ไลฟ์สไตล์

สั่งสกอ.ถกมหา’ลัยลิสต์ข้อดี-ข้อควรระวังจัดกิจกรรมรับน้อง

สั่งสกอ.ถกมหา’ลัยลิสต์ข้อดี-ข้อควรระวังจัดกิจกรรมรับน้อง

12 ก.ย. 2559

ศธ.เผยได้รับรายงานกรณีน้องบอสจมน้ำ ระบุรุ่นพี่ยันไม่มีการบังคับให้ว่ายน้ำคาดเป็นอุบัติเหตุ “ดาว์พงษ์” สั่ง สกอ.ถกร่วมมหา’ลัยลิสต์ข้อดี-ข้อควรระวังการรับน้อง

จากกรณีเกิดเหตุการณ์น้องบอส หรือ นายโชคชัย ทองเนื้อขาว อายุ 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ หลักสูตรการขนส่งทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) วิทยาเขตศรีราชา ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมพี่พบน้องเพื่อ “เฉลยสายรหัส” ร่วมกับรุ่นพี่ของคณะ และเกิดจมน้ำบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสีย จนอาการสาหัสต้องเข้ารับการรักษาอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลชลบุรี ต่อมาผู้บริหาร มก.โดย ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มก.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและชี้แจงเบื้องต้นว่ากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ไม่ใช่การรับน้องแต่อย่างใด และบริเวณที่น้องบอส จมน้ำเป็นสระกักเก็บน้ำหรือแก้มลิงของมหาวิทยาลัย บ่อเก็บน้ำฝน ไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสียหรือสารเคมีดังที่ปรากฎเป็นข่าว พร้อมยืนยันว่ามหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบนั้น

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 59 รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานข้อมูลว่า วานนี้ (11 ก.ย.)ทางผู้บริหารของ มก.ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมอาการของน้องบอสและพูดคุยกับผู้ปกครองของน้องบอส และไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งสอบถามเหตุการณ์จากนิสิตที่ร่วมกิจกรรม เล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลา 20.00 น.ของวันที่ 9 ก.ย.ภายหลังมีกิจกรรม “เฉลยพี่รหัสน้องรหัส” ก็ได้มีการละเล่นที่ทำให้เนื้อตัวเปรอะเปื้อน รุ่นน้องบางคนจึงได้ลงไปล้างตัวในบ่อกักเก็บน้ำที่อยู่ข้างตึกเคมี ซึ่งน้องบอสก็ได้ลงไปล้างตัวเช่นกัน และก็มีรุ่นน้องคนหนึ่งว่ายน้ำข้ามฟาก รุ่นพี่ก็ถามว่าน้องบอสว่ายไหวหรือไม่ ซึ่งน้องบอสก็ว่ายน้ำออกไปเลย เมื่อว่ายไปถึงฝั่งปรากฏว่าไม่มีที่ให้ขึ้นและจุดที่ขึ้นลื่น ปรากฎว่าน้องบอสจมลงไปซึ่งรุ่นพี่และเพื่อนที่อยู่บนฝั่งก็ลงไปช่วยขึ้นมาใช้เวลาไม่ถึงนาที ก็พบน้องบอส ยังมีสติอยู่แต่มีอาการสำลักน้ำจึงรีบนำน้องบอสไปส่งโรงพยาบาล

“กิจกรรมระหว่างพี่รหัสและน้องรหัสส่วนใหญ่จะเป็นการให้คำปรึกษาและแนะนำน้องเรื่องการศึกษามอบหนังสือเก่าให้น้อง ๆมีเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้เท่าที่ฟังเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมาย เพราะตัวน้องบอสก็ว่ายน้ำเป็น ส่วนที่มองว่าเป็นการรับน้องนั้น เพราะสังคมมองว่าการรับน้องเป็นเรื่องของการใช้อำนาจของพี่สั่งให้รุ่นน้องทำนั่นทำนี่ ซึ่งผมก็ได้ถามย้ำว่าเป็นการสั่งหรือไม่ก็ได้รับคำตอบว่าทางรุ่นพี่ยืนยันว่าเป็นการทำกิจกรรมเล่นสนุกสนานกัน เรื่องดังกล่าวจึงเป็นอุบัติเหตุและไม่ได้มีการระมัดระวัง ส่วนที่ทางมหาวิทยาลัยระบุว่าใช้สระน้ำดังกล่าวในการฝึกปฏิบัติด้วยนั้น ต้องให้ทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้ชี้แจง”ปลัด ศธ.กล่าวและว่า  สำหรับอาการของน้องบอส ขณะนี้ทราบว่าดีขึ้นแล้ว ขอให้รอน้องบอสอาการดีขึ้นก็น่าจะสามารถสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้กำชับให้แจ้งไปยังทุกมหาวิทยาลัยให้ดูแลการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ต้องดูแลความปลอดภัยของนิสิต นักศึกษา อย่างเข้มงวดเพราะไม่มีใครต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้นางอาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)เร่งรายงานข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ขอให้ไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เรื่องการรับน้องว่ามีข้อดี หรือข้อควรระวังอะไรบ้าง โดยหารือกับมหาวิทยาลัยถ้าทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าการรับน้องมีข้อดี ก็ต้องกำหนดกรอบแนวทางการรับน้องให้ชัดเจนว่า ข้อดีมีกี่ข้อ ในแต่ละข้อควรจะจัดกิจกรรมในรูปแบบใด โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ ตรงนี้เด็กและผู้ปกครองจะได้สบายใจและนำมารายงานให้ตนทราบ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ดูเจตนาเชื่อว่ารุ่นพี่ไม่มีเจตนาที่อยากจะทำให้รุ่นน้องได้รับอันตราย

“ถ้าทุกคนเห็นตรงกันว่าการรับน้องมีข้อดี ก็ต้องทำข้อตกลงร่วมกันกำหนดกรอบกิจกรรมให้ชัด เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจเด็กปลอดภัย ทุกคนได้รับในสิ่งที่เป็นข้อดีของการรับน้อง เพราะถ้าต่างฝ่ายก็ต่างไปคิดไปทำ แม้จะเจตนาดีว่าอยากให้การรับน้องรักสามัคคีทดสอบความทน แต่วิธีการที่เด็กคิดไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องช่วยเขาคิดว่าอะไรที่ควรทำ อะไรที่ควรระวัง ผมเองก็ผ่านการรับน้องมา ผมเชื่อว่าเด็กๆตั้งใจดีทุกคน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ก็มีแต่เสียใจ และถึงแม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะมีประกาศเรื่องการจัดกิจกรรมรับน้องใหม่และการประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษา แจ้งให้มหาวิทยาลัยต่างๆใช้เป็นแนวทางใช้ ก็ต้องดูว่ากรอบที่วางไว้ชัดเจนหรือไม่ แต่ผมก็เชื่อว่าทุกมหาวิทยาลัยต่างตระหนักและไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ที่สำคัญต้องทำความเข้าใจกับเด็กให้ชัดเจน ว่าเรามีเหตุผลอะไรที่ไม่ควรทำแบบนี้”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว