ไลฟ์สไตล์

จากสิ่งที่รักสู่รายได้เสริมของ...ดรน หงสนันทน์

จากสิ่งที่รักสู่รายได้เสริมของ...ดรน หงสนันทน์

15 ส.ค. 2552

นับเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว หากใครก็ตามมีโอกาสได้เดินตามฝันในสิ่งที่รักที่ชอบ และจะดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกมิใช่หรือ??? หากสิ่งเหล่านั้นจักสามารถนำซึ่งรายได้ให้ย้อนกลับมาหาตัวเอง อาจจะไม่ใช่ตัวเลขที่มากมายเป็นกอบเป็นกำ แต่นั่นย่อมหมายถึงความสุขและความภูมิใจ

 ดังจะดูได้จากมาร์เก็ตติ้งหนุ่มวัย 23 ปี จาก บริษัท เกษร แลนด์ แอสเซส แมเนชเม็นท์  จำกัด นามว่า  "ดรน หงสนันทน์"  ซึ่งทุกวันนี้แม้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตจะต้องทุ่มเทแรงกายสติปัญญาความรู้ที่สู้อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามฟ้าไปร่ำเรียนทางด้านแอนิเมชั่นถึงเมืองผู้ดี ให้แก่งานในหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ต่างๆ ภายในห้างเกษรพลาซ่าอย่างสุดแรงกำลังแล้ว  อีกภาคส่วนหนึ่งของผู้ชายคนนี้เขายังสร้างรายได้พิเศษจากการเป็น “ดีเจเปิดแผ่นเสียง” อันเป็นงานที่ถือกำเนิดจากใจรักล้วนๆ

 ในฐานะดีเจเปิดแผ่น “หนุ่มดรน” เล่าถึงจุดแรกเริ่มเพียงสั้นๆ ว่าเมื่อตอนอายุประมาณ 10 ขวบขณะเรียนอยู่ชั้นประถม ก็เริ่มสนใจฟังเพลง ซึ่งตอนนั้นคุณแม่เป็นผู้ซื้อวอล์กแมนให้ใช้ โดยเพลงส่วนใหญ่ที่ฟังๆ อยู่ก็มีทั้งร็อกแอนด์โรล ป๊อป ฮิพฮอพ เทคโนฯ ช่วงนั้นก็สะสมเทปคลาสเซ็ทไว้เยอะมาก

 จากแค่ชอบฟังเพลงไปวันๆ “ทหารม้า” อันเป็นความหมายของทั้งชื่อจริงและชื่อเล่นของ “ดรน” บอกว่า พัฒนาการของเขาเริ่มค่อยๆ ขยับขึ้นอีกขั้นกลายมาเป็นความหลงใหลในเสน่ห์ของการมิกซ์เพลง หลังจากได้ท่องโลกอินเทอร์เน็ต

 “พอรู้จักการใช้อินเทอร์เน็ตก็ช่วยให้มีเพลงเยอะมากยิ่งขึ้น เพราะวันๆ จะอยู่กับคอมพิวเตอร์ ทั้งดาวน์โหลดเพลงบ้าง ดาวน์โหลดโปรแกรมบ้าง และตรงนี้เองก็ได้ ฟังเพลงแนวอิเล็กทรอนิก หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า ”แนวเทคโนฯ” ซึ่งเป็นการสร้างจังหวะดนตรีบนเครื่องคอมพิวเตอร์ จนกลายเป็นจุดเริ่มสนใจการมิกซ์เพลง ประกอบกับมีเพื่อนๆ ทำงานเป็นดีเจและได้เห็นการทำงานของเขา ก็รู้สึกว่ามันเท่ดี จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจ ว่าอยากเล่นเก่งเหมือนกับเขาบ้าง” ดรนเล่าไปพลางมือก็เลือกหยิบแผ่นเสียงที่สะสมเอาไว้เพื่อเตรียมโชว์ลีลาการเปิดแผ่นในสไตล์ตัวเอง

 แม้ไม่เคยตั้งเป้าหมายชีวิตว่าจะยึดงานเปิดแผ่นสร้างความบันเทิงให้หมู่นักฟังเพลงเป็นอาชีพหลัก แต่เมื่อสนใจจึงอยากพัฒนาฝีมือตัวเอง ดังนั้น “อุปกรณ์เปิดแผ่น” อันได้แก่ ซีดีเจ (CDJ) เครื่องเล่นเพลง เครื่องมิกซ์เสียง จึงเป็นสิ่งสำคัญในอันดับต้นๆ ที่คิดว่าควรจะมีไว้คู่กาย ซึ่งดีเจหนุ่มเผยประสบการณ์ตรงของตัวเองให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า สำหรับตัวเขาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย โดยเฉพาะการเก็บตังค์ซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว เพราะราคาอันสูงปรี๊ดดดด...นั่นเอง

