ไลฟ์สไตล์

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

18 ก.ย. 2559

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน : คอลัมน์... ชวนเที่ยว  เรื่อง / ภาพ...  นพพร วิจิตร์วงษ์  



          ป้ายถนน หลักกิโล รถโบราณ ร้านกาแฟ ไปเมืองไหนๆ ก็มักจะเจอ จนไม่เกิดความแตกต่าง แต่บ่อน้ำแร่ร้อนของจริง ให้ตายเถอะ ยังไงก็เลียนแบบกันยากก็ไหนๆ ระยะนี้ ฝนหนักบ้าง เบาบ้าง ในแต่ละท้องที่ เลยสวนกระแสไปเที่ยวเมืองฝนแปดแดดสี่ ยี่ห้อ จ.ระนอง เสียเลย เพราะไม่ว่าไปทางไหนก็มีโอกาสเจอฝนอยู่แล้ว แถมไปช่วงนี้ อากาศกำลังเย็นๆ ก็จะได้แช่น้ำแร่ร้อนเสียเลยเพราะที่นี่ บอกเลยว่า ปราศจากกลิ่นกำมะถันกวนใจ

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

          บอกแล้วว่า จะมาแช่น้ำแร่ร้อนที่เมืองระนอง ก็ต้องแวะไปซิ หลังฝนพรำๆ อากาศกำลังเย็นๆ ตรงดิ่งไปที่ บ่อน้ำพุร้อน ในตัวเมืองระนอง บริเวณสวนสาธารณะรักษะวาริน เป็นบ่อน้ำร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีอุณหภูมิสูงถึง 65 องศาเซลเซียส มีด้วยกัน 3 บ่อ เป็นบ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูกสาว ทั้ง 3 บ่อนี้ มีการวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์บริการว่า มีแร่ธาตุสำคัญ และไม่มีกำมะถันเจือปน ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่ไม่มีกำมะถันแบบนี้

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

 

          เมื่อก่อน หลายสิบปีที่เคยไป เห็นบ่ออยู่โดดเด่นกลางธรรมชาติ แต่เดี๋ยวนี้มีสิ่งก่อสร้างขึ้นมาตกแต่งสถานที่ให้ดูสวยงาม แถมบริเวณใกล้เคียงมีสปาน้ำแร่เกิดขึ้นเป็นทิวให้เลือกใช้บริการ บ่อน้ำพุร้อนบ่อพ่อ เป็นบ่อปูนใหญ่ที่สุดใน 3 บ่อ มีไอขึ้นจากน้ำอยู่ตลอดเวลา ลองแตะๆ ขอบบ่อ ก็รู้สึกได้ถึงไอร้อน แต่ก็ชอบจังที่ไม่มีกลิ่นกำมะถัน รวมทั้งดูใสสะอาด ไม่มีสีหรือสาหร่ายเหมือนที่เคยเห็นในธรรมชาติ น้ำในบ่อพ่อจะล้นไหลปากบ่อตลอดเวลา จนเกิดการเกาะตัวของแร่แคลไซต์ ที่มีขนาดผลึกละเอียดมาก ส่วนบ่อแม่ กับบ่อลูกสาว น้ำจะต่ำกว่าปากบ่อพอสมควร และอยู่ออกมาด้านนอกสวนสาธารณะ

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

 

          เลยบ่อพ่อเข้าไปด้านใน เปิดเป็นบ่อสำหรับแช่ทั้งตัว หรือจะแช่เท้าก็มีบ่อเฉพาะให้ และไม่ไกลกัน มีศาลาขนาดใหญ่ทำเป็นลานหินสำหรับให้คนไปนอนหรือเดิน เพื่อนวดตัว นวดฝ่าเท้า ซึ่งลานหินจะอุ่นอยู่ตลอดเวลาเพราะได้ไอร้อนของน้ำแร่ร้อนด้านใต้ ทั้งนักท่องเที่ยว หรือผู้คนแถวนั้น เลยเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย บางรายถึงกับปูผ้าลงนอนอ่านหนังสือ แต่ก็มีข้อควรระวังว่า ไม่ควรจะนอนบนลานหินนานเกิน 30 นาที เพราะอาจจะหน้ามืดได้ ก็คล้ายๆ กับการแช่น้ำแร่ร้อน แต่นั่นจะให้แช่ได้ราวๆ 10-15 นาที ต้องขึ้นมาพัก หรืออาบน้ำเย็นๆ ลดไอร้อนในร่างกาย และกระตุ้นผิวพรรณ

