ไลฟ์สไตล์

เคล็ดลับ! การเตรียมตัวก่อนระงับความรู้สึก

เคล็ดลับ! การเตรียมตัวก่อนระงับความรู้สึก

12 ก.ย. 2559

ดูแลสุขภาพ : เคล็ดลับ...การเตรียมตัวก่อนระงับความรู้สึก

               เคยสงสัยหรือไม่ว่าเมื่อเราเข้ารับการผ่าตัด แพทย์ทำอย่างไรถึงทำให้เราไม่เจ็บไม่ปวดหรือไม่รู้สึกตัวขณะที่ถูกผ่าอยู่ได้ วันนี้จะมาไขข้อสงสัยและบอกวิธีการเตรียมตัวสำหรับมาระงับความรู้สึกเพื่อผ่าตัดกัน
               สำหรับการทำให้ผู้ป่วยที่จะมารับการผ่าตัดหมดความรู้สึกบริเวณที่ผ่า หรือหมดสติไปขณะผ่าตัดนั้น เรียกว่า “การระงับความรู้สึก (Anesthesia)” ซึ่งวิสัญญีแพทย์มักจะเป็นผู้ให้ยาแก่ผู้ป่วยเพื่อให้เกิดภาวะนั้นๆ ก่อนที่จะให้ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดผู้ป่วยตามแผนการรักษาต่อไป โดยการระงับความรู้สึกแบ่งใหญ่ๆ ได้เป็น 2 ประเภท คือ
               1.การระงับความรู้สึกแบบเฉพาะที่ (Regional Anesthesia) คือ การฉีดยาชาในบริเวณต่างๆ เพื่อทำให้ผู้ป่วยหมดความรู้สึกในบริเวณที่ทำการผ่าตัด โดยผู้ป่วยจะไม่มีความรู้สึกและไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ยาชาออกฤทธิ์ได้ แต่จะยังมีความรู้สึกตัวอยู่ เช่น การฉีดยาชาบล็อกหลังเพื่อผ่าคลอดหรือผ่าตัดบริเวณขา, การฉีดยาบล็อกเส้นประสาทแขนเพื่อผ่าตัดบริเวณมือ เป็นต้น โดยทั่วไปแพทย์มักมีการให้ยานอนหลับร่วมด้วยเพื่อให้ผู้ป่วยผ่อนคลายในช่วงการผ่าตัด
               2.การระงับความรู้สึกแบบทั่วตัว (General Anesthesia) คือ การให้ยาเพื่อให้ผู้ป่วยหมดสติ ไม่รู้สึกเจ็บปวด และกล้ามเนื้อหย่อน ในช่วงเวลาที่ผ่าตัด มักต้องมีการใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจและช่วยหายใจขณะสลบ โดยวิสัญญีแพทย์จะมีการให้ยาได้ทั้งทางน้ำเกลือ และยาดมสลบผ่านทางการหายใจ
โดยเทคนิคที่แพทย์จะเลือกใช้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ หลายอย่าง เช่น อายุของผู้ป่วย ชนิดการผ่าตัด โรคประจำตัวผู้ป่วย การเลือกของผู้ป่วยและแพทย์ บางครั้งอาจใช้การผสมผสานเทคนิคเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

๐ สำหรับผู้ที่จะมาระงับความรู้สึก ควรมีการเตรียมตัวดังนี้
               1.งดน้ำ งดอาหารทุกชนิดก่อนผ่าตัด 6-8 ชั่วโมง เพื่อลดอัตราการเกิดการสำลักอาหารเข้าปอด ซึ่งจะทำให้เกิดปอดติดเชื้อตามมา
               2.เช้าวันผ่าตัดแพทย์อาจสั่งให้ท่านกินยาที่กินเป็นประจำ เช่น ยาลดความดัน ท่านสามารถรกินได้พร้อมน้ำเปล่าเล็กน้อย ก่อนเวลาผ่าตัดอย่างน้อย 2 ชม.
               3.ควรงดสูบบุหรี่ 2 สัปดาห์ หรืออย่างน้อย 1 วัน ก่อนผ่าตัด เพื่อลดเสมหะและอาการไอในระหว่างการผ่าตัดและหลังการผ่าตัด
               4.ควรให้รายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการรักษา โรคประจำตัว ยาที่รับประทานประจำ ประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร ประวัติการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ประวัติการผ่าตัด และการระงับความรู้สึกก่อนหน้านี้แก่แพทย์ผู้รักษา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการให้ยาระงับความรู้สึก
               5.สำหรับผู้ป่วยบางท่านอาจต้องมีการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด, คลื่นไฟฟ้าหัวใจ, เอกซเรย์ปอด เพื่อประเมินสุขภาพของท่านก่อนมาทำการระงับความรู้สึก
               6.ถอดเครื่องประดับทุกชนิดออกเนื่องจากอาจเกิดอันตรายระหว่างการผ่าตัดที่อาจต้องใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า
               7.ถอดคอนแทคเลนส์ ฟันปลอม (ถ้าถอดได้) หรือถ้ามีฟันโยก ฟันครอบ ควรแจ้งให้วิสัญญีแพทย์ทราบก่อน
               8.ทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำ สระผม และเช็ดน้ำยาทาเล็บออก ไม่ควรแต่งหน้ามาห้องผ่าตัด
               9.ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยหญิง ถ้าตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ จะต้องแจ้งให้วิสัญญีแพทย์ทราบ เพราะยาสลบบางตัวสามารถผ่านรกและอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ถ้าเป็นการผ่าตัดที่ไม่รีบด่วน ควรทำหลังจากคลอดบุตรแล้ว
               10.ในกรณีที่ผู้ป่วยมารับบริการผ่าตัดบางชนิด ซึ่งไม่ต้องนอนพักค้างคืนในโรงพยาบาล ควรมีญาติมาด้วยเพื่อจะพากลับบ้านและสามารถดูแลผู้ป่วยได้ ผู้ป่วยจะต้องไม่ขับขี่ยานพาหนะหรือทำงานกับเครื่องจักรใดๆ ภายใน 24 ชั่วโมง

พญ.พรนิภา สุภาธาดา

วิสัญญีแพทย์ กลุ่มงานวิสัญญี

รพ.พญาไท นวมินทร์

------------------

โรงพยาบาลศิริราช...ชวนใส่ใจโรคลมพิษ
               โรงพยาบาลศิริราช ขอเชิญชวนท่านผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายจากทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเนื่องในโอกาสวันโรคลมพิษโลก ในหัวข้อ “ศิริราชห่วงใย ชวนใส่ใจโรคลมพิษ” ซึ่งภายในงานยังมีสถานีให้ความรู้เกี่ยวกับยาและโรคลมพิษ รวมถึงการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 28 กันยายน เวลา 07.45-09.30 น. ณ ห้องประชุมประชา โมกขะเวส หน่วยตรวจโรคผิวหนัง ชั้น 4 โรงพยาบาลศิริริราช สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 09-3883-6934