ไลฟ์สไตล์

คร.ยกระดับศูนย์ฯโรคซิกาเป็นระดับ2หลังค่าลูกน้ำยุงลายสูง

คร.ยกระดับศูนย์ฯโรคซิกาเป็นระดับ2หลังค่าลูกน้ำยุงลายสูง

14 ก.ย. 2559

คร. สั่งยกระดับศูนย์ปฏิบัติการฯโรคซิกาจากระดับ1เป็น 2 เพิ่มกำลังคนควบคุม-เฝ้าระวัง 10 % หลังค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายสูงในหลายพื้นที่ เสี่ยงยุงลายพาหะของโรคเพิ่มขึ้น

        เมื่อวันที่ 14 กันยายน นพ.อำนวย  กาจีนะ  อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ที่ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างเต็มที่และสูงสุดต่อเนื่อง  ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินมาตรการในพื้นที่มีความเข้มข้น ดังนั้นในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค(EOC) ซึ่งมีผู้บริหารจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม ตนได้สั่งการให้กรมควบคุมโรค และ สคร. ทุกแห่ง ยกระดับการปฎิบัติการของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค(EOC) เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกา พร้อมสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมทั้งสนับสนุนข้อมูลสถานการณ์โรคจากยุงลายให้กับคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดทราบ

            นพ.อำนวย กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นช่วงที่มีฝนตกหนัก ค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายเพิ่มสูงในหลายพื้นที่ มีความเสี่ยงต่อการเพิ่มจำนวนของยุงลาย  คร.จึงได้ยกระดับศูนย์ปฎิบัติการภาวะฉุกเฉินของกรมควบคุมโรคและ สคร. 12 แห่งทั่วประเทศ ให้ยกระดับการปฎิบัติการจากระดับ 1 เป็นระดับ 2 ซึ่งจะมีการแต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ และปฎิบัติงานตามโครงสร้างของระบบบัญชาการเหตุการณ์ รวมถึง ปฎิบัติการฉุกเฉินตามแผนเผชิญเหตุ และเพิ่มกำลังคนเข้ามาในระบบบัญชาการเหตุการณ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของกำลังคนของแต่ละหน่วยงาน เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการต่างๆ ทั้งการป้องกัน ตรวจจับเร็ว  วินิจฉัยเร็ว การเฝ้าระวังในกลุ่มเสี่ยง การรักษา/แยกผู้ป่วย การจัดระบบปฎิบัติการภาวะฉุกเฉินเพื่อค้นหาผู้สัมผัสให้ได้ทุกรายโดยเร็ว ซึ่งห้องปฎิบัติการ(Lab) ของประเทศไทยสามารถตรวจหาเชื้อไวรัสซิกาได้หลายแห่ง

คร.ยกระดับศูนย์ฯโรคซิกาเป็นระดับ2หลังค่าลูกน้ำยุงลายสูง

           “ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ส่วนใหญ่อาการของโรคไม่รุนแรง และส่วนใหญ่ป่วยแล้วหายได้เอง อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ซึ่งจะมีปัญหาเฉพาะกับหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งมีหลักฐานทางระบาดวิทยาที่บ่งชี้ว่าอาจสัมพันธ์กับอาการศีรษะเล็กในทารกแรกเกิด อาการเหล่านี้ทุเลาลงได้เองภายในเวลา 2-7 วัน หากอาการไม่ดีขึ้นขอให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว”นพ.อำนวยกล่าว

            นพ.อำนวย กล่าวอีกว่า  ในช่วงหน้าฝนนี้ ที่มีฝนตกบ่อยครั้ง ทำให้เกิดน้ำขังตามภาชนะและแหล่งน้ำต่างๆ จนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และทำให้ยุงมีจำนวนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งช่วงหน้าฝนนี้ก็เป็นฤดูระบาดสูงสุดของโรคจากยุงลาย โดยเฉพาะ 3 โรคสำคัญ คือ ไข้เลือดออก ไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา  ซี่งวิธีที่ดีที่สุดในการลดจำนวนผู้ป่วยลง คือ การลดจำนวนของยุงลายในธรรมชาติให้น้อยลง ประกอบการการป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด และดำเนินมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่ 1.เก็บบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบ เป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้าน โดยทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง 3.เก็บน้ำ สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันยุงลายไปวางไข่เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา รวมทั้งการกำจัดและควบคุมยุงตัวแก่ เช่น การพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย และการป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด เช่น ทายากันยุง นอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด กำจัดยุงโดยใช้ไม้ช็อตไฟฟ้า จุดสมุนไพรหรือยาจุดไล่ยุง หรือใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น