ไลฟ์สไตล์

คุณผู้หญิงระวัง! กระดูกสันหลังเสื่อมเร็ว

คุณผู้หญิงระวัง! กระดูกสันหลังเสื่อมเร็ว

19 ก.ย. 2559

ดูแลสุขภาพ : คุณผู้หญิงระวัง! กระดูกสันหลังเสื่อมเร็ว

               สำหรับหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ได้มีที่มาจากวัยที่เสื่อมถอยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะมีปัจจัยอีกหลายประการที่เป็นต้นตอนำพาคุณไปสู่กระดูกสันหลังเสื่อม แต่คุณผู้หญิงรู้ตัวหรือไม่ พฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันหลายประการของคุณเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความเสี่ยงของกระดูกสันหลังเสื่อมได้เร็วขึ้น
     
๐ อันดับแรกเลย คือใส่รองเท้าส้นสูงที่สูงๆ
               รองเท้าส้นสูงกับผู้หญิง อาจกล่าวได้ว่าเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะกับสาวออฟฟิศ แต่หากใส่ติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรังได้โดยเฉพาะบริเวณหลังส่วนล่างและยังอาจส่งผลเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอาการกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทเมื่ออายุมากขึ้นได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นถึงแม้รองเท้าส้นสูงจะทำให้คุณผู้หญิงรู้สึกมั่นใจ ดูดี ก็ไม่ควรใส่ติดต่อกันเป็นเวลานาน

๐ การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์
               คุณผู้หญิงที่ต้องทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่นั่งอยู่เป็นเวลานาน จะรู้สึกปวดเมื่อยบริเวณสะบักหัวไหล่ทั้ง 2 ข้าง เหมือนมีคนเอามือมากดแรงที่หัวไหล่ลามไปจนถึงปวดหลังเนื่องจากกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเกิดอาการล้า และกรณีที่ปรับเก้าอี้ไม่ตรงกับระดับหน้าจอ จึงต้องก้มหรือเงยคอตลอดเวลา ก็จะทำให้กระดูกก้านคอเสื่อม หรือกระดูกสันหลังเสื่อมได้ จึงควรพักสายตาด้วยการลุกจากเก้าอี้เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ วางจอคอมพิวเตอร์ในระดับที่เหมาะกับสายตา

๐ นั่งหลังงอ
               การนั่งหลังงอในท่าเดิมเป็นเวลานาน เช่น ผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็งเกิดอาการปวดเมื่อยที่บริเวณหัวไหล่และสะโพกขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรพยายามฝึกตัวเองนั่งหลังตรงให้เป็นนิสัย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหากระดูกสันหลังทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

๐ การนั่งไขว่ห้าง
               การนั่งไขว่ห้าง จะทำให้มีการกดทับน้ำหนักตัวลงที่ก้นข้างใดข้างหนึ่ง ส่งผลให้เกิดอาการชา ปวดเมื่อย และส่งผลให้กระดูกคดและโค้งงอที่หลังได้ และยังทำให้ปวดหลังระยะยาว จึงไม่ควรนั่งไขว่ห้าง และขณะทำงานควรให้หลังพิงพนักเก้าอี้ทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสปวดหลังจากการทำงาน

๐ สะพายกระเป๋าที่หนักในท่าเดิมๆ
               โดยส่วนใหญ่ผู้หญิงจะสะพายกระเป๋าที่หัวไหล่ข้างใดข้างหนึ่งที่ถนัดเป็นประจำ และถ้ากระเป๋ามีน้ำหนักมากหัวไหล่รับน้ำหนักข้างเดียว กระดูกรับน้ำหนักมาก จึงเป็นการทำลายกระดูกได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
               ทั้งนี้สำหรับผู้ที่มีปัญหาหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม เมื่อมีอาการสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ เข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ โดยการรักษาจะพิจารณาจากอาการและข้อบ่งชี้ต่างๆ ของโรค ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานยา การทำกายภาพบำบัด และสุดท้ายคือการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดรักษาสามารถทำได้หลายวิธีและวิธีที่ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างปลอดภัยสูง ฟื้นตัวเร็วเจ็บตัวน้อยที่สุด ได้แก่การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก “Minimally Invasive Spine Surgery” ซึ่งแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก 2-3 เซนติเมตรฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อย หายไวการผ่าตัดโดยใช้กล้องทำให้เห็นรายละเอียดภายในบริเวณผ่าตัดได้ชัดเจนกว่าตาเปล่า และเนื้อเยื่อโดยรอบได้รับความกระทบกระเทือนน้อยกว่าการผ่าตัดแบบมาตรฐาน
               หากย้อนกลับมาในด้านการดูแลตนเองเพื่อให้ห่างไกลจากกระดูกสันหลังเสื่อมนั้นคงไม่ใช่เพียงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังที่กล่าวมาข้างต้นของคุณผู้หญิงเท่านั้น แต่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดิน ยืน ก้ม นั่ง นอน ให้ถูกสุขลักษณะ ควบคุมน้ำหนักตัวในอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และคงต้องบอกว่าไม่เฉพาะคุณผู้หญิง แต่คุณผู้ชายก็ต้องปฏิบัติด้วยเช่นเดียวกัน เพราะกระดูกสันหลังเสื่อมสามารถเกิดได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชายอย่างเท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะดูแลตนเองได้ดีกว่ากัน เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้คุณคือหนึ่งในแฟ้มประวัติผู้มีปัญหากระดูกสันหลังเสื่อม ควรเริ่มต้นดูแลตนเองตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีในทุกๆ วัน

นพ.ธีรชัย ผาณิตพงศ์

ศัลยแพทย์ศูนย์สมองและกระดูกสันหลัง

โรงพยาบาลพญาไท 3

---------------

โปรแกรมทุกวันอังคาร
               ศูนย์สูติ-นรีเวช โรงพยาบาลธนบุรี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความสำคัญของการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคที่พบบ่อยในผู้หญิง ด้วยโปรแกรมทุกวันอังคาร ประกอบด้วย โปรแกรม 1 ตรวจอัลตราซาวด์ช่องคลอด (Vaginal Ultrasound) ราคา 2,400 บาท โปรแกรม 2 ตรวจอัลตราซาวด์ช่องคลอด (Vaginal Ultrasound) และตรวจเต้านม (Digital Mammogram & Breast Ultrasound) ราคา 5,400 บาท เริ่มตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพโทร.1645 หรือ www.thonburihospital.com และ www.facebook.com/thonburihospitalclub