ไลฟ์สไตล์

น้องแม็กกับโรคกระดูกสันหลังคด

น้องแม็กกับโรคกระดูกสันหลังคด

21 ก.ย. 2559

ดูแลสุขภาพ : น้องแม็กกับโรคกระดูกสันหลังคด

               จากเรื่องราวอันโด่งดังในกระแสโซเชียลและสื่อต่างๆ ของเด็กชายอายุ 15 ปี “น้องแม็ก” ด.ช.วันชัย ฤทธิเกษร อาศัยอยู่เพียงตาและยายใน จ.ระนอง ที่ต้องทนทุกข์เพราะอาการกระดูกสันหลังคดงอผิดรูปมาเป็นเวลานานหลายปี หลังจากกองทุนสมิติเวชเพื่อชีวิตใหม่ (NEW LIFE) มีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กที่มีอาการกระดูกสันหลังคด ได้ทราบเรื่องราวผ่านรายการปันฝันปันยิ้ม จึงประสานงานรับน้องแม็กเข้าผ่าตัดรักษา (โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย) ณ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
               ด้วยความพร้อมของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดรักษาโรคกระดูกสันหลังและทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.เจริญ โชติกวณิชย์ และนพ.ประวิทย์ สุขเจริญชัยกุล รวมถึงจิตใจอันเข้มแข็งของน้องแม็ก ทำให้ผลการผ่าตัดผ่านไปด้วยดีน้องแม็กกลับบ้านไปใช้ชีวิตเด็กวัยรุ่น กลับไปเรียนอีกครั้ง โรคกระดูกสันหลังคดเป็นอย่างไร ร้ายแรงแค่ไหน เรามีข้อมูลสุขภาพน่ารู้ให้ติดตามกัน

๐ โอกาสการเกิดโรคกระดูกสันหลังคด
               โรคกระดูกสันหลังคดเป็นได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดถึงวัยรุ่นซึ่งเป็นช่วงที่พบได้บ่อย มีสาเหตุมากมาย ประมาณร้อยละ 80 เป็นชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุจากการวิจัยพบว่าเด็กไทยมีกระดูกสันหลังคดในอัตรา 1 ต่อ 10,000 คน แต่ระยะหลังพบเด็กเป็นโรคนี้มากขึ้น พันธุกรรมก็อาจเป็นสาเหตุทำให้หลังคดได้ เนื่องจากพบว่าบางครอบครัวมีพี่น้องหลังคด หรือฝาแฝดหลังคด แต่บางครอบครัวมีลูกคนเดียวก็อาจพบว่าเด็กเกิดมาหลังคดได้

๐ โรคกระดูกสันหลังคด สามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้
               1.กระดูกสันหลังปกติตั้งแต่แรก แต่มาคดในภายหลังส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค แต่อาจเกี่ยวกับสารฮอร์โมนบางอย่างที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทรงตัว ทำให้มีผลต่อการเกิดหลังคดได้ พบได้ประมาณร้อยละ 80 แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มอายุ
               - กลุ่มอายุแรกเกิด-1 ปี จะเริ่มยืนและเดิน แต่กลุ่มนี้ร้อยละ 90 จะหายได้เอง
               - กลุ่มอายุ 3-10 มีจำนวนมากขึ้น ถ้าเป็นมากไม่รักษาจะมีปัญหาในระยะยาวได้
               - กลุ่มอายุ 10-18 ปี กระดูกสันหลังคดในวัยรุ่นพบได้มากกว่ากลุ่มอายุอื่น ซึ่งหลังคดถ้าเป็นไม่มากก็ไม่จำเป็นต้องรักษาแพทย์แนะนำให้เฝ้าติดตามดูความเปลี่ยนแปลง เพราะกระดูกสันหลังอาจคดมากขึ้นเรื่อยๆ และมากจนผิดปกติได้ ทำให้การเจริญเติบโตของร่างกายผิดปกติ แพทย์จะตรวจวัดองศาความคดของกระดูกถ้าพบว่าคดระหว่าง 30-40 องศา ในอายุต่ำกว่า 15 ปี
               2.กระดูกสันหลังคดตั้งแต่เกิดโดยไม่ทราบสาเหตุอาจจะเกิดจากยาที่แม่รับประทานระหว่างตั้งครรภ์ กลุ่มนี้เกิดจากกระดูกผิดปกติ เช่นการเจริญของกระดูกสันหลังไม่เท่ากันหรือไม่สมดุลกัน ถ้ากระดูกสันหลังคดแล้วจะคดมากขึ้นค่อนข้างเร็ว แพทย์จะรักษาทันทีเพราะถ้าเป็นมากๆ อาจเป็นอัมพาตได้
               3.มีความผิดปกติเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและระบบประสาทอยู่แล้ว เช่นมีความผิดปกติของสมอง สมองพิการ โรคโปลิโอ โรคของระบบกล้ามเนื้อ ฯลฯ จะมีโอกาสทำให้กระดูกสันหลังคดเมื่อโตขึ้นได้
               4.โรคเท้าแสนปม ร่างกายจะมีปุ่ม และหรือปานตามตัว และพบกระดูกสันหลังคดร่วมด้วยประมาณร้อยละ 30

๐ สังเกตได้อย่างไรว่าเด็กอาจเป็นกระดูกสันหลังคด
               ผู้ปกครองสามารถตรวจกระดูกสันหลังของเด็กคร่าวๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยให้เด็กยืนตัวตรง แล้วดูแนวสันหลังว่าตรงหรือไม่จากนั้นให้เด็กก้มหลังลง มือแตะพื้นถ้ามองตามเส้นแนวกระดูกสันหลังแล้วไม่คด ก็แสดงว่าปกติ แต่ถ้ามีแนวกระดูกสันหลังไม่ตรงระดับหัวไหล่หรือบ่าทั้ง 2 ข้างไม่เท่ากัน สะบักหรือกระดูกที่เป็นคล้ายๆ ปีกมีการนูนตัวมากกว่าอีกด้านหนึ่งมีการเอียงของลำตัวไปด้านใดด้านหนึ่งกระดูกสันหลังคดตั้งแต่วัยรุ่น ถ้าไม่รักษาจะคดเพิ่มขึ้นมีผลกระทบต่อสุขภาพได้มาก เช่น ตัวเอียง ไหล่ตกแนวสะโพกเอียงรูปร่างพิการ ปวดหลัง มีปัญหาทางระบบหายใจ หอบเหนื่อยง่าย เป็นโรคปอดบวม ปอดอักเสบ หัวใจทำงานหนัก อาจทำให้หัวใจล้มเหลวได้ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยและติดตามผลว่าอาจมีอาการมากขึ้นในระยะยาวต่อไปหรือไม่ในอนาคต

๐ ทางเลือกในการรักษา
               - การรักษาด้วยการไม่ผ่าตัด ใช้ในกรณีที่เด็กมีมุมองศาที่คดไม่มากโดยใช้การสังเกตอาการ รักษาทางกายภาพบำบัด หรืออาจใช้เสื้อเกราะในบางราย
               - กายภาพโดยการสอนการจัดท่าขณะนอน การทรงท่า และการออกกำลังกายต่างๆ ที่เหมาะสมเพื่อช่วยรักษาให้กระดูกสันหลังกลับเข้าสู่แนวเดิมหรือให้ใกล้เคียงแนวปกติให้มากที่สุดการรักษาจะจำเพาะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคนและการให้การรักษานี้ควรเป็นนักกายภาพบำบัดที่ได้รับการอบรมเฉพาะทางเกี่ยวกับโรคกระดูกสันหลังคด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด
               - การรักษาด้วยการผ่าตัด ใช้ในกรณีที่เด็กมีมุมองศาที่คดมาก หรือมีการเพิ่มของมุมองศาที่คดมากขึ้นขณะติดตามการรักษา

โรงพยาบาลสมิติเวช