ความหวัง“เยาวชนไทย”กับทักษะขับเคลื่อน“ไทยแลนด์4.0”
วิกฤตสังคมไทยใกล้ตัว ที่ไม่เพียงจะกระทบต่อคุณภาพการศึกษ าและบุคลากรในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคอุตสาหกรรมต่างชาติ เนื่องจากแรงงานขาด
วิกฤตสังคมไทยใกล้ตัว ที่ไม่เพียงจะกระทบต่อคุณภาพการศึกษ าและบุคลากรในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคอุตสาหกรรมต่างชาติ เนื่องจากแรงงานขาดทักษะที่ตรงกับงาน
“ช่วง 2 ปีนี้บริษัทผมล็อกเลยไม่รับปริญญาตรี ให้รับเด็กจบ ปวส. ให้เงินเดือนเท่าปริญญาตรีเลย” นุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเอพีจำกัด (มหาชน)กล่าวไว้ผ่านสื่อหลายแขนง ถึงสาเหตุหลักที่บริษัทหันมาเจาะกลุ่มตลาดปวส.เพราะเห็นว่าแรงงานไทยยังขาดทักษะงานช่าง และสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการลงทุนของต่างชาติ
การเรียนรู้เพื่อทักษะแห่งอนาคตเพื่อเตรียมกำลังแรงงานให้พร้อมในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจและสังคม จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น“ไทยแลนด์4.0”ได้ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ขอเป็นกระจกส่องสะท้อนความคิดเห็นของสังคม ในวาระ "วันเยาวชนแห่งชาติวันที่20กันยายน" ของทุกปี
แอนเดรียส์ ชไลเชอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาOECD ผู้ริเริ่มPISAเครื่องมือวัดประเมินที่ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบศักยภาพของผู้เรียนว่าสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหา หรือสถานการณ์จริงได้หรือไม่ กล่าวว่า“ทักษะที่สอนง่าย ย่อมถูกแทนที่ได้ง่าย”ฉะนั้นทักษะในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องมีการยกระดับทักษะ(Skill upgrading)หรือได้รับการฝึกอบรมให้มีทักษะใหม่ที่เหมาะสม (Re-Skilling)เพื่อให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจยุค4.0ได้
ดร.ไกรยส ภัทราวาท
ส่วนทักษะสำคัญในอนาคตอะไรที่จะทำให้เด็กเยาวชนไทยยุค4.0เอาตัวรอดได้นั้น "ดร.ไกรยส ภัทราวาท" ผู้เชี่ยวชาญนโยบายด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สสค.กล่าวว่า มีทักษะสำคัญ5ประการ คือ1)ทักษะที่ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ2)ทักษะที่สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ได้3)ทักษะที่จะเป็นที่ต้องการของนายจ้าง 4)ทักษะที่ช่วยสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆให้แก่องค์กร และเศรษฐกิจสังคม และ5)ทักษะความยืดหยุ่นในการปรับตัว
ดร.ไกรยส กล่าวเสริมว่า เพื่อให้ “การศึกษา” เป็นหนึ่งปัจจัยในการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals)การศึกษาต้องยกระดับความเชื่อมโยงในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจให้ยั่งยืน เน้นการปลูกฝั่งค่านิยมเพื่อสังคมให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ และหนุนเสริมให้ผู้ประกอบการคำนึงการสร้างสังคมที่ยั่งยืนมากกว่าผลกำไร ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องมีนโยบายที่ส่งเสริมความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนสังคมอย่างต่อเนื่อง
เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์
ส่วนเสียงสะท้อนจากเด็กเยาวชนไทยที่เพิ่งก้าวสู่วัยทำงานคิดอย่างไรนั้น "เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์" ผู้ก่อตั้งเพจเกรียนศึกษา กล่าวว่า หัวใจของไทยแลนด์ 4.0 คือการเปลี่ยนจากแรงงานทักษะต่ำไปสู่แรงงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูง ซึ่งจะเป็นส่วนทำให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง จึงมีคำถามว่า ทั้งที่คนรุ่นใหม่ในสังคมไทยต่างเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีจำเป็น เช่น สมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ แต่ท่ามกลางโลกดิจิทัล ทำไมสังคมจึงยังดูมีวิธีคิดแบบอะนาล๊อกอยู่