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

          นอกจากบ่อน้ำพุร้อนที่นี่แล้ว เลยจากตัวเมืองไปทางน้ำตกหงาว ราว 10 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของบ้านพรรั้ง ต.บางริ้น ที่นี่ก็มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติเช่นกัน อยู่ในเขตที่ตั้งของที่ทำการหน่วยย่อย ของอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ชื่อก็เรียกขานกันตามชื่อหมู่บ้าน คือ บ่อน้ำพุร้อนพรรั้ง เสียค่าธรรมเนียม คนละ 20 บาท ราคาเดียวกับค่าเข้าอุทยานทั่วๆ ไป มีเจ้าหน้าที่อุทยานมาคอยดูแล น้ำพุร้อนที่นี่ เกิดจากสายน้ำแร่ร้อน ไหลซึมออกจากผิวดิน มีตาน้ำมากถึง 13 ตาน้ำ ใกล้ลำธาร ไม่มีกลิ่นกำมะถัน แถมอุณหภูมิของน้ำก็ไม่ร้อนนัก คือราวๆ 35-40 องศา พอแช่ได้สบายๆ ที่นี่มีทั้งบ่อลงแช่แบบจากุชชี่อยู่ 4 หลัง และบ่อแบบยืนตักอาบ 4 บ่อ หรือใครจะอยากสปาเท้าก็ง่ายมาก นั่งริมธารน้ำ จะมีปลาตัวเล็กๆ มาตอดเท้า เป็นสปาปลาธรรมชาติ

          ที่ขึ้นชื่ออีกอย่างของคนที่มาที่นี่ คือ ไข่น้ำแร่ ที่ใช้ไข่ไก่แช่น้ำแร่นานถึง 18 ชั่วโมง ถึงจะได้แบบไข่ขาวที่ไม่สุกมากและไข่แดงเป็นยางมะตูม อร่อยได้ในราคาถูกแถมไม่มีกลิ่นกำมะถันกวนใจ

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน


 
          ถึงคราวเที่ยวเมืองบ้าง สถานที่หนึ่งที่ไม่น่าพลาดไปเยี่ยมชม ก็คือ พระที่นั่งรัตนรังสรรค์ ถือเป็นสถานที่สำคัญของระนองเลยทีเดียว เพราะเป็นสถานที่รองรับการเสด็จประทับแรมจังหวัดระนองของพระมหากษัตริย์ถึง 3 พระองค์ ได้แก่ รัชกาลที่ 5 (พ.ศ.2433), รัชกาลที่ 6 (พ.ศ.2452) และรัชกาลที่ 7 (พ.ศ.2471) สร้างโดย คอซิมก๊อง เจ้าเมืองระนองในขณะนั้น เมื่อพระที่นั่งเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา จึงได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้เป็นศาลารัฐบาล จึงได้มีการปรับปรุงและดัดแปลงใหม่ จนกระทั่งถูกรื้อถอนไปเมื่อปี 2507 แล้วสร้างศาลากลางขึ้นใหม่

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

 

          ปัจจุบัน จึงมีการจัดสร้างพระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) ขึ้นบริเวณเชิงเขารัตนรังสรรค์ ใกล้ศาลากลางจังหวัดระนอง ตัวอาคารสร้างด้วยไม้ตะเคียนทอง โครงสร้างคอนกรีตสูงสามชั้น หน้าต่างบนชั้นสองมองเห็นตัวเมืองระนองไปได้กว้างไกล

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

 

          จ.ระนองเป็นจังหวัดที่มีความพิเศษ และไม่ได้มีดีแค่เรื่องแร่หรือบ่อน้ำพุร้อนคุณภาพดี แต่ทุกวันนี้ระนองขึ้นชื่อทั้งเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งป่า เขา น้ำตก เกาะ แล้วยังเป็นเมืองสำคัญชายฝั่งอันดามันที่มีอาณาเขตติดต่อกับพม่า เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่องสินค้าอาหารทะเลสด ไปจนถึงกะปิ และปูเค็ม

          จุดที่แคบที่สุดของแหลมมลายู ก็อยู่ที่คอคอดกระ อ.กระบุรี และเป็นจุดที่อยู่ห่างจากพม่าเพียง 100 เมตรเท่านั้นเอง ทำให้มีการไปมาหาสู่ แล้วยังมีแรงงานจากพม่าเข้ามาทำงานอยู่มาก จนมีคนพูดว่า ระนองน่าจะมีคนพม่าอยู่มากกว่าคนไทยเสียอีก อยากรู้ย่านไหนคนพม่าอยู่เยอะ พอจะสังเกตได้จากป้าย ที่มีถึง 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และพม่า