 “พอเริ่มเล่นเป็นแล้ว ก็อยากจะมีอุปกรณ์ของตัวเอง แต่ด้วยว่ามันมีราคาค่อนข้างสูง (มั่ก...มาก) เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กนักเรียนที่ยังต้องขอเงินทางบ้านใช้ทุกๆ วัน  อีกทั้งคุณพ่อและคุณแม่ก็ไม่ได้ตามใจลูกๆ ขนาดที่ว่าอยากได้อะไรก็ให้ทุกอย่าง  ดังนั้นหนทางเดียวที่ผมจะได้ครอบครอง นั่นคือการเก็บเงินจากค่าขนมของตัวเอง ซึ่งหลังจากเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ผมยอมทั้งทนอดและอดทนกินอาหารห่วยๆ ไม่เที่ยว ไม่ไปไหนกับใครอยู่ 1 ปีเต็มๆ เพียงเพื่อเก็บเงินกลับมาซื้อเครื่องเปิดแผ่น” หนุ่มนักการตลาดในมาดดีเจเล่าถึงความมุ่งมั่นของตัวเองจนได้เครื่องเปิดแผ่นสุดรักมาไว้เล่นเป็นงานอดิเรกแล้วกลายมาเป็นเครื่องมือสำหรับประกอบอาชีพเสริมในที่สุด

 และแม้จะต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ (ยังไม่นับรวมเงินค่าขนม) อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูให้แก่งานอดิเรกที่ชื่นชอบมากแค่ไหน แต่สองสิ่งซึ่งดีเจรุ่นใหม่ของวงการบอก ว่าเขาได้รับมากกว่าความสุขทางใจ นั่นคือในเรื่องของ “สมาธิ” และ “วิธีการอ่านใจคน” จนสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานประจำที่รับผิดชอบอยู่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการดีไซน์ได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งไม่ว่าลูกค้าจะมาแนวไหนหรือไลฟ์สไตล์เป็นอย่างไร เขาสามารถเรียนรู้ได้ทุกมุม

 “เพราะการมิกซ์เพลงก็เหมือนการเล่าเรื่อง ผู้เปิดแผ่นที่ดีต้องรู้ว่าควรสร้างสรรค์เพลงอย่างไรเพื่อดึงอารมณ์ผู้ฟังให้รู้สึกสนุกสนาน ใช่เพียงแต่ว่าจะเน้นแค่ความแม่นในคีย์เพลง ซึ่งตรงนี้ดีเจจำเป็นต้องใช้สมาธิมากพอสมควรในการฟังจังหวะดนตรี ขณะที่อีกองค์ประกอบซึ่งอาชีพดีเจขาดตกบกพร่องไม่ได้เลย นั่นคือ ต้องเรียนรู้กลุ่มผู้ฟังนั้นๆ ให้อินติดอยู่กับเพลง อีกทั้งต้องรู้ว่าช่วงเวลาไหนควรพักช่วงไหนควรดึงเขาออกมาเต้น” หนุ่มดรณอธิบาย

 ทั้งนี้ดีเจหนุ่มยังได้ฝากถึงผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการมิกซ์เพลงและการเปิดแผ่นว่า สิ่งสำคัญที่จะช่วยพัฒนาฝีมือให้ก้าวหน้าไปได้ นอกเหนือจากการศึกษาด้วยตัวเองและการขยันฝึกซ้อมแล้ว การเรียนรู้จากผู้มีฝีมือรอบข้างยังเป็นอีกแนวทางที่ช่วยเสริมได้อย่างดีเช่นกัน รวมถึงการพยายามค้นหาและสร้างสไตล์ให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เพราะปัจจุบันยังมีดีเจจำนวนมากที่เล่นเพลงตลาด ผลที่ได้ก็คือการไม่พัฒนาและไร้เสน่ห์

 เอาเป็นว่าหากใครได้พบเจอ “หนุ่มดรน” ขณะกำลังอยู่ท่ามกลางแสงสีในยามค่ำคืนดึกๆ ดื่นๆ อย่าพึ่งทึกทักว่าเขาเป็นหนุ่มเจ้าสำราญไร้สาระไปวันๆ ก็แล้วกัน เพราะนั่นเป็นช่วงเวลาที่เขากำลังขับเคลื่อนความสุขจากสิ่งที่รักที่ชอบให้กลายเป็นเม็ดเงินแบบชิลๆ ในแบบฉบับ “ดีเจเปิดแผ่น” เท่านั้นเองค่ะ