" นอกเหนือจากทักษะไอทีพื้นฐานแล้ว สิ่งจำเป็นคือ เราต้องก้าวข้ามสำนึกแบบอะนาล๊อก ไปสู่สำนึกแบบโลกสมัยใหม่ให้ได้ สำนึกที่เชื่อว่า การตั้งคำถามและท้าทาย ผลิตภัณฑ์ บริการ โครงสร้าง และนโยบายในปัจจุบัน จะนำไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่า ทักษะสำคัญเพื่อก้าวไปสู่วัฒนธรรมที่ว่าคือ ความคิดสร้างสรรค์และสายตาที่กว้างขวางพอจะเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ มาพัฒนาร่วมกันได้ ความเชื่อที่ว่า สิ่งที่เป็นอยู่นั้น ดีได้แค่นี้ เป็นกับดักเหนี่ยวรั้งทั้งGDPประเทศ และศักยภาพของเรา คนรุ่นใหม่จึงไม่ควรแค่ตามทันกระแส แต่ควรเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงกระแสด้วย"ผู้ก่อตั้งเพจเกรียนศึกษา ระบุ
สิริพร สันนิธิกุล
“สิริพร สันนิธิกุล” ปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ที่ผันตัวมาทำงานเป็นครูสอนพิเศษ เธอเล่าว่า เคยทำงานประชาสัมพันธ์อยู่เกือบปี แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองไม่ถนัด เพราะที่เรียนมา มักจะเจอแต่การท่องจำไปสอบ แต่ยังไม่สามารถเอามาใช้งานจริงได้ “มหาวิทยาลัยไม่ได้สอนให้เราใช้ชีวิตนอกกรอบตำรา ที่สำคัญบางครั้งไม่ได้ช่วยให้เราค้นพบตัวเองว่า จริงๆแล้วเรามีความสามารถอะไรโดดเด่น แล้วพอจะค้นหาความเด่นเอาตอนทำงานก็ไม่มีนายจ้างที่ไหนจะมาเสียเวลากับเด็กรุ่นใหม่ก็เลยมาทำงานอิสระ สอนพิเศษไป รายได้ก็ดีใช้ได้ ถามว่ามีความสุขหรือความฝันหรือไม่นั้น พูดตรงๆว่าไม่ใช่ แต่ชีวิตมันต้องก้าวต่อไป”
"วิน”นายชนะชนม์ โถชัย
“วิน”นายชนะชนม์ โถชัย นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี) กล่าวว่า ทราบข่าวมาจากสื่อว่ารัฐบาลมีนโยบายนำพาประเทศไทยก้าวสู่“ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งคิดว่าอาจจะส่งผลดีและผลเสียไปพร้อมๆ กัน ตนเองเรียนทางด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีมัลติมีเดียโดยตรง จะส่งผลดีต่อการทำงานของตนเองในอนาคต เพราะว่า จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาท ไม่เว้นแต่ภาคเกษตร แต่ระหว่างที่มีการปรับเปลี่ยนหรือในการดำเนินยุทธศาสตร์ ตนเองจะเรียนรู้และพยายามคิดค้นหรือวิจัยพัฒนานวัตกรรมที่นำความรู้ทางด้านการเรียนมาประยุกต์กับปัจจุบันให้ได้มากที่สุด
เหนืออื่นใดเพื่อแก้ปัญหาการเรียนจบแล้วทักษะไม่ตรงตามวุฒิ ไปพร้อมๆกับการติดอาวุธให้กลุ่มเยาวชนอายุ15-22ปี โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ม.3ม.6และปวช.ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงจะหลุดออกนอกระบบการศึกษาให้มีทักษะเพียงพอต่อการประกอบอาชีพ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้ร่วมกับสสค.มหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) มหาวิทยาลัยธุรกิจบันฑิตย์(มธบ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุนให้จังหวัดมีขีดความสามารถที่จะดำเนินการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพได้เองในระยะยาว
"ผลการวิจัยมธบ.ร่วมกับสสค.ในเรื่องช่องว่างทักษะเพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ในจังหวัดตราด ค้นพบที่น่าสนใจว่า อาชีพในอนาคตที่ตราดต้องการอีก5ปีข้างหน้าคือ1.เกษตรพานิชย์2.การค้าชายแดน และ3.การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
ฉะนั้นการออกแบบหลักสูตร จำเป็นต้องมุ่งส่งเสริมให้เด็กเยาวชนมีทักษะที่จะนำสู่การสร้างงานในกลุ่มที่เป็นอาชีพในอนาคตของจังหวัดตราดด้วย จะสอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ช่วยลดปัญหาเด็กจบมาไม่มีงานทำและปัญหาแรงงานขาดทักษะให้หมดไป”ดร.สุมาลี ตั้งประดับกุล รองคณบดีด้านการศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งทำโครงการวิจัยกับสสค.ในโครงการพัฒนาหลักสูตรเตรียมอาชีพเพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาสำหรับเยาวชนไทยอายุ15-19ปี กล่าวทิ้งท้าย
***********



