
สกสค.-ธ.ออมสินเดินหน้าเต็มสูบแก้หนี้ครู
สกสค.-ธ.ออมสิน ลงนามความร่วมมือลดภาระหนี้ครู ระยะแรกประเดิมบรรเทาหนี้กว่า 2.4 แสนคนลดหนี้ได้ 2.5 แสนบาทต่อราย ตั้งเป้าระยะต่อไปช่วยลูกหนี้วิกฤตอีกกว่า 4 หมื่นคน
เมื่อวันที่ 14ก.ย.59 ที่ห้องเทพหัสดิน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาระหว่าง นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการ สกสค. และ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการและ นายอภิศักดิ์ ตันติวงวงศ์ รมว.คลัง ร่วมเป็นสักขีพยาน
โดย พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และกระทรวงการคลัง ร่วมกันดูแลแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งทั้ง 2 กระทรวงก็ได้ประสานงานกันมาตลอดจนเกิดโครงการนี้ขึ้นมา โดยโครงการนี้เป็นการบรรเทาปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ใช่การพักชำระหนี้ ซึ่งจะมีครูฯที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการได้ประมาณ 289,000 ราย ซึ่งจะสามารถลดภาระหนี้ลงได้ทันทีเฉลี่ย 250,000 บาทต่อราย แต่ในระยะแรกจะเปิดให้ลูกหนี้ชั้นดีก่อนซึ่งมีประมาณ 240,000 ราย ส่วนลูกหนี้ที่มีปัญหาค้างชำระและเป็นหนี้วิกฤติกว่า 49,000 รายนั้น จะเปิดให้เข้าโครงการในระยะต่อไป
“อย่างไรก็ตามจากข้อมูลปัญหาหนี้สินครูฯที่สำรวจมาได้ พบว่า ครูฯไม่ได้เป็นหนี้เฉพาะกับธนาคารออมสินเท่านั้น ยังมีหนี้กับแหล่งการเงินอื่น ๆ รวมถึงหนี้นอกระบบด้วย โดยแหล่งการเงินอื่นที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ก็คือสหกรณ์ต่าง ๆ ที่มักจะมีข้อเสนอที่จูงใจและกติกาให้กู้ได้ง่าย ผมจึงมอบให้ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ประธานที่ปรึกษา รมว.ศธ.ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและกติกาการปล่อยกู้ของสหกรณ์ทั่วประเทศ แล้ว เพื่อหาทางแก้ปัญหาในภาพรวมต่อไป ”รมว.ศธ.กล่าว
ด้าน นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจอย่างสูงที่จะดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ โดยอาชีพครูเป็นอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะครูเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคน โดยเฉพาะขณะนี้ประเทศไทยกำลังจะก้าวไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีพื้นฐานอยู่ที่คน จึงเป็นหน้าที่ของ ศธ.และครูที่จะผลิตและพัฒนาคน ดังนั้น ครูจึงมีความสำคัญอย่างมาก แต่ครูจำนวนมากก็กำลังประสบปัญหาภาระหนี้สิน โดยในบรรดาข้าราชการกลุ่มต่าง ๆ นั้น กลุ่มครูจะมีภาระหนี้สินสูงสุดซึ่งเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าไปดูแลเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อย่างไรก็ตามในเร็ว ๆ นี้ กระทรวงการคลังจะมีโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีครูเข้าร่วมโครงการเป็นกลุ่มแรก ๆ ด้วย
อนึ่ง โครงการดังกล่าวนี้ จะใช้เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัว (ช.พ.ค.) ที่ทายาทจะได้รับในอนาคตจำนวนประมาณ 7 แสนบาทเป็นหลักประกันวงเงินกู้สินเชื่อใหม่ โดยผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการเป็นผู้กู้เงินสินเชื่อโครงการช.พ.ค. อยู่ก่อนแล้ว ในระยะแรกต้องเป็นผู้ที่ไม่มีหนี้ค้างชำระเงินสนับสนุนของสำนักงาน สกสค.ไม่ค้างชำระเงินสงเคราะห์รายศพ และต้องระบุชื่อผู้มีสิทธิรับเงินช.พ.ค.ให้เรียบร้อยก่อนยื่นกู้ โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 4%ต่อปี และผู้กู้ต้องเป็นสมาชิก ช.พ.ค.อายุ 50 ปีขึ้นไป ระยะเวลากู้ 20 ปี ยกเว้นกรณีอายุผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาการกู้แล้ว อายุผู้กู้เกิน 75 ปี ธนาคารออมสินจะลดระยะเวลาการกู้ลงให้รวมแล้วอายุผู้กู้ไม่เกิน 75 ปี