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

          และด้วยความที่เป็นเมืองชายฝั่ง จึงไม่แปลกใจที่ตลอดแนวชายฝั่งของระนองเป็นพื้นที่ป่าชายเลน ที่มีต้นไม้ชายเลนสารพัดชนิด แม้แต่ถ้ำ ก็ยังไปอยู่ในป่าชายเลน อย่างเช่น ถ้ำพระขยางค์ ในเขต ต.ลำเลียง อ.กระบุรี

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

          ถ้ำพระขยางค์ เป็นถ้ำขนาดเล็ก แต่เดิมชื่อถ้ำเขาหยั่ง มีตำนานเก่าแก่เล่าเกี่ยวกับถ้ำนี้ว่า นายแก้ว ชาวเมืองนครศรีธรรมราช จับเต่ากระสีทองไปถวายเจ้าเมืองชุมพรซึ่งนำไปถวายพระเจ้าอยู่หัวอีกต่อ ทำให้นายแก้วได้รับความดีความชอบ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระแก้วโกรพ ปกครองเมืองตระ หรือเมืองกระ

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

          พระแก้วโกรพได้ส่งลูกชายชื่อนายทองไปศึกษาศิลปวิทยาที่นครศรีธรรมราช หวังจะให้มาเป็นเจ้าเมืองสืบแทน แต่เมื่อนายทองศึกษาจบเดินทางกลับมา เกิดรักใคร่ได้เสียกับนางจัน เมียน้อยของพ่อ จนถึงขั้นวางแผนจะฆ่าพ่อ แต่ความแตกเสียก่อน นายแก้วจึงสั่งจับลูกชายใส่ขื่อคาไปฆ่าทิ้ง แต่นายทองสำเร็จวิชาอยู่ยงคงกระพันมา การเฆี่ยนตีหรือใช้อาวุธจึงไม่เป็นผล นายทองจึงสั่งจับบุตรชายขึ้นขาหยั่ง แล้วให้เอาไปไว้ในถ้ำเขาแหลมเนียง ทรมานจนตายด้วยการอดอาหาร

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

 

          นั่นเป็นเรื่องเล่า หากแต่ในปัจจุบัน ถ้ำนี้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เพราะแม้จะไม่ชอบกลิ่นขี้ค้างคาวที่ได้กลิ่นแต่ไกล แต่ภายในถ้ำเชื่อว่า มีการนำเอาสมุนไพรที่หายากมาปลูกไว้ และจะมีการจัดงานประเพณีขึ้นถ้ำ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเข้าชมความสวยงามของถ้ำตลอดจนพันธุ์ไม้และว่านต่างๆ ที่หายาก หรือใครไม่ชอบเข้าถ้ำ ก็มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนรอบถ้ำ ระยะทางร่วม 1 กิโลเมตร ที่จะผ่านถ้ำพระ และป่าชายเลนที่มีทั้งไม้ยืนต้น และไม้อิงอาศัย ไปจนถึงสัตว์ชายเลนอื่นๆ

 

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน

          ระหว่างกลับเข้าตัวเมืองระนอง แวะไหว้พระ ที่ วัดวารีบรรพต เป็นวัดที่ตั้งบนเนินเขา สร้างโดยหลวงพ่อด่วน ซึ่งธุดงค์มาจากจ.สงขลา ชาวบ้านเลื่อมใสและศรัทธาในตัวท่านจึงได้พากันนิมนต์ท่านให้จำพรรษา ณ ที่แห่งนี้ ด้านบนวัดประดิษฐานพระไสยาสน์องค์ใหญ่ มีความยาวถึง 22 เมตร และด้วยความที่วัดนี้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวพม่า จึงมีพระและช่างชาวพม่ามาช่วยกันสร้างเจดีย์ขึ้นในรูปแบบของพม่า จึงเป็นวัดที่ผสมผสานระหว่างศิลปะของไทยกับพม่า
ถ้าถามว่า ระนองพิเศษตรงไหน ก็คงจะตรงที่มีความผสมกลมกลืนระหว่างความเป็นเมืองกับธรรมชาติ คนไทยกับพม่า ความทันสมัยกับของดั้งเดิมที่ยังใช้อยู่ และบ่อน้ำแร่ร้อน ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

แช่น้ำพุร้อน ระนองฉ่ำฝน