชพิธีสิบสองเดือน และกาพย์เห่เรือ เจ้าฟ้ากุ้ง (เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร) นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การอ่านจะช่วยเสริมสร้างความคิด จินตนาการ รวมถึงการเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ทุกคน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเห็นสอดคล้องตรงกันว่า ร้อยละ 80-90 ของกลุ่มคนที่รู้ข่าวสารข้อมูลนั้นเกิดมาจากการอ่าน
“หนังสือเหล่านี้ ศธ.จะสนับสนุนให้มีอยู่ในห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดประชาชนในสังกัด ศธ. รวมถึงห้องสมุดในสังกัดอื่นๆ ก็จะขอความร่วมมือไปด้วย ส่วนจะใช้งบประมาณในการสนับสนุนการจัดซื้อให้แก่ห้องสมุดอย่างไรนั้น เป็นเรื่องภายในซึ่งได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปดำเนินการ แต่ที่แน่นอนที่สุดขณะนี้ ศธ.มีแผนงานในการพัฒนาห้องสมุด 3D ที่จะต้องประกอบด้วยหนังสือดี บรรยากาศดี และบรรณารักษ์ โดยทุกโรงเรียน โรงเรียนดีประจำตำบล ฯลฯ จะต้องมีห้องสมุด 3D ที่รวบรวมหนังสือดี ๆ รวมถึงหนังสือดี 6 เรื่องนี้ไว้บริการแก่นักเรียนและเยาวชน” รมว.ศธ. กล่าว
อย่างไรก็ตาม 10 กลวิธีสร้างนิสัยรักการอ่าน ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีดังนี้ 1.ใช้เวลาสบาย ๆ ของครอบครัวเพื่อส่งเสริมการอ่าน 2.เลือกหนังสือดีที่เด็กสนุก 3.ให้เด็กได้รู้เรื่องราวหลากหลายจากพหุวัฒนธรรม 4.มีกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด 5.ใช้ทักษะนาฏการในการเล่า 6.ใช้กิจกรรมศิลปะเชื่อมโยง 7.สอนให้รู้จักสกัดความรู้และจับใจความสำคัญ 8.ต่อยอดจากประสบเดิมของพี่เรียน 9.นำเด็กสู่โลกแห่งวรรณคดี และ 10.พัฒนาทักษะไพรัชภาษาพาสู่โลกกว้าง



